JJNY : 5in1 รักชนกชี้ส่วนใหญ่‘ไม่รู้’│โรมลุยสอบโกงสอบท้องถิ่น│หมอเปรมจี้กกต.│กองทัชี้พบจุดตั้งทหาร│‘เจนเซน หวง’โต้กระแส

รักชนก ลงพื้นที่สำรวจเสียงปชช. ชี้ส่วนใหญ่ ‘ไม่รู้’ มีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้
.

.
ไอซ์ รักชนก ลงพื้นที่สำรวจเสียงประชาชน ชี้ส่วนใหญ่ยังไม่รู้มีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้
.
เมื่อวันที่ 21 กันยายน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี-ศาลาแดง-สยาม-ชิดลม เพื่อสำรวจความคิดเห็นและความรับรู้ของประชาชนจำนวน 100 คน ต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้
.
โดยน.ส.รักชนก กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พูดคุย พบว่าประชาชนและผู้ประกันตนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการประชาสัมพันธ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ายังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร ตนจึงได้เน้นย้ำและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทันทีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ประกันตนที่มีสิทธิทุกคนสามารถเดินทางไปใช้สิทธิได้ทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า จึงเชิญชวนให้ประชาชนร่วมออกมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุด เพราะบอร์ดประกันสังคมคือกลไกสำคัญในการปกป้องและบริหารสวัสดิการของแรงงานทุกคน
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนมีความห่วงใยถึงการมาใช้สิทธิในฝั่งนายจ้าง ที่คาดว่าจะมากันน้อย เพราะภาครัฐออกกฎระเบียบที่สร้างภาระเกินจำเป็น โดยเฉพาะนายจ้างที่เป็นนิติบุคคลซึ่งต้องเตรียมเอกสารจำนวนมาก ทั้งหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจหรือมอบหมาย และสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ ขั้นตอนที่ซับซ้อนนี้กลายเป็นเงื่อนไขที่บั่นทอนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
.
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือการร่วมกำหนดอนาคตเงินออมและสวัสดิการของคนทำงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง เราจึงอยากเห็นการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการใช้สิทธิของประชาชนมากกว่านี้” น.ส.รักชนก กล่าว
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ขอเชิญชวนผู้ประกันตนทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ร่วมกันออกมาส่งเสียงผ่านการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ เพื่อให้ได้ตัวแทนเข้าไปบริหารเงินกองทุนประกันสังคมอย่างโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตน และเป็นสวัสดิการที่พึ่งพาได้ของทุกคนอย่างแท้จริง
.

.
“โรม” บี้ “อนุทิน” เปิดชื่อ-พฤติกรรมที่ปรึกษา ลุยสอบโกงสอบท้องถิ่น ไม่ต้องเกรงใจใคร
.
“โรม” บี้ “อนุทิน” เปิดชื่อ-พฤติกรรมที่ปรึกษา ลุยสอบโกงสอบท้องถิ่น ไม่ต้องเกรงใจใคร  ถามหาความรับผิดชอบในฐานะผู้แต่งตั้ง
.
วันที่ 21 ก.ย. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. โพสต์ภาพข่าว พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
.
คดีโกงสอบท้องถิ่น วอนนายกรัฐมนตรี เปิดชื่อ เปิดพฤติกรรมที่ปรึกษาบนหัว ใกล้วันที่ 30 ก.ย.2569 ที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขีดเส้นตายสรุปจบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยระบุว่า ได้เห็นคุณอนุทินออกท่าทีขึงขังไม่เว้นวัน ลั่นวาจาจะดำเนินการอย่างเต็มที่ไม่เกรงใจใคร เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเปรียบเหมือนกับมาโกงบนหัวตัวเอง พร้อมย้ำยังยึดมั่นในคำคม “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” อยู่เสมอ แต่ไม่รู้ทำไม พอเป็นชื่อของ “ทองเจือ ชาติกิจเจริญ” อดีตที่ปรึกษารมว.มหาดไทยสมัยเกิดกรณีการทุจริต (ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล) และปัจจุบันก็ยังเป็นทีมทำงานนายกรัฐมนตรี (ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล) ผู้ซึ่งถูกระบุว่าเข้าไปมีส่วนยุ่งเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่จัดสอบ ท่าทีของคุณอนุทินก็ดูจะแปลกๆ ไป ตอนแรกก็บอกว่าได้ให้คุณทองเจือทำรายงานพฤติการณ์ของตัวเอง และให้ทีมงานตรวจสอบแล้ว อ้างว่าไม่พบการกระทำผิดแต่ก็ประสานขอข้อมูลจากตำรวจและ ป.ป.ช. ไปด้วยอีกทางหนึ่ง แต่ต่อมาพอ ผบ.ตร. ส่งข้อมูลกลับมาให้แล้ว นักข่าวไปถามขอข้อมูล กลับบอกว่ายังเปิดให้ไม่ได้ รอให้ถึงเวลาก่อน (เมื่อไรไม่รู้) 
.
นายรังสิมันต์ ระบุด้วยว่า ตนว่าถึงจุดนี้ ไม่ต้องมาปิดชื่อ ถือพฤติกรรมอะไรกันแล้ว ช่วยเปิดทั้งชื่อและพฤติกรรมทั้งหมดของที่ปรึกษาบนหัวของคุณอนุทินออกมาตอนนี้เลยดีกว่า ว่าตกลงแล้วบริสุทธิ์ปราศมลทินจริงๆ หรือไม่ ไม่เห็นต้องเกรงใจใคร
.
“สังคมจะได้รู้กันว่าควรจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากคุณอนุทิน ที่เป็นผู้ตั้งคนคนนี้ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาด้วยมากน้อยขนาดไหน รวมถึงจะได้รู้กันด้วยว่ายังมีใครอยู่บนหัวทั้งคุณอนุทินและคุณทองเจืออีกหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
.

