หลักความเชื่อของศาสนาคริสต์
นิยาม พระเจ้าในที่นี้หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)
1. พระเจ้ามีเพียงองค์เดียว โดยดำรงอยู่ 3 สถานะ ได้แก่ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณของพระเจ้า
ซึ่งพระเจ้าทั้ง 3 สถานะ ทรงเป็นบุคคลเดียวกัน และมีความเท่าเทียมกัน
- คริสเตียน (นิกายโปรเตสแตนต์) เรียกสภาวะนี้ว่า "ตรีเอกานุภาพ"
- คริสตัง / คาทอลิก (นิกายโรมันคาทอลิก) เรียกสภาวะนี้ว่า "ตรีเอกภาพ"
(1) พระเจ้าในสถานะ
พระบิดา มีพระนามว่า "พระยาห์เวห์ "
(2) พระเจ้าในสถานะ
พระบุตร มีพระนามว่า "พระเยซูคริสต์"
(3) พระเจ้าในสถานะ
พระวิญญาณของพระเจ้า
=> คริสเตียน (นิกายโปรเตสแตนต์) นิยมเรียกว่า "พระวิญญาณบริสุทธิ์"
=> คริสตัง / คาทอลิก (นิกายโรมันคาทอลิก) นิยมเรียกว่า "พระจิต" หรือ "พระจิตเจ้า"
2. พระยาห์เวห์ พระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์/พระจิต ทรงเป็นบุคคลเดียวกันที่อยู่คนละสถานะ
เปรียบเหมือนน้ำที่มี 3 สถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ
ซึ่งในแต่ละสถานะมีชื่อเรียกดังนี้ => น้ำแข็ง น้ำ และไอน้ำ
โดยต่างก็เป็นน้ำเหมือนกัน
สรุป พระเจ้ามีเพียงองค์เดียว โดยดำรงอยู่ 3 สถานะพร้อมกัน
1. พระบิดา หมายถึง พระยาห์เวห์ => พระยาห์เวห์ มีสถานะเป็นพระบิดา
2. พระบุตร หมายถึง พระเยซูคริสต์ => พระเยซูคริสต์ มีสถานะเป็นพระบุตร
3. พระวิญญาณของพระเจ้า หมายถึง พระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือ พระจิต
=> พระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือ พระจิต มีสถานะเป็นพระวิญญาณของพระเจ้า
ผู้ที่พบพระบุตร ย่อมพบพระบิดาและพระวิญญาณของพระเจ้าไปพร้อมกันเสมอ
อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิล
1.
ปฐมกาล 18:1-5
พระยาห์เวห์ทรงปรากฏแก่อับราฮัมที่หมู่ต้นโอ๊กของมัมเร ขณะที่ท่านนั่งอยู่ที่ประตูเต็นท์เวลาแดดร้อน
ท่านเงยหน้าขึ้นมองดู
เห็นชายสามคนยืนอยู่ข้างหน้าท่าน เมื่อท่านเห็นพวกเขา
ท่านก็วิ่งจากประตูเต็นท์ไปต้อนรับพวกเขา โน้มตัวลงถึงดิน
พูดว่า “เจ้านายของข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่าน ขออย่าผ่านผู้รับใช้ของท่านไปเสีย
ข้าพเจ้าจะให้คนเอาน้ำมานิดหน่อยให้ท่านล้างเท้า และพักใต้ต้นไม้
ข้าพเจ้าจะไปเอาขนมปังหน่อยหนึ่งมาให้ ท่านจะได้พักผ่อนหย่อนใจเสียก่อน แล้วจึงค่อยเดินทางต่อไป
ไหนๆ ท่านก็มายังผู้รับใช้ของพวกท่านแล้ว”
พวกเขาจึงว่า “ทำตามที่เจ้ากล่าวนี้เถิด”
2.
ยอห์น 14:15-17 พระเยซูคริสต์ตรัสดังนี้
ถ้าพวกท่านรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา
เราจะทูลขอพระบิดา
และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้กับพวกท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป
คือพระวิญญาณแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์
พวกท่านรู้จักพระองค์เพราะพระองค์สถิตอยู่กับท่าน และจะประทับอยู่ท่ามกลางท่าน
3.
