รีวิว อดอาหาร 84 ชั่วโมงของวุดดี้ ( ทำไอเอฟแบบยาว)
หลักการคือ เมื่อเราอดอาหารเกินกว่า 16 ชั่วโมงขึ้นไป อาหารที่เรากินจะไม่เหลือพลังงานให้ร่างกายดึงไปใช้อีก ร่างกายจะเริ่มไปย่อยสลายไขมันที่สะสม นี่คือหลักการของการทำไอเอฟ ซึ่งหลังจากนั้น ร่างกายจะเริ่มย่อยไขมันไปเรื่อยๆ พอไขมันสลายไปเยอะ ร่างกายจะเริ่มเปลี่ยนไปสลายเซลส่วนเกินที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายก่อน ซึ่งนั้นแหละคือกระบวนการทำลายเซลตัวร้ายที่แฝงตัวอยู่กับเรามานาน และมันจะทำให้เรากลับกลายมาเป็นร่างกายใหม่ ที่ดีขึ้น เหมือนร่างกายกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งนั่นแหละ
ที่ไปที่มา เมื่อปีที่แล้ว ผมอดอาหารไป 48 ชั่วโมงก่อนลดน้ำหนักแบบจริงจัง ปีนี้เลยจะอดสัก 48 ชม. อีกเพื่อล้างท้องก่อนกินเจ ปรากฏว่าร่างกายมันไหว เลยลองฝืนไปเรื่อยๆ จนถึง 84 ชม. ( เริ่มวันศุกร์ หยุดวันจันทร์)
ผลที่ได้
น้ำหนักลดลง 2.5 กก. ( ชั่งตอนท้องว่างช่วงเช้าทั้งสองครั้ง)
เอวลดลงเกือบนิ้ว โอ้พระเจ้า มันเป็นไปได้ไงเนี่ย มันยอดมาก
แก้มที่ป่องๆ ตอบลงไปพอควร
สิงต่างๆที่เกิดขึ้นใน 84 ชม.
- วันศุกร์ที่ 9 ต.ค.69 ตื่นเข้ามาสบายๆ ตกเย็นเพื่อนชวนไปกินข้าว ไปนั่งมองเพื่อนกินข้าว หิวบ้าง แต่กินน้ำแทนพอไหว หลับยากนิดนึงเพราะกินน้ำเยอะ ตื่นเยี่ยวบ่อย
- วันเสารที่ 10 ต.ค.69 เริ่มมีอาการหิว และพอช่วงเย็นจะมีอาการวูบเล็กน้อย เกือบหน้ามืดถ้าลุกไว ต้องกินกาแฟดำ และชา จะพอช่วยได้ ตอนเย็นไปวิ่งเบาๆ 3 กิโลเมตร รู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรง ตอนนอน นอนเกือบ 2 ชม กว่าจะหลับ เข้าห้องน้ำบ่อย เพราะกินน้ำเยอะ แนะนำกินเกลือไปหน่อย เพราะเยี่ยวเยอะจากการกินน้ำ
- วันอาทิตย์ที่ 10 ต.ค.69 ตื่นมาตอนเช้า นอนต่อเกือบเที่ยง น่าจะเกิดจากอาการหมดแรง แล้วก็เล่นเน็ต ลองไปนั่งทำงาน ไม่มีสมาธิ แล้วมานอนต่อ ลุกไวจะวูบเอา ตื่นมาเย็นไปวิ่งออกกำลังกายให้หายหิว ตอนวิ่งแทบไม่มีแรงเหลือละ มองอะไรก็หิวมากละ นอนแต่ 4 ทุ่ม หลับเที่ยงคืน ตื่นตี1 หลับอีกทีตี 3 วันนี้นอนยากสุดละ หิว คิดว่าจะรอดถึงเข้าป่าวเนี่ย
- วันจันทร์ที่ 11 ต.ค.69 ตื่นมา 9 โมงเช้า ไม่ค่อยหิวละ อาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน ที่สน.ตามปกติ เริ่มกินอาหารตอน 11.00 น. วันนี้เริ่มต้นด้วยผลไม้อย่างเดียว ทั้งวันกินแต่ผลไม้ ค่อยๆกิน วันน้ำดีท็อกต่อ จะกินเฉพาะผลไม้ ที่แน่ๆ รอดครับ ไม่ตาย ไม่หนักหนาอะไรปานนั้นกับการทำไอเอฟครั้งนี้
