หมูย่างก็กินไม่ได้
ไก่ต้มก็กลัว
ปลาก็มีคนบอกว่ายูริกสูง
พอเห็นถั่วกับเต้าหู้ก็เริ่มลังเลอีก
สุดท้ายคนเป็นเกาต์บางคน
เหลืออาหารที่กล้ากินอยู่ไม่กี่อย่าง
ผมเคยได้ยินคำถามทำนองนี้บ่อยครับ
“หมอ ถ้าเป็นเกาต์แล้ว ผมยังจะกินเนื้อสัตว์ได้อีกไหม?”
คำตอบคือ ยังกินได้ครับ แต่ต้องรู้จักเลือกชนิดและปริมาณ
เพราะปัญหาของโรคเกาต์อยู่ที่การสะสมของกรดยูริกจนเกิดผลึกในข้อ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว
ยูริกส่วนหนึ่งเกิดจากการสลายพิวรีนในอาหาร
แต่อีกส่วนเกิดจากกระบวนการในร่างกายเราเอง
และที่สำคัญ หลายคนยูริกสูงเพราะร่างกายขับยูริกออกได้น้อย
เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะไม่พาไปท่องจำว่าอาหารอะไรห้ามกินบ้าง
ผมอยากพาไปจัดจานข้าวหนึ่งมื้อ ว่าคนเป็นเกาต์ควรกินยังไงให้ได้โปรตีนครบ และดูแลยูริกไปพร้อมกันครับ
.
(1) เริ่มจากคำถามแรก ถ้าอยากกินเนื้อสัตว์ จะเลือกอะไรดี?
สมมติวันนี้มีข้าวหนึ่งจาน
ให้เลือกกับข้าวระหว่างหมูสามชั้น ไก่ต้ม ปลา และไข่
ถ้าอยากดูแลยูริก
ผมแนะนำให้เลือกโปรตีนสลับกันไปครับ
ไข่และนมไขมันต่ำเป็นตัวเลือกที่มีพิวรีนต่ำ
ส่วนเนื้อไก่ หมู และปลาหลายชนิดมีพิวรีนอยู่ จึงควรดูปริมาณที่กิน
ลองเริ่มจากเนื้อสัตว์สุกประมาณหนึ่งฝ่ามือต่อมื้อ แล้วปรับตามความต้องการโปรตีนของร่างกาย
สำหรับเครื่องในอย่างตับ ไตสัตว์
รวมถึงอาหารทะเลบางชนิด เช่น ปลาซาร์ดีนและปลาแอนโชวี
ควรลดความถี่เป็นพิเศษ เพราะมีพิวรีนค่อนข้างสูง
กินโปรตีนให้พอสำคัญครับ โดยเฉพาะคนอายุมากที่ต้องรักษากล้ามเนื้อ
.
(2) แล้วถ้าเปลี่ยนจากเนื้อสัตว์มากินเต้าหู้กับถั่ว จะทำให้เกาต์กำเริบไหม?
ข้อนี้น่าสนใจครับ
เพราะหลายคนเห็นคำว่า “พิวรีน”
ก็เริ่มกลัวถั่วทุกชนิดทันที
แต่พิวรีนจากอาหารพืช
มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์แตกต่างจากเนื้อสัตว์และอาหารทะเลบางกลุ่ม
เต้าหู้ ถั่วเหลือง และถั่วชนิดต่าง ๆ
จึงเป็นแหล่งโปรตีนที่คนเป็นเกาต์ส่วนใหญ่สามารถเลือกกินได้ในปริมาณเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น
ข้าวกับเต้าหู้ผัดผัก
ไข่ตุ๋นเต้าหู้ หรือแกงจืดเต้าหู้
ได้ทั้งโปรตีนและสารอาหาร
โดยไม่ต้องพึ่งเนื้อสัตว์ทุกมื้อครับ
.
(3) มาถึงเครื่องดื่ม อันนี้ผมอยากให้ระวังมากกว่าไก่บางจานเสียอีก
ลองนึกภาพว่าเรากินไก่ต้มหนึ่งจาน
แต่ดื่มน้ำอัดลมหวานจัดตามทุกวัน
หรือเลิกกินหมู
แต่ยังดื่มเบียร์เป็นประจำทุกเย็น
แบบนี้การดูแลยูริกก็อาจยังไม่ดีเท่าที่หวังครับ
เพราะฟรุกโตสจากเครื่องดื่มเติมน้ำตาล
สามารถเพิ่มการสร้างกรดยูริกในร่างกายได้
ส่วนแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
เพิ่มโอกาสเกิดเกาต์กำเริบ
และส่งผลต่อการกำจัดยูริกด้วย
ถ้าจะเริ่มเปลี่ยนอะไรสักอย่าง
ผมอยากให้ลองเปลี่ยนน้ำหวานเป็นน้ำเปล่า
และลดหรืองดแอลกอฮอล์ก่อนครับ
.