ยอห์น 14:23 พระเยซูคริสต์ตรัสดังนี้
พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “
ถ้าใครรักเรา คนนั้นจะประพฤติตามคำของเรา และพระบิดาจะทรงรักเขา
แล้วเราทั้งสองจะมาหาเขา และจะอยู่กับเขา”
ข้อพิจารณา ผู้ที่รักพระบุตรย่อมประพฤติตามคำสอนของพระองค์ และพระบิดาจะทรงรักเขา
=> แล้ว
พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณของพระเจ้า (พระวิญญาณแห่งความจริง) จะมาอยู่กับเขา
: สถานะของพระเจ้า
=> แล้ว
พระยาห์เวห์ พระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์/พระจิต จะมาอยู่กับเขา : พระนามของพระเจ้า
=> แล้ว
พระเจ้า จะมาอยู่กับเขา
หลักฐานในคัมภีร์ไบเบิลที่แสดงว่าพระเจ้าดำรงอยู่ 3 สถานะ
นิยาม พระเจ้าในที่นี้หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)
1. พระเจ้ามีเพียงองค์เดียว โดยดำรงอยู่ 3 สถานะ ได้แก่ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณของพระเจ้า
ซึ่งพระเจ้าทั้ง 3 สถานะ ทรงเป็นบุคคลเดียวกัน และมีความเท่าเทียมกัน
- คริสเตียน (นิกายโปรเตสแตนต์) เรียกสภาวะนี้ว่า "ตรีเอกานุภาพ"
- คริสตัง / คาทอลิก (นิกายโรมันคาทอลิก) เรียกสภาวะนี้ว่า "ตรีเอกภาพ"
(1) พระเจ้าในสถานะพระบิดา มีพระนามว่า "พระยาห์เวห์ "
(2) พระเจ้าในสถานะพระบุตร มีพระนามว่า "พระเยซูคริสต์"
(3) พระเจ้าในสถานะพระวิญญาณของพระเจ้า
=> คริสเตียน (นิกายโปรเตสแตนต์) นิยมเรียกว่า "พระวิญญาณบริสุทธิ์"
=> คริสตัง / คาทอลิก (นิกายโรมันคาทอลิก) นิยมเรียกว่า "พระจิต" หรือ "พระจิตเจ้า"
2. พระยาห์เวห์ พระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์/พระจิต ทรงเป็นบุคคลเดียวกันที่อยู่คนละสถานะ
เปรียบเหมือนน้ำที่มี 3 สถานะ คือ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซ
ซึ่งในแต่ละสถานะมีชื่อเรียกดังนี้ => น้ำแข็ง น้ำ และไอน้ำ โดยต่างก็เป็นน้ำเหมือนกัน
สรุป พระเจ้ามีเพียงองค์เดียว โดยดำรงอยู่ 3 สถานะพร้อมกัน
1. พระบิดา หมายถึง พระยาห์เวห์ => พระยาห์เวห์ มีสถานะเป็นพระบิดา
2. พระบุตร หมายถึง พระเยซูคริสต์ => พระเยซูคริสต์ มีสถานะเป็นพระบุตร
3. พระวิญญาณของพระเจ้า หมายถึง พระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือ พระจิต
=> พระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือ พระจิต มีสถานะเป็นพระวิญญาณของพระเจ้า
ผู้ที่พบพระบุตร ย่อมพบพระบิดาและพระวิญญาณของพระเจ้าไปพร้อมกันเสมอ
อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิล
1. ปฐมกาล 18:1-5
พระยาห์เวห์ทรงปรากฏแก่อับราฮัมที่หมู่ต้นโอ๊กของมัมเร ขณะที่ท่านนั่งอยู่ที่ประตูเต็นท์เวลาแดดร้อน
ท่านเงยหน้าขึ้นมองดู เห็นชายสามคนยืนอยู่ข้างหน้าท่าน เมื่อท่านเห็นพวกเขา
ท่านก็วิ่งจากประตูเต็นท์ไปต้อนรับพวกเขา โน้มตัวลงถึงดิน
พูดว่า “เจ้านายของข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่าน ขออย่าผ่านผู้รับใช้ของท่านไปเสีย
ข้าพเจ้าจะให้คนเอาน้ำมานิดหน่อยให้ท่านล้างเท้า และพักใต้ต้นไม้
ข้าพเจ้าจะไปเอาขนมปังหน่อยหนึ่งมาให้ ท่านจะได้พักผ่อนหย่อนใจเสียก่อน แล้วจึงค่อยเดินทางต่อไป
ไหนๆ ท่านก็มายังผู้รับใช้ของพวกท่านแล้ว” พวกเขาจึงว่า “ทำตามที่เจ้ากล่าวนี้เถิด”
2. ยอห์น 14:15-17 พระเยซูคริสต์ตรัสดังนี้
ถ้าพวกท่านรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา
เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้กับพวกท่าน เพื่อจะอยู่กับท่านตลอดไป
คือพระวิญญาณแห่งความจริง ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์
พวกท่านรู้จักพระองค์เพราะพระองค์สถิตอยู่กับท่าน และจะประทับอยู่ท่ามกลางท่าน
3. ยอห์น 14:23 พระเยซูคริสต์ตรัสดังนี้
พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ถ้าใครรักเรา คนนั้นจะประพฤติตามคำของเรา และพระบิดาจะทรงรักเขา
แล้วเราทั้งสองจะมาหาเขา และจะอยู่กับเขา”
ข้อพิจารณา ผู้ที่รักพระบุตรย่อมประพฤติตามคำสอนของพระองค์ และพระบิดาจะทรงรักเขา
=> แล้วพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณของพระเจ้า (พระวิญญาณแห่งความจริง) จะมาอยู่กับเขา
: สถานะของพระเจ้า
=> แล้วพระยาห์เวห์ พระเยซูคริสต์ และพระวิญญาณบริสุทธิ์/พระจิต จะมาอยู่กับเขา : พระนามของพระเจ้า
=> แล้วพระเจ้า จะมาอยู่กับเขา