ข้อแนะนำสำหรับคนจะทำตาม ซึ่งในเน็ตจะมีทั้งวิธีการทำไอเอฟ 48 ชั่วโมง และ 72 ชั่วโมง แต่ 84 ชั่วโมงไม่ค่อยมีใครแนะนำละ เพราะร่างกายจะเริ่มสลายกล้ามเนื้อ
1. ห้ามออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งหนักจนเจ็บกล้ามเนื้อ เพราะตอนอดอาหารจะไม่มีโปรตีนไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จะทำให้หายปวดนานกว่าปกติมากๆ
2. มื้อสุดท้ายก่อนเริ่มอด ถ้าเริ่มได้จากพวกที่มีไฟเบอร์สูงจะดีมาก ลำไส้สะอาดหน่อย เพราะหลังจากนั้น จะไม่มีการถ่ายละ ใน 4 วัน เพราะไม่มีอะไรเข้าไปในท้องอีกเลย
3. กินได้เฉพาะสิ่งที่ไม่มีพลังงาน และไม่กระตุ้นอินซูลิน อันนี้สำคัญมาก เช่น ชาดำ กาแฟ และน้ำ แนะนำกินเยอะๆนะพวกนี้ จะทำให้หิวน้อยลง อย่าลืมกินเกลือด้วยนะ เยี่ยวเยอะจะเป็นตะคริวและกล้ามเนื้อกระตุกตอนนอน ไอ้พวกเครื่องดื่มไม่มีพลังงานแต่มีความหวาน เช่น โค๊กซีโร่ น้ำเปล่าเพิ่มวิตตามินซี หรือโซดาแต่งกลิ่นเลี่ยงได้จะดี เพราะจะกระตุ้นอินซูลิน ซึ่งถ้าอินซูลินขึ้น ร่างกายจะหยุดกระบวนการไอเอฟ เพราะอินซูลินจะเป็นตัวหยุดกระบวนการย่อยสลายไขมัน
4. ช่วงที่อดอาหาร ออกกำลังกายด้วยการวิ่งเบาๆได้ ร่างกายจะหลังสารแอนโดรฟิน และสารอื่นๆที่ช่วยให้หาวหิว อันนี้รอดเพราะการออกกำลังกายมา 2 รอบแล้ว เจอกับตัว หลังออกกำลังกายจะไม่ค่อยหิวยาวเลย
5. ไม่ควรงดอาหารเกิน 72 ชั่วโมง เพราะเมื่อไขมันสะสมหายไปเยอะ ร่างกายจะเริ่มสลายกล้ามเนื้อ ซึ่งมีวิธีแก้คือ ให้เล่นเวทเบาๆ เพื่อให้ร่างกายมันรู้ว่ายังต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นอยู่ มันก็จะไปหาย่อยส่วนอื่นที่ไม่ใช้ต่อนั้นแหละ
6. หลังจากออกจากการทำไอเอฟแล้ว ต้องเริ่มจากอาหารเบาๆ เช่นไข่ต้ม ผัก โปรตีนเบาๆ ผลไม้เบาๆ ไม่งั้นร่างกายรับไม่ได้ เพราะขาดมานาน
7. อย่าลุกไวช่วงอดอาหาร จะทำให้หน้ามืด
8. หากต้องเข้าสังคม(แบบผม) แล้วต้องเจออาหารอยู่ข้างหน้า แนะนำให้กินน้ำมากๆ เพราะร่างกายจะกระตุ้นน้ำย่อย หากมีอาหารมากระตุ้น ถ้าไม่กินน้ำ จะทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ เลยแนะนำให้กินน้ำเยอะๆ ตลอดช่วงงดอาหาร
9. พวกวิตมินสามากินได้นะ ถ้าเป็นแบบเม็ด ที่กลืนเลย ส่วนมากพวกนี้จะไม่ให้พลังงาน พวกยาก็เช่นกัน แต่หากเป็นวิตมิน เช่นวิตมินซี แบบขายให้เด็กที่มีรหวานอันนั้นไม่ได้ วิตมิน บี และ ซี กินได้ แต่ดูเรื่องพวกพลังงานด้วย อย่าให้มี ส่วน วิตมิน เอ ดี อี เค ไม่แนะนำ ตามที่เคยเรียนนั่นแหละ มันละลายในไขมัน พวกนี้กินตอนไม่มีไขมัน มันก็ปล่าวปละโยชน์ จะทำให้หลุดไอเอฟอีก
