กองบรรณาธิการหมอชาวบ้าน เรียบเรียงไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 460 โดยอธิบายจาก รศ.ดร.ครรชิต จุดประสงค์ อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า เรื่องปลากับโอเมก้า 3 ที่แชร์กันในโซเชียลมี 2 ประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดครับ
Info ที่แนบมาตอบทั้ง 2 ประเด็นแล้ว ส่วนนี้คือสิ่งที่ต้นฉบับบอกเพิ่มครับ

ปลาที่ตัวเลขต่ำในตาราง
Info แสดงเฉพาะ 5 อันดับแรกของแต่ละฝั่ง ส่วนปลาที่ตัวเลขต่ำในตารางต้นฉบับ เช่น ปลาเก๋า 0.08 ปลากะพงแดง 0.10 ปลานิล 0.12 ปลากราย 0.14 และปลาไหล 0.02 กรัมต่อ 100 กรัม

กินให้หลากหลาย
ต้นฉบับยกตัวอย่างว่า น้ำพริกปลาทูที่มีผักเคียงด้วย จะได้ทั้งเส้นใยอาหารจากผักเคียงและโอเมก้า 3 ในมื้อเดียว และการกินปลาไทยทั้งน้ำจืดและทะเลได้คุณค่าโอเมก้า 3 เหมือนกัน หาซื้อได้ในราคาที่เหมาะสมด้วยครับ

เรื่องน้ำมันปลา
ผู้ใหญ่ที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ไม่ควรซื้อน้ำมันปลามากินเอง และต้นฉบับยังเตือนว่าการกินน้ำมันปลาเป็นประจำอาจทำให้มีปัญหาการหยุดไหลของเลือดครับ

อัปเดตข้อมูลปี 2569 (ข้อมูลเสริมจากแหล่งปัจจุบัน ไม่ได้มาจากบทความต้นฉบับ)
ต้นฉบับไม่ได้ระบุตัวเลขของแซลมอน Harvard Health รายงานว่าแซลมอนมีโอเมก้า 3 ราว 0.7-1.5 กรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งส่วนใหญ่สูงกว่าปลาไทยในตาราง ตัวเลขต่างแหล่งวัดด้วยวิธีต่างกัน ไม่ควรเทียบตรงๆ แต่ภาพรวมสอดคล้องกับที่ต้นฉบับบอกว่าแซลมอนยังเป็นพระเอก
อ้างอิง : Harvard Health
หากมีไตรกลีเซอไรด์สูง หรือกำลังจะซื้อน้ำมันปลาและอาหารเสริมมากิน ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนนะครับ
ที่บ้านกินปลากันสัปดาห์ละกี่ครั้งครับ?

🐟 ปลาไทยชนิดไหนมีโอเมก้า 3 สูงที่สุด และปลาสวายสู้แซลมอนได้จริงไหมครับ?