JJNY : “โรม”ซัดตัวการทำเลือกตั้งไม่สุจริต│เท้งยัน ปชน.ส่งชื่อชิงนายกฯ│หมอเปรมเตือนไม่ใช่เวทีเล่นละคร│แรงงานไทยเสียชีวิต

“โรม” ซัด “อนุทิน” ขาดคุณสมบัติ ไร้ซื่อสัตย์ ตัวการทำเลือกตั้งไม่สุจริต
.

.
สภาฯ เปิดประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสนอชื่อ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้ผู้นำ  “โรม” อภิปรายเฉ่ง “อนุทิน” มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ ไร้ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จวกแก้ปัญหาน้ำมัน -ตัวการโกงเลือกตั้ง และฮั้วสว. 
.
วันที่ 19 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27  มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระสำคัญคือ การพิจารณาเลือกให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159  ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ที่ประชุมรับทราบ 
.
จากนั้นให้นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ โดยมีสส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 499 คน ต่อมานายโสภณชี้แจงขั้นตอนโหวตนายกรัฐมนตรีให้ที่ประชุมรับทราบว่า จะใช้วิธีลงคะแนนแบบเปิดเผย โดยขานชื่อสส.ตามหมายเลขประจำตัว และให้ออกเสียงลงคะแนนรายบุคคล โดยมติเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนให้ความเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสส.ทั้งหมด หรือ 250 คะแนนขึ้นไป   
 .
จากนั้นเข้าสู่วาระการประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี มีผู้แสดงตนรับรองถูกต้อง ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี มีผู้แสดงตนรับรองถูกต้อง  ก่อนลงมติโหวตที่ประชุมอนุญาตให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายถึงตัวบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ฝ่ายละ 70 นาที 
.
นายรังสิมันต์อภิปรายว่า ปัญหาราคาน้ำมันสะท้อนให้เห็นการบริหารประเทศเต็มไปด้วยการทุจริต ทุกคนรู้ว่า ปัญหาน้ำมันเถื่อนมีมายาวนาน เป็นองค์กรข้ามชาติฝังรากลึกในประเทศไทย  สะท้อนถึงความกังขาความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แม้ยืนยันน้ำมันมีเพียงพอ แต่น้ำมันหายไปไหน ถ้าไม่ใช่ทำนโยบายเชิงทุจริต ทำให้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า อภิปรายนอกประเด็น ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัตินายกฯ ทำให้นายโสภณกล่าวเตือนไม่ให้อภิปรายก้าวไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 
.
จากนั้นนายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่า การเลือกตั้งปี2569 สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง โดยนายอนุทินเป็นตัวการสำคัญทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต จากการใช้อำนาจนายกฯและรมว.มหาดไทยโยกย้ายข้าราชการก่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่มาตรฐานการเมืองไทย ส่อโกงเลือกตั้ง หวังว่านายอนุทินคงไม่ทำ ส่วนกรณีฮั้ว สว. นายอนุทินถูกกล่าวหาเรื่องนี้ว่า เป็นบ่อนทำลายเลือก สว. ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธา ทำให้สส.ภูมิใจไทยพากันประท้วงเป็นระยะๆ จนนายโสภณต้องคอยเตือนนายรังสิมันต์ไม่ให้พูดลงลึกในรายละเอียด จนเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้นนายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่า 3 เรื่องที่ยกตัวอย่างมาสะท้อนมาจากความรู้สึกประชาชน เป็นตัวอย่างแสดงว่า นายอนุทินเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
.

.
เท้ง ยัน ปชน.ส่งชื่อชิงนายกฯ ไม่คิดตั้งรัฐบาลแข่ง บอกไม่มีเหตุผล ฝ่ายรัฐบาลดูดงูเห่าส้ม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10176585
.