(4) กินผักกับผลไม้ได้แค่ไหน ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
ผักยังควรมีอยู่ในจานทุกวันครับ
ทั้งคะน้า บรอกโคลี ผักบุ้ง
ฟักทอง และผักใบเขียวชนิดต่าง ๆ
แม้ผักบางชนิดมีพิวรีน
แต่โดยทั่วไปไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงเกาต์เหมือนอาหารจากสัตว์ที่มีพิวรีนสูง
ผลไม้สดก็กินได้ในปริมาณเหมาะสม
เช่น ฝรั่ง ส้ม แอปเปิล หรือมะละกอ
เลือกผลไม้ทั้งผลจะได้ใยอาหาร
และช่วยลดการพึ่งพาขนมหรือเครื่องดื่มหวาน
สำหรับคนที่ต้องคุมน้ำตาลร่วมด้วย
ก็ดูปริมาณผลไม้ในแต่ละมื้อเพิ่มเติมครับ
.
(5) แล้วทำไมบางคนกินระวังทุกอย่าง แต่ยูริกยังสูงอยู่?
คำตอบอาจอยู่ที่ไตและระบบเผาผลาญครับ
กรดยูริกส่วนใหญ่ถูกกำจัดผ่านทางไต
ถ้าร่างกายขับออกได้น้อย ระดับยูริกก็สูงได้
แม้เราจะกินอาหารพิวรีนไม่มาก
พันธุกรรม โรคไต
น้ำหนักเกิน และภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องได้
ผมจึงอยากให้ดูแลน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ขยับร่างกายสม่ำเสมอ
และดื่มน้ำให้เพียงพอตามภาวะสุขภาพ
ที่ควรระวังคือการอดอาหารหนัก ๆ
หรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
เพราะอาจกระตุ้นให้เกาต์กำเริบในบางคนได้
และถ้าเป็นเกาต์กำเริบซ้ำ ๆ
การปรับอาหารเพียงอย่างเดียวอาจควบคุมยูริกได้ไม่ถึงเป้าหมาย จึงควรติดตามกับแพทย์ครับ
.
(6) ถ้าให้ผมจัดเมนูหนึ่งวันสำหรับคนเป็นเกาต์ จะจัดแบบนี้ครับ
• มื้อเช้า ข้าวต้มไข่กับผัก หรือขนมปังโฮลวีตคู่กับนมไขมันต่ำไม่หวาน
• มื้อกลางวัน ข้าวกับไก่ต้มปริมาณพอดี เพิ่มผักลวกหรือแกงจืด
• มื้อเย็น ข้าวกับเต้าหู้ผัดผัก หรือปลาในปริมาณเหมาะสม สลับกับโปรตีนชนิดอื่น
• ระหว่างวัน ดื่มน้ำให้พอ เลือกผลไม้สดแทนขนมหวาน และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเติมน้ำตาล
เมนูนี้เป็นเพียงตัวอย่างครับ
สามารถสลับอาหารตามความชอบและโรคประจำตัวได้ โดยเฉพาะคนที่มีโรคไตร่วมด้วย
.
ก่อนจบผมอยากถามสักอย่างครับ
ถ้าวันนี้มีคนบอกว่าคุณเป็นเกาต์
แล้วต้องเลิกกินไก่ หมู ปลา และถั่วไปตลอดชีวิต
คุณจะเหลืออาหารที่ชอบอยู่สักกี่อย่าง?
ความจริงคือคนเป็นเกาต์ยังสามารถกินอาหารได้หลากหลาย
การเลือกโปรตีนให้เหมาะ ลดเครื่องในและอาหารพิวรีนสูงมาก
ลดน้ำหวาน แอลกอฮอล์ และดูแลน้ำหนัก
เป็นแนวทางที่ช่วยจัดการปัจจัยเสี่ยงได้
ส่วนคนที่เป็นเกาต์แล้ว แพทย์มักตั้งเป้าค่ายูริกในเลือดต่ำกว่า 6 mg/dL เพื่อลดการสะสมผลึกและโอกาสกำเริบ โดยประเมินการรักษาตามความเหมาะสม ผมอยากให้เราเลิกกลัวอาหารทุกจาน แล้วเปลี่ยนมาเข้าใจว่าอาหารจานไหนควรกินบ่อย จานไหนควรกินน้อย และอะไรส่งผลต่อยูริกของเราจริง ๆ ครับ
เป็นเกาต์แล้วห้ามกินเนื้อจริงไหม? กินยังไงให้คุมยูริกโดยไม่ต้องกลัวทุกมื้อ