10. การอดแบบยาวนาน มันมีแค่ 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. จิตใจ ตอนผมลดครั้งแรก ผมพูดกับตัวเองว่าถ้าอดไม่ได้ ก็ไม่ต้องลดน้ำหนักมันละ พอทำได้ ก็เลยออกกำลังกายมาเรื่อยๆ จนลงไป 15 กิโลละ 2. ร่างกาย อันนี้ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน พวกเบาหวาน หรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน
11. แนะนำให้ทำช่วงกินเจจะดีนะ เพราะหลังจากล้างท้องตามประเพณีกินเจด้วยการอดอาหารแล้ว หลังจากนั้น วันแรกก็จะเริ่มต้นด้วยผักผลไม้ ลำไส้ที่ว่างๆ ก็จะมีไฟเบอร์ ตามทะลวงล้างลำไส้อีกรอบ รอบนี้สะอาดเลย และหลังจากนั้นค่อยเริ่มกินผัก ผลไม้ และนมถั่วเหลืองตัวที่ไฮโปรตีนเอา ร่างกายจะกลับมาปกติอย่างไว แต่ไม่อ้วนขึ้น
12.ถ้างดเหล้าเข้าพรรษาด้วยได้ยิ่งดีนะ ถือว่าเทศกาลเดียว ทั้งเข้าพรรษา กินเจ และไอเอฟไปเลย คุ้มจัดๆ
หากใครสงสัย หรือขอคำแนะนำ ไลน์มาถามได้ที่ ไอดีไลน์ wuddy4864 ที่ลดน้ำหนักได้ 15 กิโลกรัม ใน 1 ปี และร่างไม่ย้วย ไม่โยโย่ แถมมีกล้ามเนื้อที่สวยงามขึ้น อันนี้เรียบเรียงจากประสบการณ์ของผมวุดดี้เอง 100 เปอร์เซ็นต์
สุดท้ายเป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะจริงจังกับการดูแลสุขภาพตนเอง เพราะร่างกายที่แข็งแรงคือพรที่ประเสริฐสุดครับ
[CR] ทำไอเอฟ 84 ชั่วโมง ( อดอาหาร 84 ชั่วโมง)
หลักการคือ เมื่อเราอดอาหารเกินกว่า 16 ชั่วโมงขึ้นไป อาหารที่เรากินจะไม่เหลือพลังงานให้ร่างกายดึงไปใช้อีก ร่างกายจะเริ่มไปย่อยสลายไขมันที่สะสม นี่คือหลักการของการทำไอเอฟ ซึ่งหลังจากนั้น ร่างกายจะเริ่มย่อยไขมันไปเรื่อยๆ พอไขมันสลายไปเยอะ ร่างกายจะเริ่มเปลี่ยนไปสลายเซลส่วนเกินที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายก่อน ซึ่งนั้นแหละคือกระบวนการทำลายเซลตัวร้ายที่แฝงตัวอยู่กับเรามานาน และมันจะทำให้เรากลับกลายมาเป็นร่างกายใหม่ ที่ดีขึ้น เหมือนร่างกายกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งนั่นแหละ
ที่ไปที่มา เมื่อปีที่แล้ว ผมอดอาหารไป 48 ชั่วโมงก่อนลดน้ำหนักแบบจริงจัง ปีนี้เลยจะอดสัก 48 ชม. อีกเพื่อล้างท้องก่อนกินเจ ปรากฏว่าร่างกายมันไหว เลยลองฝืนไปเรื่อยๆ จนถึง 84 ชม. ( เริ่มวันศุกร์ หยุดวันจันทร์)
ผลที่ได้
น้ำหนักลดลง 2.5 กก. ( ชั่งตอนท้องว่างช่วงเช้าทั้งสองครั้ง)
เอวลดลงเกือบนิ้ว โอ้พระเจ้า มันเป็นไปได้ไงเนี่ย มันยอดมาก
แก้มที่ป่องๆ ตอบลงไปพอควร
สิงต่างๆที่เกิดขึ้นใน 84 ชม.
- วันศุกร์ที่ 9 ต.ค.69 ตื่นเข้ามาสบายๆ ตกเย็นเพื่อนชวนไปกินข้าว ไปนั่งมองเพื่อนกินข้าว หิวบ้าง แต่กินน้ำแทนพอไหว หลับยากนิดนึงเพราะกินน้ำเยอะ ตื่นเยี่ยวบ่อย
- วันเสารที่ 10 ต.ค.69 เริ่มมีอาการหิว และพอช่วงเย็นจะมีอาการวูบเล็กน้อย เกือบหน้ามืดถ้าลุกไว ต้องกินกาแฟดำ และชา จะพอช่วยได้ ตอนเย็นไปวิ่งเบาๆ 3 กิโลเมตร รู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรง ตอนนอน นอนเกือบ 2 ชม กว่าจะหลับ เข้าห้องน้ำบ่อย เพราะกินน้ำเยอะ แนะนำกินเกลือไปหน่อย เพราะเยี่ยวเยอะจากการกินน้ำ
- วันอาทิตย์ที่ 10 ต.ค.69 ตื่นมาตอนเช้า นอนต่อเกือบเที่ยง น่าจะเกิดจากอาการหมดแรง แล้วก็เล่นเน็ต ลองไปนั่งทำงาน ไม่มีสมาธิ แล้วมานอนต่อ ลุกไวจะวูบเอา ตื่นมาเย็นไปวิ่งออกกำลังกายให้หายหิว ตอนวิ่งแทบไม่มีแรงเหลือละ มองอะไรก็หิวมากละ นอนแต่ 4 ทุ่ม หลับเที่ยงคืน ตื่นตี1 หลับอีกทีตี 3 วันนี้นอนยากสุดละ หิว คิดว่าจะรอดถึงเข้าป่าวเนี่ย
- วันจันทร์ที่ 11 ต.ค.69 ตื่นมา 9 โมงเช้า ไม่ค่อยหิวละ อาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน ที่สน.ตามปกติ เริ่มกินอาหารตอน 11.00 น. วันนี้เริ่มต้นด้วยผลไม้อย่างเดียว ทั้งวันกินแต่ผลไม้ ค่อยๆกิน วันน้ำดีท็อกต่อ จะกินเฉพาะผลไม้ ที่แน่ๆ รอดครับ ไม่ตาย ไม่หนักหนาอะไรปานนั้นกับการทำไอเอฟครั้งนี้
ข้อแนะนำสำหรับคนจะทำตาม ซึ่งในเน็ตจะมีทั้งวิธีการทำไอเอฟ 48 ชั่วโมง และ 72 ชั่วโมง แต่ 84 ชั่วโมงไม่ค่อยมีใครแนะนำละ เพราะร่างกายจะเริ่มสลายกล้ามเนื้อ
1. ห้ามออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งหนักจนเจ็บกล้ามเนื้อ เพราะตอนอดอาหารจะไม่มีโปรตีนไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จะทำให้หายปวดนานกว่าปกติมากๆ
2. มื้อสุดท้ายก่อนเริ่มอด ถ้าเริ่มได้จากพวกที่มีไฟเบอร์สูงจะดีมาก ลำไส้สะอาดหน่อย เพราะหลังจากนั้น จะไม่มีการถ่ายละ ใน 4 วัน เพราะไม่มีอะไรเข้าไปในท้องอีกเลย
3. กินได้เฉพาะสิ่งที่ไม่มีพลังงาน และไม่กระตุ้นอินซูลิน อันนี้สำคัญมาก เช่น ชาดำ กาแฟ และน้ำ แนะนำกินเยอะๆนะพวกนี้ จะทำให้หิวน้อยลง อย่าลืมกินเกลือด้วยนะ เยี่ยวเยอะจะเป็นตะคริวและกล้ามเนื้อกระตุกตอนนอน ไอ้พวกเครื่องดื่มไม่มีพลังงานแต่มีความหวาน เช่น โค๊กซีโร่ น้ำเปล่าเพิ่มวิตตามินซี หรือโซดาแต่งกลิ่นเลี่ยงได้จะดี เพราะจะกระตุ้นอินซูลิน ซึ่งถ้าอินซูลินขึ้น ร่างกายจะหยุดกระบวนการไอเอฟ เพราะอินซูลินจะเป็นตัวหยุดกระบวนการย่อยสลายไขมัน
4. ช่วงที่อดอาหาร ออกกำลังกายด้วยการวิ่งเบาๆได้ ร่างกายจะหลังสารแอนโดรฟิน และสารอื่นๆที่ช่วยให้หาวหิว อันนี้รอดเพราะการออกกำลังกายมา 2 รอบแล้ว เจอกับตัว หลังออกกำลังกายจะไม่ค่อยหิวยาวเลย