เท้ง ยัน ปชน.ส่งชื่อชิงนายกฯ ไม่คิดตั้งรัฐบาลแข่ง แค่อยากแสดงข้อห่วงใย บอกไม่มีเหตุผล ฝ่ายรัฐบาลดูดงูเห่าส้มโหวต อนุทิน พร้อมรับผิดชอบหากเกิดขึ้นจริง ย้อนทุกพรรคก็เคยมีประวัติไม่ดี
.
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 19 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีรายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ ได้ข่าวมาบ้าง แต่หากจะยืนยันให้แน่ชัดต้องรอในการประชุมสภาดีกว่า ตนคงตอบแทนพรรคอื่นไม่ได้
.
เมื่อถามว่า จะมีฝ่ายค้านพรรคอื่นงดออกเสียง การเสนอชื่อนายณัฐพงษ์จะสูญเปล่าหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเสนอชื่อในครั้งนี้ทุกคนทราบดีว่าการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้เกิดขึ้นในวันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ. จนถึงวันก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี หากพรรคภูมิใจไทยไม่สามารถที่จะรวบรวมเสียงข้างมากได้ ประธานสภาฯ คงไม่บรรจุระเบียบวาระให้มีการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้แน่นอน ที่พรรคประชาชนมีมติเสนอชื่อตนในการโหวตในสภา เราไม่ได้ต้องการชิงจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด แต่เราจะใช้เวทีในสภาแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารต่อประชาชน
.
ดังนั้น ในส่วนของผลการโหวตที่จะออกมา เราไม่ได้มุ่งหวังผลลัพธ์อยู่แล้วว่าจะสูญเปล่าหรือไม่ แต่ตนคิดว่าเป็นประโยชน์มากกว่า ในส่วนของข้อกังวลใจจากบางส่วนที่บอกว่าฝ่ายค้านดูไม่เป็นเอกภาพ พรรคประชาชนได้ทำงานประสานกับพรรคการเมืองอื่นๆ หรือไม่ ยืนยันว่าที่ผ่านมาเราได้มีการทำงานประสานกับพรรคฝ่ายค้านพรรคอื่น และแจ้งข่าวสารไปยังทุกพรรคอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของมติการโหวตวันนี้ไม่ได้ต้องการอะไรที่เป็นเอกภาพจากฝั่งฝ่ายค้านอยู่แล้ว เป็นเอกสิทธิ์ที่แต่ละพรรคจะเสนอหรือมีมติโหวตไปในทิศทางใด
.
เมื่อถามว่า มองว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควรแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทราบข่าวมาจากการประสานงานหลังบ้านว่าจะมีการใช้วิธีการสื่อสารจากนายอนุทิน แต่ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ ขอรอให้รอดูว่านายอนุทินจะใช้สภาแห่งนี้ ในการลุกขึ้นชี้แจงหรือแสดงวิสัยทัศน์อะไรหรือไม่ แต่หากดูในข้อบังคับจริงๆ จะเห็นว่าเป็นเรื่องของการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
.
เมื่อถามถึง กรณีที่จะมีงูเห่าจากภาคอีสาน ไปโหวตสวนให้นายอนุทิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ทางพรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ค่อนข้างที่จะมีเสถียรภาพในระดับหนึ่ง ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีการซื้อ สส.ข้ามพรรค หรือที่เรียกว่าซื้องูเห่า หากจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ตนคิดว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่รู้ว่าจะเอาเหตุผลอะไรมาอธิบาย และคิดว่าไมน่าจะเกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นก็ควรตั้งคำถามกลับไปมากกว่าว่าเราอยากให้มีวิธีการทำงานการเมืองเช่นนี้เกิดขึ้นในการเมืองไทยต่อไปหรือไม่ และทำไปเพื่ออะไร ซึ่งตนยังเชื่อในเพื่อนร่วมพรรค
.