.
หมอเปรม ชี้ระบบเลือกส.ว. เอื้อล็อกโหวต แนะเปลี่ยนให้ปชช.เลือกโดยตรง จี้กกต.ทำงานเชิงรุกอย่ารอคนมาร้อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5898572
.
‘หมอเปรม’ มองเลือกตั้งไทยยังมีปัญหาซื้อเสียง-กติกาเอื้อความได้เปรียบ แนะเลือก สว.โดยตรงจากประชาชน จี้ กกต.เปลี่ยนเป็นองค์กรเชิงรุก
.
เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานการพิจารณาเรื่องรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. เป็นประธาน ซึ่งพิจารณาเสร็จแล้ว
.
โดย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. อภิปรายว่า สมัยตนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยผ่านการเลือกตั้งหลายระดับ ตั้งแต่หัวหน้าชั้นปี สโมสรนักศึกษา ไปจนถึงกระบวนการสรรหาอธิการบดี แม้ในเวลานั้นยังไม่มีเทคโนโลยีทันสมัย ใช้เพียงบัตรกระดาษและหีบบัตร แต่ผลการเลือกตั้งกลับเป็นที่ยอมรับและไม่เกิดข้อครหาเรื่องความไม่เป็นธรรม แต่เมื่อก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรกในปี 2535 ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กลับพบโลกการเมืองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง แม้จะนำเสนอนโยบายอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายต้องพ่ายแพ้ เพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่านโยบายข้อสุดท้าย ซึ่งหมายถึงจำนวนเงินที่ใช้ซื้อเสียง คนชนะไม่ได้ชนะเพราะความดี ผลงาน หรือนโยบายพรรค แต่ชนะเพราะมีนโยบายข้อสุดท้ายว่าให้กี่บาท
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาการเลือกตั้งไม่ได้มีเพียงการซื้อเสียง แต่ยังรวมถึงการออกแบบรัฐธรรมนูญและกติกาเลือกตั้งเพื่อสร้างความได้เปรียบ แม้กระทั่งการแบ่งเขตเลือกตั้งที่บางอำเภอถูกแยกออกเป็นหลายเขต จนประชาชนตั้งคำถามถึงความเป็นธรรม สำหรับระบบเลือก ส.ว.ที่ผ่านมา ซึ่งให้ผู้สมัครเลือกกันเองทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ แม้มีข้อดีในแง่การคัดเลือกบุคคลจากกลุ่มวิชาชีพ แต่โครงสร้างที่ซับซ้อนกลับเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้งผู้สมัคร การล็อกโหวต การใช้เครือข่าย และการครอบงำผลการเลือก จึงเสนอให้ประเทศไทยใช้ระบบเลือกตั้ง ส.ว.โดยตรงจากประชาชน พร้อมออกแบบหลักเกณฑ์ป้องกันปัญหาการเมืองแบบเครือญาติ หรือภาพจำสภาผัวเมีย รวมทั้งต้องมีกลไกสกัดไม่ให้พรรคการเมืองเข้าครอบงำ
.
“หากเส้นทางของอำนาจยังมีข้อสงสัย ปลายทางของอำนาจก็ยากที่จะได้รับความไว้วางใจ เมื่อ สว.มีอำนาจให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ หากที่มาของ สว.ยังถูกตั้งคำถาม ความเคลือบแคลงย่อมลุกลามไปถึงองค์กรเหล่านั้นและอาจขยายออกไปสู่ท้องถนน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้สังเกตการณ์อิสระ ภาคประชาชน สื่อมวลชน และตัวแทนพรรคการเมือง เข้าตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับและเก็บรักษาบัตร การนับคะแนน การรวมคะแนน ไปจนถึงการตรวจสอบผลเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องให้ กกต.เปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน จากองค์กรที่รอรับคำร้อง มาเป็นองค์กรเชิงรุก ป้องกันการทุจริตก่อนเกิดเหตุ โดยยกประสบการณ์เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งและแจ้งเบาะแสว่ามีการปิดหมู่บ้านแจกเงิน แต่กลับได้รับคำตอบให้ไปหาหลักฐานมา ทั้งที่กว่าจะรวบรวมหลักฐานได้ การแจกเงินก็เสร็จสิ้นไปแล้ว
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า กกต.ต้องสื่อสารกับประชาชนด้วยภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ควรอ้างข้อกฎหมายที่ซับซ้อนจนยิ่งสร้างความสับสนและความขัดแย้ง บัตรเลือกตั้งหนึ่งใบ อาจเป็นเพียงกระดาษสำหรับผู้จัดการเลือกตั้ง แต่สำหรับประชาชน บัตรนั้นคือเสียง คือสิทธิ คือศักดิ์ศรี และคืออนาคตของประเทศ
.
ประชาธิปไตยไม่อาจสร้างให้เสร็จได้ภายในวันเดียว แต่สามารถพังทลายลงได้ในพริบตา หากรัฐสภา รัฐบาล กกต. และทุกฝ่ายยังคงเพิกเฉยต่อปัญหา และไม่ร่วมกันยกระดับการเลือกตั้งให้เสรี สุจริต ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว.
.

