สวัสดีค่ะ เราอยากขอพื้นที่ตรงนี้เพื่อระบายความรู้สึกของตัวเองหน่อยนะคะ ตอนนี้เราเครียดมากจนไม่รู้ว่าจะหันไปพูดคุยหรือระบายกับใครดี หลาย ๆ เรื่องมันสะสมอยู่ในหัวจนบางครั้งเรารู้สึกเหนื่อยกับทุกอย่างไปหมด
เราอายุ 21 ปี อีกเพียงประมาณ 1 ปีก็จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองหมดไฟกับการเรียนมาก ๆ ไม่มีแรงจูงใจที่จะอ่านหนังสือหรือพยายามเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากเรียนให้จบหรือไม่อยากมีอนาคตที่ดี แต่ในหัวกลับมีเรื่องให้คิดและกังวลเต็มไปหมด ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว เรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น และเรื่องต่าง ๆ ที่เรากลัวว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
เราเครียดกับอนาคตของตัวเอง เครียดกับความคาดหวังของคนในครอบครัว เพราะรู้ว่าพ่อกับแม่ตั้งความหวังไว้กับเรา เราเองก็อยากทำให้พวกท่านภูมิใจ อยากมีชีวิตที่ดี อยากประสบความสำเร็จ และไม่อยากทำให้ใครต้องผิดหวัง แต่ในบางครั้งเรากลับรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรได้ไม่ดีพอ พยายามแค่ไหนก็ยังรู้สึกผิดหวังกับตัวเองอยู่เสมอ
อีกเรื่องที่ทำให้เราเครียดคือสภาพแวดล้อมและปัญหาภายในครอบครัว เราเป็นห่วงพ่อกับแม่มาก โดยเฉพาะเวลาที่มีคนเข้ามารังแกหรือสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัว ทั้งที่บางครั้งครอบครัวเราไม่ได้อยากมีปัญหากับใครเลย เราไม่อยากเห็นพ่อแม่ต้องมาเจอเรื่องเหล่านี้ และยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วงอนาคตและความเป็นอยู่ของพวกท่าน รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายและปัญหาทางการเงินต่าง ๆ ด้วย
บางครั้งเราอยากมีใครสักคนที่เข้าใจ คอยรับฟัง และปลอบโยนเราในวันที่เหนื่อยหรือไม่สบายใจ เพราะไม่ว่าใครก็คงอยากมีพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองได้พักบ้าง แต่เรากลับเลือกที่จะเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว ไม่อยากให้คนที่บ้านรู้ว่าเรากำลังเครียด เพราะไม่อยากให้พวกท่านต้องเป็นห่วง ทั้งที่ความจริงแล้วตัวเราเองก็แทบจะรับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ไม่ไหวเหมือนกัน
ส่วนเรื่องความรักที่ผ่านมา เราก็รู้สึกผิดหวังอยู่หลายครั้ง บางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายพยายามอยู่คนเดียว พยายามทำความเข้าใจ พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ จนในที่สุดก็รู้สึกเหนื่อยและท้อเหมือนกัน เราเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากได้รับความรัก ความเข้าใจ และการเอาใจใส่กลับมาบ้าง
แต่เรื่องความรักก็เป็นอีกหนึ่งความกังวล เพราะพ่อกับแม่มีความคาดหวังเกี่ยวกับชีวิตคู่ในอนาคตของเรา พวกท่านอยากให้เราได้พบเจอคนดี ๆ ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องถูกใครรังแก และมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคง เราเข้าใจว่าทุกอย่างที่พวกท่านคิดก็เพราะรักและเป็นห่วง ไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บปวดหรือพบเจอกับสิ่งไม่ดี แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากมีสิทธิ์เลือกคนที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิตของตัวเอง อยากเลือกคนที่เรารักและมั่นใจว่าเขาจะดูแลหัวใจเราได้ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะต้องใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนก็คือตัวเราเอง
