1. เหตุการณ์และอาการของผู้ป่วย
ประวัติผู้ป่วย: หญิงวัย 65 ปี มีปัญหาปวดเข่าเรื้อรังจากภาวะข้อเข่าเสื่อม
การทานยา: ซื้อ "ยาชุดแก้ปวด" จากร้านแถวบ้านมาทานเองเป็นประจำทานเกือบทุกวัน วันละ 1-2 ชุด
สัญญาณเตือนเบื้องต้น: มีอาการปวดแน่นลิ้นปี่เรื้อรังคลื่นไส้หลังอาหารเรอบ่อยและปวดท้องจนต้องนั่งงอตัวแต่ผู้ป่วยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะอาหารจากการทานอาหารไม่ตรงเวลา
อาการวิกฤต: เกิดอาการปวดท้องรุนแรงฉับพลัน เหงื่อออก ใจสั่นปวดร้าวลงไปถึงสะดือจนต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้หญิง 65 ปี ปวดเข่ามานาน กินยาชุดเป็นประจำ จนวันหนึ่งปวดท้องเฉียบพลัน สรุปกระเพาะทะลุ
.
ความเจ็บ เป็นของอยู่คู่กับคนสูงวัย บางคนเจ็บมากน้อยต่างกัน ซึ่งหนึ่งในการเจ็บที่พบบ่อยที่สร้างปัญหามากเลยคือ ข้อเข่าเสื่อม และเป็นเหตุผลต้นๆ ที่ทำให้คนต้องควานหายาแก้ปวด
ซึ่งอย่างที่ทราบกัน ในบ้านเรายังมี ‘ยาชุด’ ที่รวมยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หลายๆ ชนิดอยู่ในซองเดียวกัน บางชุดก็มีสเตียรอยด์ กินทีเดียว เจอผลข้างเคียงสารพัด ซึ่งปัญหายาชุดที่ซื้อ+แพ็คขายกันเอง ยังเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่หายในหลายๆ พื้นที่
.
หญิง 65 ปี ปวดเข่ามานาน เดินลำบาก นั่งก็เจ็บ ลุกก็เจ็บ จนสุดท้ายชีวิตประจำวันแทบกลายเป็น “อยู่กับความปวด” ไปแล้ว ลูกหลานสงสาร เลยพาไปซื้อ “ยาชุดแก้ปวด” จากร้านแถวบ้าน
ซึ่งก็แฮะ กินแล้วดีจริงค่ะ ปวดลดลง
แต่รอยโรคเดิมยังอยู่ไม่ได้รักษาเลย ดังนั้นก็ยังกินเรื่อยๆ ค่ะ
โดยกินแทบทุกวัน บางวันกินวันละ 2 ชุด
เพราะกลัวปวด กินนำไปก่อนเลย
แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการ
▪ ปวดแน่นลิ้นปี่เรื้อรัง
▪ คลื่นไส้หลังอาหาร
▪ เรอบ่อย
▪ กินแล้วจุก บางทีก็กินไม่เยอะเลย
▪ บางคืนปวดจนต้องนั่งงอตัว
ผู้ป่วยก็คิดว่าเป็นโรคกระเพาะละ กินอาหารไม่ตรงเวลา ก็เลยพยายามมากินให้ตรงเวลา แน่นอนว่าก็ไม่ดีขึ้น
.
จนกระทั่งคืนหนึ่ง
ผู้ป่วยปวดท้องขึ้นมารุนแรงมาก
ปวดจนหลังงอ มีเหงื่อแตก ใจสั่น
และรู้สึกมันเหมือนลามไปไกลขึ้น ลงไปยังสะดือ
ยังดีว่าหลานเห็น
เลยรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที
.
ที่ รพ.
แพทย์ซักประวัติและตรวจร่างกายทันที
หน้าท้องแข็งเหมือนไม้กระดาน (board-like rigidity)
จึงรีบตรวจส่งเอ็กซเรย์ทันทีพบว่า
มีแก๊สลอยอยู่ใต้กะบังลมขวา
ซึ่งจุดนั้นไม่ควรจะมีอวัยวะที่มีแก๊สเลยค่ะ
เป็นไปได้อย่างเดียวคือ
มีอวัยวะบางตัว รั่วจนมีแก๊สออกมา
แล้วแก๊สลอยตัวขึ้นมาอยู่ใต้กะบังลมค่ะ
.
แพทย์จึงคิดว่าน่าจะมีอวัยวะภายในทะลุแล้ว
จากตำแหน่งและประวัติ คิดถึง
แผลในกระเพาะทะลุมากที่สุด
(Peptic ulcer perforation)
จึงรีบปรึกษาหมอศัลยกรรม
และผ่าตัดค่ะ
.
สาเหตุของการเป็นแผลจนกระเพาะทะลุ
ก็ยาชุดนั้นแหละค่ะ เพราะมียาแก้ปวดที่กัดกระเพาะได้ + ลดการสร้างเมือก/ด่างที่ผิวกระเพาะ ทำให้กระเพาะโดนกรดเผาตลอด แล้วชุดนึงบอกไปแล้วค่ะว่ามีหลายตัวอัดอยู่ในซองเดียว แถมบางครั้งยังมีสเตียรอยด์ ยับยั้งการฮีลของแผลอีก จะไม่ทะลุได้ไง
ซึ่งในคนที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้น ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น
เพราะการฮีล และการสร้างเมือกต่างๆ ในกระเพาะหดหายไปตามอายุ
.