.
กองทัพ เผยภาพมุมสูงปราสาทพระวิหาร ชี้พบจุดตั้งทหาร-วางอาวุธกัมพูชา
.
กองทัพแฉจุดตั้งอาวุธ-ทหารกัมพูชา เข้าพื้นที่ปราสาทพระวิหาร
.
เมื่อวันที่ 21 กันยายน กองทัพ เปิดเผยภาพมุมสูงบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่และจุดจัดตั้งตำแหน่งทางทหารของฝ่ายทหารกัมพูชา โดยภายในพื้นที่ดังกล่าวพบการนำอาวุธ ยุทโธปกรณ์เข้าจัดวาง รวมถึงอาวุธที่มีศักยภาพในการยิงเข้ามายังฝั่งไทย
.
ขณะที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่มีการนำอาวุธร้ายแรงเข้ามาในพื้นที่ และไม่ได้ใช้พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อจัดตั้งทางทหาร
.

.
‘เจนเซน หวง’ โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น ‘ศูนย์’
https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898654
.
‘เจนเซน หวง’ โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น ‘ศูนย์’ เชื่อแค่เลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย
.
เจนเซน หวง ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของเอ็นวิเดีย (Nvidia) บริษัทผู้ผลิตชิป เอไอ รายใหญ่ของโลก กล่าวถึงเรื่องคำเตือนออกมาในช่วงนี้ ที่ว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) อาจจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ได้ในอีกทศวรรษหน้า ว่าเป็นเพียง “เรื่องราววันสิ้นโลก” เท่านั้น
นายหวง ได้ให้สัมภาษณ์ ซีบีเอส นิวส์ พาร์ตเนอร์ของบีบีซี ในสหรัฐอเมริกา ว่า “ปี 2030 จะยังไม่ใช่จุดจบของโลก โอกาสที่จะเกิดจุดจบของโลกนั้น มีเพียงศูนย์เปอร์เซ็นต์” และว่า การทำให้ผู้คนหวาดกลัวนั้นไม่จำเป็น และถือเป็นสิ่งที่ขาดความรับผิดชอบ
.
ทั้งนี้ คำเตือนเกี่ยวกับการสูญพันธุ์ของมนุษย์ มาจากการเปิดเผยของ จาค็อบ โคซอน อดีตนักวิจัยของบริษัท แอนโทรปิก ที่ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เมื่อเร็วๆนี้ ระบุว่า เอไอ อาจมีศักยภาพเหนือมนุษย์ และทำลายล้างมนุษยชาติได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่