นอกจากเรื่องครอบครัวและความรักแล้ว เรื่องเพื่อนก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราเสียใจ เราเคยมีเพื่อนที่สนิทและไว้ใจกัน แต่วันหนึ่งกลับรู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิม บางคนดูเหมือนจะอิจฉาเรา ไม่ค่อยหวังดีกับเรา หรือไม่ใส่ใจความรู้สึกของเรา ทั้งที่ที่ผ่านมาเราก็จริงใจ พร้อมช่วยเหลือ และหวังดีกับพวกเขามาโดยตลอด บางครั้งเราก็อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า การที่เราเป็นคนจริงใจและคอยช่วยเหลือคนอื่น มันผิดตรงไหน ทำไมสุดท้ายเราถึงต้องกลับมาเสียความรู้สึกกับคนที่เราเคยให้ความสำคัญ
ตอนนี้เราไม่รู้เลยว่าจะเริ่มจัดการชีวิตตัวเองจากตรงไหนก่อนดี ทุกอย่างดูเหมือนจะหนักไปหมด ทั้งเรื่องเงิน เรื่องครอบครัว ความเป็นอยู่ของพ่อแม่ เรื่องเรียนที่เรารู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีอย่างที่หวัง เรื่องความรักที่ผิดหวังซ้ำ ๆ และเรื่องเพื่อนที่เราเคยจริงใจด้วยแต่กลับไม่ได้รับความจริงใจกลับมา
บางครั้งเราก็แค่อยากหยุดคิดทุกเรื่อง อยากพักจากความกังวล อยากมีใครสักคนที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่ต้องคอยบอกว่าเราต้องเข้มแข็งหรืออดทนแค่ไหน เพราะจริง ๆ แล้วเราก็พยายามเข้มแข็งมาตลอด
เราไม่ได้ต้องการให้ใครมาสงสาร ไม่ได้ต้องการให้ใครมาแก้ปัญหาทุกอย่างให้ แค่อยากมีใครสักคนที่เข้าใจว่าเบื้องหลังรอยยิ้มหรือการใช้ชีวิตตามปกติของเรา บางครั้งก็มีเรื่องมากมายที่เราต้องแบกรับเอาไว้เพียงลำพัง
เราเองก็อยากมีความสุข อยากเรียนให้จบ อยากมีอนาคตที่ดี อยากดูแลพ่อแม่ให้ได้ และอยากมีชีวิตที่ไม่ต้องกังวลกับทุกเรื่องมากขนาดนี้
สุดท้ายนี้ เราไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ แต่ก็หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะกลับมามีแรงใจในการใช้ชีวิตอีกครั้ง และหวังว่าจะมีวันที่เราไม่ต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียวอีกต่อไปค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเหนื่อยกับอะไรมากที่สุด เพราะทุกเรื่องมันหนักไปหมด
เราอายุ 21 ปี อีกเพียงประมาณ 1 ปีก็จะเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองหมดไฟกับการเรียนมาก ๆ ไม่มีแรงจูงใจที่จะอ่านหนังสือหรือพยายามเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากเรียนให้จบหรือไม่อยากมีอนาคตที่ดี แต่ในหัวกลับมีเรื่องให้คิดและกังวลเต็มไปหมด ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว เรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น และเรื่องต่าง ๆ ที่เรากลัวว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
เราเครียดกับอนาคตของตัวเอง เครียดกับความคาดหวังของคนในครอบครัว เพราะรู้ว่าพ่อกับแม่ตั้งความหวังไว้กับเรา เราเองก็อยากทำให้พวกท่านภูมิใจ อยากมีชีวิตที่ดี อยากประสบความสำเร็จ และไม่อยากทำให้ใครต้องผิดหวัง แต่ในบางครั้งเรากลับรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรได้ไม่ดีพอ พยายามแค่ไหนก็ยังรู้สึกผิดหวังกับตัวเองอยู่เสมอ
อีกเรื่องที่ทำให้เราเครียดคือสภาพแวดล้อมและปัญหาภายในครอบครัว เราเป็นห่วงพ่อกับแม่มาก โดยเฉพาะเวลาที่มีคนเข้ามารังแกหรือสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัว ทั้งที่บางครั้งครอบครัวเราไม่ได้อยากมีปัญหากับใครเลย เราไม่อยากเห็นพ่อแม่ต้องมาเจอเรื่องเหล่านี้ และยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นห่วงอนาคตและความเป็นอยู่ของพวกท่าน รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายและปัญหาทางการเงินต่าง ๆ ด้วย