ดังนั้นถ้าปวดเข่าขนาดนี้
อยากให้หาเวลาไปพบแพทย์และตรวจติดตามดีกว่าค่ะ
บางครั้งก็ไม่ใช่ข้อเสื่อมแต่เป็นโรคอื่นก็มี
แต่ต่อให้เป็นข้อเสื่อม ก็ยังมีแนวทางการรักษา
และการชะลอการปวดได้ค่ะ อย่างออกกำลังกาย
เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าก็ยิ่งช่วยค่ะ
.
ใดๆ คือยาชุดอันตรายมากค่ะ
ลองเช็คๆ คนข้างๆ ดีๆ นะคะเผื่อเขากินอยู่ค่ะ
2. ผลการตรวจและการรักษาของแพทย์
แพทย์ตรวจพบหน้าท้องแข็งเกร็งเหมือนไม้กระดาน (Board-like rigidity)
ผลเอ็กซเรย์พบแก๊สลอยอยู่ใต้กะบังลมด้านขวาแสดงถึงการมีอวัยวะภายในรั่วซึม
การวินิจฉัย: แผลในกระเพาะอาหารทะลุ (Peptic ulcer perforation)
การรักษา: แพทย์ปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดฉุกเฉินทันที
3. สาเหตุอันตรายจาก "ยาชุด"
ยากลุ่ม NSAIDs: ในยาชุดมักรวมยากลุ่มนี้หลายชนิดไว้ด้วยกัน ซึ่งมีผลกัดกระเพาะอาหาร และลดการสร้างเมือกปกป้องผิวข้อกระเพาะ
ยาสเตียรอยด์: ยาชุดบางชนิดผสมสเตียรอยด์ ซึ่งยับยั้งการซ่อมแซมและสมานแผลของร่างกาย
ปัจจัยเรื่องอายุ: ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มีความเสี่ยงสูงขึ้นเนื่องจากการสร้างเมือกและการสมานแผลในกระเพาะอาหารลดลงตามวัย
4. ข้อแนะนำจากแพทย์
หากมีอาการปวดเข่าหรือข้อเสื่อม ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง
สามารถชะลอและบรรเทาอาการปวดเข่าได้ด้วยการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
หลีกเลี่ยงการซื้อยาชุดทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นอันตรายถึงชีวิต
CR page Tensia
https://www.facebook.com/share/1CEXzF21sP/?mibextid=wwXIfr
คิดว่าแค่โรคกระเพาะ! สรุปหมอสั่งผ่าตัดด่วน เพราะ "ยาแก้ปวด" ซองเดียว
ประวัติผู้ป่วย: หญิงวัย 65 ปี มีปัญหาปวดเข่าเรื้อรังจากภาวะข้อเข่าเสื่อม
การทานยา: ซื้อ "ยาชุดแก้ปวด" จากร้านแถวบ้านมาทานเองเป็นประจำทานเกือบทุกวัน วันละ 1-2 ชุด
สัญญาณเตือนเบื้องต้น: มีอาการปวดแน่นลิ้นปี่เรื้อรังคลื่นไส้หลังอาหารเรอบ่อยและปวดท้องจนต้องนั่งงอตัวแต่ผู้ป่วยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะอาหารจากการทานอาหารไม่ตรงเวลา
อาการวิกฤต: เกิดอาการปวดท้องรุนแรงฉับพลัน เหงื่อออก ใจสั่นปวดร้าวลงไปถึงสะดือจนต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
2. ผลการตรวจและการรักษาของแพทย์
แพทย์ตรวจพบหน้าท้องแข็งเกร็งเหมือนไม้กระดาน (Board-like rigidity)
ผลเอ็กซเรย์พบแก๊สลอยอยู่ใต้กะบังลมด้านขวาแสดงถึงการมีอวัยวะภายในรั่วซึม
การวินิจฉัย: แผลในกระเพาะอาหารทะลุ (Peptic ulcer perforation)
การรักษา: แพทย์ปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดฉุกเฉินทันที
3. สาเหตุอันตรายจาก "ยาชุด"
ยากลุ่ม NSAIDs: ในยาชุดมักรวมยากลุ่มนี้หลายชนิดไว้ด้วยกัน ซึ่งมีผลกัดกระเพาะอาหาร และลดการสร้างเมือกปกป้องผิวข้อกระเพาะ
ยาสเตียรอยด์: ยาชุดบางชนิดผสมสเตียรอยด์ ซึ่งยับยั้งการซ่อมแซมและสมานแผลของร่างกาย
ปัจจัยเรื่องอายุ: ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) มีความเสี่ยงสูงขึ้นเนื่องจากการสร้างเมือกและการสมานแผลในกระเพาะอาหารลดลงตามวัย
4. ข้อแนะนำจากแพทย์
หากมีอาการปวดเข่าหรือข้อเสื่อม ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง
สามารถชะลอและบรรเทาอาการปวดเข่าได้ด้วยการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า
หลีกเลี่ยงการซื้อยาชุดทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นอันตรายถึงชีวิต
CR page Tensia
https://www.facebook.com/share/1CEXzF21sP/?mibextid=wwXIfr