🍟 ไขมันที่ทำจากพืช ฟังดูปลอดภัย แต่ทำไมถึงถูกเรียกว่า "ไขมันที่ร้ายแรงสุดในอาหาร"?

นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 460 โดยสรุปจากบทความของ Jane E. Brody คอลัมนิสต์ของ New York Times (22 พ.ค. 2560) ว่า การเปลี่ยนตำแหน่งไฮโดรเจนเพียงตัวเดียวในโมเลกุลของน้ำมันพืช ทำให้คุณภาพน้ำมันเปลี่ยนไปมาก จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากที่สุด มากกว่าไขมันอื่นๆ ทั้งอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวครับ


Info ที่แนบมาสรุปตัวเลขสำคัญไปแล้ว ส่วนนี้คือเรื่องราวเบื้องหลังที่ต้นฉบับเล่าเพิ่มครับ

⏳ ทำไมถึงอยู่ในอาหารมานาน
ต้นฉบับระบุว่าวงการอุตสาหกรรมอาหารและภัตตาคารชื่นชอบไขมันชนิดนี้มาเกือบร้อยปี เพราะทำให้อาหารมีรสชาติคงเดิมได้นาน และคนจำนวนมากเข้าใจว่าปลอดภัย เพราะเป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่ทำจากพืชครับ

🌍 ประเทศอื่นทำอะไรไปแล้วบ้าง (ตามต้นฉบับ)
- พ.ศ. 2547 เดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่ห้ามใช้
- พ.ศ. 2549 สหรัฐฯ สั่งให้ระบุปริมาณบนฉลากอาหารทุกชนิด
- พ.ศ. 2550 รัฐนิวยอร์กเป็นรัฐแรกที่มีการวิจัยเปรียบเทียบจังหวัดที่ห้ามใช้กับจังหวัดที่ไม่ห้าม
- พ.ศ. 2558 สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการใช้ในอาหารทุกชนิด โดยให้มีผลเต็มที่ใน พ.ศ. 2561 (ตามที่ต้นฉบับระบุ)

📌 อัปเดตข้อมูลปี 2569 (ข้อมูลเสริมจากแหล่งปัจจุบัน ไม่ได้มาจากบทความต้นฉบับ)
- ไทยห้ามแล้ว : ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 388 พ.ศ. 2561 ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และอาหารที่มีน้ำมันนั้นเป็นส่วนประกอบ มีผลตั้งแต่ 9 ม.ค. 2562 ซึ่งตรงกับที่ผู้เขียนเรียกร้องไว้ในต้นฉบับ
- ไขมันทรานส์ยังพบได้ตามธรรมชาติในนม เนย ชีส และเนื้อสัตว์เคี้ยวเอื้อง แต่สิ่งที่ถูกห้ามคือน้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนบางส่วน
- ตัวเลข 29% มาจากการรวมผลงานวิจัยหลายชิ้น ถ้าดูเฉพาะงานที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างไปข้างหน้า ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 23%
อ้างอิง : ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 388 พ.ศ. 2561; Mozaffarian และคณะ, New England Journal of Medicine 2549


ที่มา : นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 39 ฉบับที่ 460 สิงหาคม 2560
(สรุปจากบทความของ Jane E. Brody, New York Times 22 พ.ค. 2560)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่