บางครั้งเราอยากมีใครสักคนที่เข้าใจ คอยรับฟัง และปลอบโยนเราในวันที่เหนื่อยหรือไม่สบายใจ เพราะไม่ว่าใครก็คงอยากมีพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองได้พักบ้าง แต่เรากลับเลือกที่จะเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว ไม่อยากให้คนที่บ้านรู้ว่าเรากำลังเครียด เพราะไม่อยากให้พวกท่านต้องเป็นห่วง ทั้งที่ความจริงแล้วตัวเราเองก็แทบจะรับมือกับความรู้สึกเหล่านี้ไม่ไหวเหมือนกัน
ส่วนเรื่องความรักที่ผ่านมา เราก็รู้สึกผิดหวังอยู่หลายครั้ง บางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายพยายามอยู่คนเดียว พยายามทำความเข้าใจ พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ จนในที่สุดก็รู้สึกเหนื่อยและท้อเหมือนกัน เราเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยากได้รับความรัก ความเข้าใจ และการเอาใจใส่กลับมาบ้าง
แต่เรื่องความรักก็เป็นอีกหนึ่งความกังวล เพราะพ่อกับแม่มีความคาดหวังเกี่ยวกับชีวิตคู่ในอนาคตของเรา พวกท่านอยากให้เราได้พบเจอคนดี ๆ ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องถูกใครรังแก และมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคง เราเข้าใจว่าทุกอย่างที่พวกท่านคิดก็เพราะรักและเป็นห่วง ไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บปวดหรือพบเจอกับสิ่งไม่ดี แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อยากมีสิทธิ์เลือกคนที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิตของตัวเอง อยากเลือกคนที่เรารักและมั่นใจว่าเขาจะดูแลหัวใจเราได้ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะต้องใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนก็คือตัวเราเอง
นอกจากเรื่องครอบครัวและความรักแล้ว เรื่องเพื่อนก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราเสียใจ เราเคยมีเพื่อนที่สนิทและไว้ใจกัน แต่วันหนึ่งกลับรู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิม บางคนดูเหมือนจะอิจฉาเรา ไม่ค่อยหวังดีกับเรา หรือไม่ใส่ใจความรู้สึกของเรา ทั้งที่ที่ผ่านมาเราก็จริงใจ พร้อมช่วยเหลือ และหวังดีกับพวกเขามาโดยตลอด บางครั้งเราก็อดตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า การที่เราเป็นคนจริงใจและคอยช่วยเหลือคนอื่น มันผิดตรงไหน ทำไมสุดท้ายเราถึงต้องกลับมาเสียความรู้สึกกับคนที่เราเคยให้ความสำคัญ
ตอนนี้เราไม่รู้เลยว่าจะเริ่มจัดการชีวิตตัวเองจากตรงไหนก่อนดี ทุกอย่างดูเหมือนจะหนักไปหมด ทั้งเรื่องเงิน เรื่องครอบครัว ความเป็นอยู่ของพ่อแม่ เรื่องเรียนที่เรารู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีอย่างที่หวัง เรื่องความรักที่ผิดหวังซ้ำ ๆ และเรื่องเพื่อนที่เราเคยจริงใจด้วยแต่กลับไม่ได้รับความจริงใจกลับมา
บางครั้งเราก็แค่อยากหยุดคิดทุกเรื่อง อยากพักจากความกังวล อยากมีใครสักคนที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่ต้องคอยบอกว่าเราต้องเข้มแข็งหรืออดทนแค่ไหน เพราะจริง ๆ แล้วเราก็พยายามเข้มแข็งมาตลอด
เราไม่ได้ต้องการให้ใครมาสงสาร ไม่ได้ต้องการให้ใครมาแก้ปัญหาทุกอย่างให้ แค่อยากมีใครสักคนที่เข้าใจว่าเบื้องหลังรอยยิ้มหรือการใช้ชีวิตตามปกติของเรา บางครั้งก็มีเรื่องมากมายที่เราต้องแบกรับเอาไว้เพียงลำพัง
เราเองก็อยากมีความสุข อยากเรียนให้จบ อยากมีอนาคตที่ดี อยากดูแลพ่อแม่ให้ได้ และอยากมีชีวิตที่ไม่ต้องกังวลกับทุกเรื่องมากขนาดนี้
สุดท้ายนี้ เราไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ แต่ก็หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะกลับมามีแรงใจในการใช้ชีวิตอีกครั้ง และหวังว่าจะมีวันที่เราไม่ต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียวอีกต่อไปค่ะ