เรากับเพื่อนผู้หญิงคนนี้สนิทกันมาประมาณ 3 ปี ที่ผ่านมาเวลาเขามีปัญหาเรื่องความรักหรือมีเรื่องไม่สบายใจ เราก็รับฟังและอยู่ข้างเขามาตลอด เราไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเพื่อนที่ดีเลิศอะไร แต่เราก็ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของเพื่อนคนนี้มากจริง ๆ
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตอนนั้นเราอยู่บนคอนโดกับแมวชั้น 15 เรารีบอุ้มแมวหนีลงมาจากตึกโดยไม่ได้หยิบโทรศัพท์ เงิน หรือแม้แต่รองเท้าติดตัวลงมา ต้องนั่งอยู่กลางแดด เดินไปนั่งอยู่ข้างถนน และยังเป็นห่วงแมวว่าจะร้อนจนเป็นเป็นฮึทสโตรคไหม อยู่อย่างนั้น 5-6 ชม. จนแมวมันเครียดมันก็กัดเราเป็นแผล เราเหนื่อยและกลัวมากๆเ คอนโดไม่ให้ขึ้นตึกเลยเพราะกลัวว่าจะเกิดAfter Shock
ตอนนั้นเราอยากไปอยู่บ้านเพื่อน เพราะเป็นบ้านเดี่ยวและรู้สึกว่าน่าจะปลอดภัยกว่า เราจึงขอไปอยู่ด้วย แต่เพื่อนปฏิเสธในตอนแรก เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะรู้ว่าเขาโกหกว่านางพักอยู่ที่คอนโดของเรา ทั้งที่ความจริงเขาไปพักกับผู้ชายที่กำลังคุยอยู่
พอเราพยายามหาทางออกให้ เช่น ช่วยกันคิดว่าจะอธิบายกับพ่อแม่นาง เพื่อนกลับตอบประมาณว่า “มันไม่เนียนอะ”
ยอมรับว่าตอนนั้นเราเสียความรู้สึกมาก เพราะในขณะที่เรากำลังลำบากและเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับแมว สิ่งที่เพื่อนกังวลในตอนนั้นกลับเป็นเรื่องที่พ่อแม่จะจับได้ว่าเขาโกหก
หลังจากนั้นเพื่อนอธิบายว่า จริง ๆ เขาอยากให้เราไปอยู่ด้วย แต่ตอนนั้นเขาลน กลัวพ่อแม่รู้ความจริง และกลัวว่าเราจะโกรธ อีกทั้งเห็นว่าเรากำลังจะไปบ้านเพื่อนอีกคนแล้ว
เราเข้าใจว่าเขาอาจจะเครียดและมีเรื่องที่ต้องจัดการเหมือนกัน แต่การที่เขามีเหตุผลของตัวเอง ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกผิดหวังของเราหายไป เราไม่ได้ต้องการให้เพื่อนแก้ปัญหาทุกอย่างให้ แต่อย่างน้อยเราก็อยากรู้สึกว่าในช่วงเวลาที่เราลำบาก เขาใส่ใจความรู้สึกและสถานการณ์ของเราบ้าง
ตอนแรกเราก็บอกเขาว่าไม่ได้โกรธ และพยายามเข้าใจสถานการณ์ของเขา เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่หลังจากนั้นกลับมีคนมองว่าเราไม่เข้าใจเพื่อน ทำให้เพื่อนร้องไห้ หรือมองแต่ความรู้สึกของตัวเอง
สิ่งที่ทำให้เราผิดหวังมากขึ้นคือ เรารู้สึกว่าคนอื่นพยายามอธิบายว่าเพื่อนคนนี้เขามีความเครียด มีความกลัว และมีเหตุผลอะไรบ้าง แต่กลับไม่ค่อยมีใครพยายามมองจากมุมของเราว่า ตอนนั้นเราก็อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากและมีความรู้สึกเหมือนกัน
เสียใจที่เคยให้ความสำคัญกับเพื่อนคนหนึ่งมากขนาดนี้
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตอนนั้นเราอยู่บนคอนโดกับแมวชั้น 15 เรารีบอุ้มแมวหนีลงมาจากตึกโดยไม่ได้หยิบโทรศัพท์ เงิน หรือแม้แต่รองเท้าติดตัวลงมา ต้องนั่งอยู่กลางแดด เดินไปนั่งอยู่ข้างถนน และยังเป็นห่วงแมวว่าจะร้อนจนเป็นเป็นฮึทสโตรคไหม อยู่อย่างนั้น 5-6 ชม. จนแมวมันเครียดมันก็กัดเราเป็นแผล เราเหนื่อยและกลัวมากๆเ คอนโดไม่ให้ขึ้นตึกเลยเพราะกลัวว่าจะเกิดAfter Shock
ตอนนั้นเราอยากไปอยู่บ้านเพื่อน เพราะเป็นบ้านเดี่ยวและรู้สึกว่าน่าจะปลอดภัยกว่า เราจึงขอไปอยู่ด้วย แต่เพื่อนปฏิเสธในตอนแรก เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะรู้ว่าเขาโกหกว่านางพักอยู่ที่คอนโดของเรา ทั้งที่ความจริงเขาไปพักกับผู้ชายที่กำลังคุยอยู่
พอเราพยายามหาทางออกให้ เช่น ช่วยกันคิดว่าจะอธิบายกับพ่อแม่นาง เพื่อนกลับตอบประมาณว่า “มันไม่เนียนอะ”
ยอมรับว่าตอนนั้นเราเสียความรู้สึกมาก เพราะในขณะที่เรากำลังลำบากและเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับแมว สิ่งที่เพื่อนกังวลในตอนนั้นกลับเป็นเรื่องที่พ่อแม่จะจับได้ว่าเขาโกหก
หลังจากนั้นเพื่อนอธิบายว่า จริง ๆ เขาอยากให้เราไปอยู่ด้วย แต่ตอนนั้นเขาลน กลัวพ่อแม่รู้ความจริง และกลัวว่าเราจะโกรธ อีกทั้งเห็นว่าเรากำลังจะไปบ้านเพื่อนอีกคนแล้ว
เราเข้าใจว่าเขาอาจจะเครียดและมีเรื่องที่ต้องจัดการเหมือนกัน แต่การที่เขามีเหตุผลของตัวเอง ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกผิดหวังของเราหายไป เราไม่ได้ต้องการให้เพื่อนแก้ปัญหาทุกอย่างให้ แต่อย่างน้อยเราก็อยากรู้สึกว่าในช่วงเวลาที่เราลำบาก เขาใส่ใจความรู้สึกและสถานการณ์ของเราบ้าง
ตอนแรกเราก็บอกเขาว่าไม่ได้โกรธ และพยายามเข้าใจสถานการณ์ของเขา เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่หลังจากนั้นกลับมีคนมองว่าเราไม่เข้าใจเพื่อน ทำให้เพื่อนร้องไห้ หรือมองแต่ความรู้สึกของตัวเอง
สิ่งที่ทำให้เราผิดหวังมากขึ้นคือ เรารู้สึกว่าคนอื่นพยายามอธิบายว่าเพื่อนคนนี้เขามีความเครียด มีความกลัว และมีเหตุผลอะไรบ้าง แต่กลับไม่ค่อยมีใครพยายามมองจากมุมของเราว่า ตอนนั้นเราก็อยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากและมีความรู้สึกเหมือนกัน