มีพ่อติดพนัน ตอนเราอายุ13-18

แค่อยากจะมาระบาย ปัญหานี้มันมีเกิน5ปีแล้วเป็นตั้งแต่เราอายุ 13-18 เป็นช่วงสำคัญของชีวิตซะด้วย ฮาฮา ขำแบบขมขื่นสุดๆ พ่อทำงานโรงงาน แม่ทำงานลูกจ้างทั่วไป ตั้งแต่เด็กมีความรุนแรงเกิดขึ้นตลอด ช่วง ประถมต้นเรายังเกตการณ์ได้ เหมือนแม่โดนทำร้ายร่างกายแล้วพ่อเอาบัตรเครดิตไปมั้ง มาเข้าเรื่องพนัน เราไม่รู้ว่าเขาเล่นมานานเท่าไหร่แล้ว แต่ที่เราพอทราบคือ5ปี ตอนเราอยู่ ม.2 เรารู้ว่าครอบครัวไม่ค่อยดีด้านการเงินมาตลอดเลยพยายามหาอะไรทำที่ได้เงิน เราขายเกมขอทุนพ่อมา200 ต่อยอด2ปี มีเงิน7พันตอนนั้นเราภูมิใจมากเพราะกว่าจะได้แต่ละสตางค์ช่วงนั้นเราขายไอดีเกมนึงราคาแบบ 0.5-0.7สตางค์ ต่อไอดีอะ ซึ่งแต่ละบาทมันยากจริงๆ พอช่วงจุดตกต่ำคือ ช่วงม.3 พ่อเราไปผ่อนรถกระบะ เรางงมากตอนนั้นเพราะบ้านตอนนั้นไม่ค่อยมีเงิน แต่ทำไมพ่อถึงพ่อตัดสินใจเร็วมาก เราก็ไม่ได้ดีใจเลยตอนนั้น แต่ไม่นานพ่อก็ต้องออกจากงายโรงงาน เพราะยืมหนี้สินคนอื่นไปทั่วหลายแผนก แล้วก็หนีปัญหาทำให้มาทำก่อสร้าง แต่ว่าที่น่าเสียใจคือ พ่อขอยืมเงินเราแล้วบอกจะคืน ตอนนั้นเรามี7พันเราทยอยให้ตลอด จนเราเหลือพันสุดท้ายพ่อก็ยังขอตอนรับกลับมาจากโรงเรียน เราเลยโกหกว่าแต่มีแค่500แล้ว แต่เขาก็ยังเอาตอนนั้นเหมือนจะพูดว่าเอาไปจ่าย อะไรสักอย่าง แบบตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้เราไม่เคยเชื่อคำพูดพ่ออีกเลย เพราะพ่อชอบโกหกหลายเรื่องหลายรอบ จนเราเคยพูดไปตรงๆว่า ตอนนี้ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือโกหกแยกไม่ออกแล้ว เพราะโกหกมาตลอด แล้วก็เริ่มขาดส่งรถ เงินก็ต้องยืมไปทั่วตอนนั้นจำได้ว่าเครียดมากเหนื่อยมาก เหมือนเรามีหงอกเริ่มขึ้นตั้งแต่อายุ14 เราไม่รู้เพราะความเครียดรึป่าว แต่งอกเริ่มเยอะขึ้นๆจนตอนม.4เราไปลองฝึกงานที่โรงบาล เพื่อนมองมาที่ผมเราแล้วจับผม ตอนนั้นเรากังวลว่าเพื่อนมองทำไม แต่เพื่อนบอกมีเรื่องเครียดเยอะหรอ งอกเยอะจังอะไรประมาณนั้น ตอนนั้นเราเหมือนไม่ได้ตอบอะไรไปอึ้งอยู่55555 แล้วปัญหานี้ก็มาทุกเดือน เล่นทุกเดือน ทุกอาทิตย์ เหนื่อยมากๆ แบบพ่อชอบนอนนิ่งเก็บตัวหนีปัญหา และชอบโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น ไม่ทำงานและอารมณ์ร้าย อีกนิสัยที่ไม่ชอบคือ ถ้าเราร้องไห้ให้เขาเห็นเขาจะบังคับให้เราหยุดด้วยการจะทำท่าตี จนแม่ต้องคุยกับเพื่อนที่ทำงานในโรงงาน ช่วยพูดช่วยคุยจนพ่อมีโอกาสกลับไปทำงานที่โรงงานได้ แต่ไม่นานปัญหาก็หนักขึ้นๆทุกๆวัน ตอนเราอยู่ม.5เคยคุยเรื่องมหาลัย เราเครียดมากๆ เพราะอนาคตเราดูไม่มีความมั่นคงใดๆทางการเงิน การซับพอร์ตเลยเราไม่เคยมั่นใจสักครึ่งนึงเลยด้วยซ้ำ ตอนที่คุยเรื่องมหาลัยเขาบอก เดี๋ยวหาให้ได้ เดี๋ยวม.6พ่อยืมคนนู้นคนนี้มาให้ ในใจเราตอนนั้นแบบไม่ได้ทำให้รู้สึกดีหรือ มีที่ยึดเหนี่ยวทางใจเลยแม้แต่น้อย แต่เรากลับคิดมาตลอดว่า ทำไมพ่อถึงเลือกรถกระบะมากกว่าอนาคตของเราล่ะ ตอนนั้นเราคิดแบบนั้นจริงๆ รถกระบะพ่อแทบไม่คิดนานเลย แต่อนาคตของลูกตัวเองไม่ได้วางแผน ทั้งที่ตอนนั้นก็ม.ปลายแล้ว ไม่มีแม้แต่เงินเก็บสักก้อน เงินสำหรับอนาคตของเราไม่มีแม้แต่บาทเดียว ช่วงม.5เราท้อมากๆๆ ตอนนั้นแบบเราเราแทบไม่มีความอยากติวเพื่อสอบเลย ตอนม.6เราเริ่มมีไฟติว แล้วเราก็ทำงานพาร์ไทม์อยู่ช่วงนึงเพื่ออนาคตของตัวเอง เรายอมออกจากเซฟโซนคนติดบ้าน ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ไม่มั่นใจในใบหน้าของตัวเอง เพราะเราหน้าตาขี้เหร่จริงๆ แบบไม่มีดั้งผิวไม่ได้ขาว ไม่ได้หน้าตาดีหรือดีพอที่จะคิดว่าตัวเองจะรู้สึกปกติ กับการที่คนอื่นจ้องมองใบหน้าเรา ครอบครัวชอบแซวหน้าตาแต่เด็ก แต่เราก็ยอมเพื่อเงินตอนนั้นเราเหนื่อยมาก เพราะคงได้งานที่ร้านดังมั้งคนเลยเยอะ คือเรายืนเดินแบบ10ชม. กินข้าวครึ่งชม. นั่งพักทั้งวันไม่ถึงชม. ต้องนั่งๆลุกๆ บางทีไม่ได้นั่งเลยจนแบบ นับก้าวในมือถือเดินบ้างวางมือถือไว้เฉยๆบ้าง3หมื่นก้าวแทบทุกวันมั้ง เราทำแค่ ส.อา.ก็จริง แต่มีวันหยุดยาวเราก็จะได้มาทำติดๆ ได้เงินทีเดียววันอา. เราเจ็บเท้าตั้งแต่วันแรกยันวันสุดท้ายที่ทำเลย แบบเหมือนยืนนานแล้วเป็นรองช้ำ เจ็บมากๆๆ ทำได้วันละ320 เราหมดไปกับค่าที่แปะแก้เมื่อยแล้วมั้งเราเอามาแปะเท้า แล้วเด็กเสิร์ฟต้องยกกะละมังจาน ลังแก้วลังน้ำอะไรแบบนั้น ซึ่งเราเหมือนไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรมาก่อน ช่วงม.4เราปวดก้นลึกแล้วร้าวลงขาจนเดินไม่ได้เป็นๆหายๆ จนไม่ค่อยเป็นพอเราทำงาน ก้มๆเงยๆแล้วกลับมาเป็น การทำงานก็ไม่ง่ายเลยต้องทนกับความกดดันจาก เจ้าของร้านเราต้องปรับตัว ทำบุคลิกท่าทางสีหน้า การทำงานหน้าที่ต่างๆ ด้วยความที่เราเก็บตัวไม่ยิ้ม ขี้อายเราเลยจะเหนื่อยมาก เคยแอบร้องไห้ในห้องน้ำตอนทำงาน ตอนนั้นขำตัวเองอยู่ ลูกค้าก็มีหลายนิสัยที่เจอ คนน่ารักก็มีคนเหยียดก็เยอะแบบ เราเคยเจอคนในบัญชีมีเงิน10ล้าน+ เขาก็น่ารักมากๆนะ เราเคยเจอลูกค้าที่มีเงินน้อยกว่าคนนี้หรือบางคน เขาทำตัวเหยียดแบบ พูดไม่ดี ตอนนั้นเรารู้ว่าเงินวัดนิสัยคนไม่ได้จริงๆ แล้วทำไปสักพักเราก็ลาออก เพราะมันเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ แล้วก็มีเหตุการณ์จากครอบครัวมาบั่นทอนเรื่อยๆ จนเราคิดว่าไม่ทำแล้วได้ไหม ชั่งมันเลยได้ไหม +กับสุขภาพที่ทนเจ็บเท้าระบมเดินทีก็เจ็บตลอดแต่ต้องทน อาการร้าวลงขากลับมาอีก เราเลยลาออก แล้วช่วงสิ้นปี2568 ตอนเราอยู่ม.6 เป็นช่วงที่น่าจะแย่ที่สุดในชีวิตมั้ง สิ้นปีพอดีเลยตอนแรกคิดว่าจะดีขึ้น พ่อขับแกร้บเริ่มมีเงิน พ่อบอกจะไม่ทำแล้วเขาพูดซะดิบดีเอาแค่พ่อกินก็พอ ไม่ต้องมีมากอะไร แต่วันต่อมา เขาแอบเล่นจนหมดตัว ตอนนั้นเราแบบอึ้ง ทึ่งเลย แค่คืนเดียวไม่รู้จะพูดยังไงเลย เราก็ตัดสินใจซิ่วติวที่บ้าน แต่แบบเหนื่อยเหลือเกินอะ เพราะบ้านเราชั้นเดียวอยู่กันหลายคน มีแค่ของเป็นที่กั้นห้อง ไม่ใช่ผนังกั้นจริงๆ เจอหน้าทุกวัน ความบั่นทอนต่างๆ พลังงานลบที่ได้รับมาตลอดคือ โคตรเหนื่อย อยากหนีจากตรงนั้นมากๆ ตอนนั้นคิดเลยถ้าสามารถยืนด้วยตัวเองได้ จะไปให้ไกลแล้วไม่หันกลับมาอีกเลย ตอนนั้นเราหาความสุขจากยูทูปอย่างเดียวเลย เราไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เราร้องไห้แทบทุกวันเลย แบบชอบมีเหตุการณ์มาทำให้เราดิ่ง แล้วก็หมดความสนใจในหลายๆอย่าง การร้องเพลง อะไรก็ตามที่เราชอบ เราไม่ได้ทำมาเลยหลายเดือน ไม่ร้องไม่อะไรเลยทั้งที่เป็นคนชอบในดนตรีมากๆ

ชีวิตเราก็มีประมาณนี้แหละ ต้องขอบคุณการไปเรียนที่ดึงเราจากพลังงานลบในบ้างได้บ้าน แต่เราชอบอยู่บ้านนะ บ้านคือเซฟโซนของเราที่เป็นวัตถุ ไม่ใช่ครอบครัว เราชอบนอนอยู่กับตัวเอง เล่นมือถือหรืออะไรก็ตามที่มีตัวเองอยู่กับตัวเอง ปีหน้าคงไปเรียนมหาลัยถ้าถามว่า ครอบครัวมีเงินเก็บรึยัง ก็คือไม่มีเหมือนเดิม เราก็เคยคิดว่า หรือจะออกไปใช้ชีวิตเองมันก็คงเหนื่อยที่ต้องหาเงินและเรียนอะไรแบบนี้ แล้วเคยคิดอยากจะหายไปจากโลกนี้นะ คงแค่เพราะเหนื่อยใจมั้งแต่ไม่เคยทำจริงๆ เคยคิดว่าถ้ายิ่งแตกสลายก็จะยิ่งแกร่ง แต่ความจริง แค่พังลงเรื่อยๆอย่างเดียว

แต่ก็.. เราก็คิดว่าเราสมเพชชีวิตเลยตายไม่ได้ ตายด้วยการฆตตไม่ได้ เพราะความสมเพชเลย สมเพชที่ทำไมต้องเกิดมาในครอบครัวแบบนี้ สมเพชที่ทำไมคนคนนึงถึงทำหน้าที่พ่อและสามีที่ดีไม่ได้เลยแม้แต่ทางเดียว สมเพชทำไมเขาคนนั้นถึงเป็นไอ้ขี้แพ้ หนีปัญหา  เพราะสมเพชเราก็คิดว่าต้องมีชีวิตอยู่ให้ดีกว่าเดิม ต้องหลุดพ้นวงจรอุบาทก่อนจะตายไป ก็นี่แหละเรื่องที่เราจะระบาย ไม่ได้ต้องการอะไรแค่อยากระบายออกมา เพราะเราเก็บมาเยอะ กดความรู้สึกตลอดไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น ก็แค่อยากระบายสักทาง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่