นิยาม พระเจ้าในที่นี้หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)
หลักความเชื่อของศาสนาคริสต์ : อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิล
1. พระเจ้าดำรงอยู่ 3 สถานะพร้อมกัน ได้แก่
พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณของพระเจ้า
โดยพระเจ้าทั้ง 3 สถานะเป็นพระเจ้าองค์เดียวกัน และมีความเท่าเทียมกัน
คริสตชนเรียกสภาวะนี้ว่า "ตรีเอกานุภาพ" (คริสเตียน) หรือ "ตรีเอกภาพ" (คริสตัง หรือ คาทอลิก)
2. พระเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ในสถานะพระบิดา ทรงมีพระนามว่า "พระยาห์เวห์" พระองค์ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสถานะพระบุตร
โดยมีพระนามว่า "พระเยซูคริสต์" คริสตชนจึงเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์มาเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์ทั้งโลก
ด้วยการยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน เลือดที่ไหลออกมาจากร่างของพระองค์มีฤทธิ์อำนาจชำระบาปได้
3. คริสตชนเชื่อฟังคำสอนของพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งสูงสุด
โดยพระองค์ได้มาเปลี่ยนความเชื่อและแนวทางประพฤติบางอย่าง
ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อเดิมในสมัยก่อนพระเยซูคริสต์ประสูติ ทำให้คริสตชนได้รับความรอดผ่านทางพระคุณของพระเจ้า
(1) คริสตชนสามารถทำความดีได้ทุกวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสะบาโต (วันพระ) ก็ตาม
(2) คริสตชนสามารถรับประทานอาหารได้ทุกอย่างด้วยการขอบพระคุณพระเจ้า โดยไม่เป็นมลทิน
(3) คริสตชนไม่จำเป็นต้องเข้าพิธีสุหนัต ขอเพียงแต่มีความศรัทธาพระเยซูคริสต์ก็เพียงพอแล้ว
หลักฐานที่เชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า
1. พระเยซูคริสต์ได้เปลี่ยนพระบัญญัติของพระเจ้า แสดงว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่สูงสุดเท่าเทียมกับพระบิดาบนสวรรค์
2. พระเยซูคริสต์ได้ทำให้คนที่ตายไปแล้วอย่างสมบูรณ์ (มีกลิ่นเหม็นแล้ว : ตายไปแล้ว 4 วัน) ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตาย
และพระองค์ได้ฟื้นจากความตายหลังจากถูกตรึงตายบนไม้กางเขน แสดงว่าพระองค์ทรงอยู่เหนือความตาย
ซึ่งมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่อยู่เหนือความตายของมนุษย์
3. พระเยซูคริสต์ได้ยกโทษบาปให้แก่มนุษย์ได้ ซึ่งผู้ที่จะยกโทษบาปให้แก่มนุษย์ได้มีเพียงพระเจ้าเท่านั้น
พระเจ้าดำรงอยู่ 3 สถานะ
หลักความเชื่อของศาสนาคริสต์ : อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิล
1. พระเจ้าดำรงอยู่ 3 สถานะพร้อมกัน ได้แก่ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณของพระเจ้า
โดยพระเจ้าทั้ง 3 สถานะเป็นพระเจ้าองค์เดียวกัน และมีความเท่าเทียมกัน
คริสตชนเรียกสภาวะนี้ว่า "ตรีเอกานุภาพ" (คริสเตียน) หรือ "ตรีเอกภาพ" (คริสตัง หรือ คาทอลิก)
2. พระเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ในสถานะพระบิดา ทรงมีพระนามว่า "พระยาห์เวห์" พระองค์ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสถานะพระบุตร
โดยมีพระนามว่า "พระเยซูคริสต์" คริสตชนจึงเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์มาเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์ทั้งโลก
ด้วยการยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน เลือดที่ไหลออกมาจากร่างของพระองค์มีฤทธิ์อำนาจชำระบาปได้
3. คริสตชนเชื่อฟังคำสอนของพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งสูงสุด โดยพระองค์ได้มาเปลี่ยนความเชื่อและแนวทางประพฤติบางอย่าง
ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อเดิมในสมัยก่อนพระเยซูคริสต์ประสูติ ทำให้คริสตชนได้รับความรอดผ่านทางพระคุณของพระเจ้า
(1) คริสตชนสามารถทำความดีได้ทุกวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสะบาโต (วันพระ) ก็ตาม
(2) คริสตชนสามารถรับประทานอาหารได้ทุกอย่างด้วยการขอบพระคุณพระเจ้า โดยไม่เป็นมลทิน
(3) คริสตชนไม่จำเป็นต้องเข้าพิธีสุหนัต ขอเพียงแต่มีความศรัทธาพระเยซูคริสต์ก็เพียงพอแล้ว
หลักฐานที่เชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า
1. พระเยซูคริสต์ได้เปลี่ยนพระบัญญัติของพระเจ้า แสดงว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่สูงสุดเท่าเทียมกับพระบิดาบนสวรรค์
2. พระเยซูคริสต์ได้ทำให้คนที่ตายไปแล้วอย่างสมบูรณ์ (มีกลิ่นเหม็นแล้ว : ตายไปแล้ว 4 วัน) ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตาย
และพระองค์ได้ฟื้นจากความตายหลังจากถูกตรึงตายบนไม้กางเขน แสดงว่าพระองค์ทรงอยู่เหนือความตาย
ซึ่งมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่อยู่เหนือความตายของมนุษย์
3. พระเยซูคริสต์ได้ยกโทษบาปให้แก่มนุษย์ได้ ซึ่งผู้ที่จะยกโทษบาปให้แก่มนุษย์ได้มีเพียงพระเจ้าเท่านั้น