5. ไม่ควรงดอาหารเกิน 72 ชั่วโมง เพราะเมื่อไขมันสะสมหายไปเยอะ ร่างกายจะเริ่มสลายกล้ามเนื้อ ซึ่งมีวิธีแก้คือ ให้เล่นเวทเบาๆ เพื่อให้ร่างกายมันรู้ว่ายังต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นอยู่ มันก็จะไปหาย่อยส่วนอื่นที่ไม่ใช้ต่อนั้นแหละ
6. หลังจากออกจากการทำไอเอฟแล้ว ต้องเริ่มจากอาหารเบาๆ เช่นไข่ต้ม ผัก โปรตีนเบาๆ ผลไม้เบาๆ ไม่งั้นร่างกายรับไม่ได้ เพราะขาดมานาน
7. อย่าลุกไวช่วงอดอาหาร จะทำให้หน้ามืด
8. หากต้องเข้าสังคม(แบบผม) แล้วต้องเจออาหารอยู่ข้างหน้า แนะนำให้กินน้ำมากๆ เพราะร่างกายจะกระตุ้นน้ำย่อย หากมีอาหารมากระตุ้น ถ้าไม่กินน้ำ จะทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ เลยแนะนำให้กินน้ำเยอะๆ ตลอดช่วงงดอาหาร
9. พวกวิตมินสามากินได้นะ ถ้าเป็นแบบเม็ด ที่กลืนเลย ส่วนมากพวกนี้จะไม่ให้พลังงาน พวกยาก็เช่นกัน แต่หากเป็นวิตมิน เช่นวิตมินซี แบบขายให้เด็กที่มีรหวานอันนั้นไม่ได้ วิตมิน บี และ ซี กินได้ แต่ดูเรื่องพวกพลังงานด้วย อย่าให้มี ส่วน วิตมิน เอ ดี อี เค ไม่แนะนำ ตามที่เคยเรียนนั่นแหละ มันละลายในไขมัน พวกนี้กินตอนไม่มีไขมัน มันก็ปล่าวปละโยชน์ จะทำให้หลุดไอเอฟอีก
10. การอดแบบยาวนาน มันมีแค่ 2 ปัจจัยหลัก คือ 1. จิตใจ ตอนผมลดครั้งแรก ผมพูดกับตัวเองว่าถ้าอดไม่ได้ ก็ไม่ต้องลดน้ำหนักมันละ พอทำได้ ก็เลยออกกำลังกายมาเรื่อยๆ จนลงไป 15 กิโลละ 2. ร่างกาย อันนี้ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน พวกเบาหวาน หรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน
11. แนะนำให้ทำช่วงกินเจจะดีนะ เพราะหลังจากล้างท้องตามประเพณีกินเจด้วยการอดอาหารแล้ว หลังจากนั้น วันแรกก็จะเริ่มต้นด้วยผักผลไม้ ลำไส้ที่ว่างๆ ก็จะมีไฟเบอร์ ตามทะลวงล้างลำไส้อีกรอบ รอบนี้สะอาดเลย และหลังจากนั้นค่อยเริ่มกินผัก ผลไม้ และนมถั่วเหลืองตัวที่ไฮโปรตีนเอา ร่างกายจะกลับมาปกติอย่างไว แต่ไม่อ้วนขึ้น
12.ถ้างดเหล้าเข้าพรรษาด้วยได้ยิ่งดีนะ ถือว่าเทศกาลเดียว ทั้งเข้าพรรษา กินเจ และไอเอฟไปเลย คุ้มจัดๆ
หากใครสงสัย หรือขอคำแนะนำ ไลน์มาถามได้ที่ ไอดีไลน์ wuddy4864 ที่ลดน้ำหนักได้ 15 กิโลกรัม ใน 1 ปี และร่างไม่ย้วย ไม่โยโย่ แถมมีกล้ามเนื้อที่สวยงามขึ้น อันนี้เรียบเรียงจากประสบการณ์ของผมวุดดี้เอง 100 เปอร์เซ็นต์
สุดท้ายเป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะจริงจังกับการดูแลสุขภาพตนเอง เพราะร่างกายที่แข็งแรงคือพรที่ประเสริฐสุดครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้