เมื่อถามว่าหากมีงูเห่าเกิดขึ้น ถือเป็นความผิดพลาดของกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากเกิดเหตุการณ์ขึ้น การแสดงความรับผิดชอบ ตนและในส่วนของพรรคคงมีการออกมาแสดงบทบาทและออกมาชี้แจงอย่างแน่นอน เหมือนที่เคยผ่านมา ที่เราไม่เคยหลีกหนี และอยากตั้งคำถามกลับไปว่าไม่ใช่เฉพาะผู้สมัครของพรรคประชาชนที่มีปัญหา แต่สภาชุดที่ผ่านมาก็มีปัญหาเรื่องงูเห่า และมี สส.รวมถึงผู้สมัครหลายคนที่มีปัญหา อยากให้สังคมตั้งคำถามไปยังทุกพรรคการเมืองเช่นเดียวกับที่ตั้งความหวังกับพรรคประชาชน อยากให้ทุกพรรคส่ง สส.ที่ดีที่สุดให้กับประชาชนเลือก
.

.
หมอเปรม ชี้ศาลรธน. รับคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง แค่เอาใจสังคม เตือนไม่ใช่เวทีเล่นละคร
https://www.matichon.co.th/politics/news_5640381
.
“หมอเปรม” ชี้มติศาลรธน. 6ต่อ3 รับคำร้องกกต. แต่ไม่สั่งหยุดหน้าที่เป็นมติลูกผสม เอาใจแรงกดดันสังคมอาจเป็นเพียง “ควันบังตา” สุดท้ายเรื่องเงียบเมื่อกระแสจางลง ชวนสังคมช่วยจับตาดูผลระยะยาว
.
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวมีลักษณะเป็น ลูกผสมที่น่าจับตาอย่างยิ่ง แม้ศาลจะมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา แต่กลับไม่มีคำสั่งให้ กกต.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสะท้อนภาพที่เหมือนจะรับฟังเสียงประชาชน แต่ยังไม่ตัดสินใจเดินให้สุดทาง ตนมองว่าเป็นการตอบสนองต่อกระแสสังคมที่กำลังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ กกต.โดยเฉพาะกรณีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับ
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า เหมือนการยื่นมือไปรับกระแส แต่ยังไม่กล้ากำมือให้แน่น แนวโน้มหลังจากนี้อาจเกิดสถานการณ์ที่เมื่อกระแสสังคมแผ่วลง คำวินิจฉัยในท้ายที่สุดอาจออกมาในทิศทางที่สวนทางกับความคาดหวัง และทำให้เรื่องดังกล่าวค่อยๆ เลือนหายไป
.
ผมได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้มากขึ้น และทำให้รู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ บนหลักเหตุและผล ไม่ใช่เพียง รับไว้เพื่อประคองกระแสในระยะสั้น แต่ปล่อยให้ความจริงจมหายไปในระยะยาว กฎหมายไม่ใช่เวทีแสดงละคร จะรับบทเปิดเรื่องอย่างเข้มข้น แต่ปล่อยตอนจบให้เงียบงันไม่ได้” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
.
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการประเมินกระแสในฝั่งรัฐบาล พบว่าไม่ได้มีความกังวลต่อมติดังกล่าวมากนัก เนื่องจากเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่น่าจะมีคำสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะตามที่มีการร้องเรียน แม้จะมีบางส่วนมองว่ามติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองใดๆ แต่ก็ไม่ควรตัดสินจากเพียงการรับคำร้องเท่านั้น ตนเรียกร้องสังคมอย่าดูแค่ฉากเปิด ต้องดูตอนจบด้วย อีก 2-3 เดือนข้างหน้า คำตอบจะชัดว่าเป็นความยุติธรรม หรือเป็นเพียงภาพลวงตา
.
ขอตั้งข้อสังเกตว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของรัฐบาล และการแก้ไขวิกฤตประเทศ มากกว่าประเด็นความถูกต้องตามหลักกฎหมาย เมื่อความมั่นคงของรัฐบาลถูกยกขึ้นมาเหนือความถูกต้องของกฎหมาย สังคมก็อาจกำลังยอมแลกหลักการกับความอยู่รอดโดยไม่รู้ตัว” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่