มีใครปวดหลังตอนกลางคืนบ่อย ๆ บ้างครับ?
กลางวันยังพอทน
แต่พอกลางคืนกลับปวดจนต้องพลิกตัว
บางคืนตื่นตีสอง ตีสาม เพราะปวดหลัง
ต้องลุกมานั่ง เดิน หรือหาท่านอนใหม่ถึงจะพอหลับต่อได้
หลายคนจะคิดก่อนเลยว่า
“ที่นอนคงไม่ดี”
“หมอนสูงไป”
“นอนผิดท่าแน่ ๆ”
แล้วก็เปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนหมอน นวด ยืด ลองไปหมด
ถ้าเป็นปวดจากกล้ามเนื้อหรือท่านอนจริง อาการมักสัมพันธ์กับท่า ขยับแล้วเปลี่ยนได้ และมีแนวโน้มดีขึ้นตามเวลา
แต่ถ้า ปวดจนตื่นบ่อย ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการอื่นร่วม ผมไม่อยากให้จบที่คำว่า “นอนผิดท่า” ครับ
เพราะปวดหลังตอนกลางคืนบางแบบกำลังบอกว่า ต้องหาสาเหตุให้ลึกกว่านั้น
1. ถ้าพลิกตัวแล้วปวด แต่พอเปลี่ยนท่าก็ดีขึ้น มักไปทางกล้ามเนื้อหรือข้อ
อันนี้เป็นภาพที่เจอกันบ่อยครับ
นอนตะแคงนาน
หลังแอ่น
ที่นอนยวบ
หมอนไม่รองรับ
กลางวันก็นั่งนานอยู่แล้ว
พอกลางคืนกล้ามเนื้อหลังยังตึงอยู่ พอนอนท่าเดิมนาน ๆ ก็เริ่มปวด
ลักษณะที่ชวนให้นึกถึงเรื่องกล้ามเนื้อและข้อมากขึ้นคือ
ปวดสัมพันธ์กับท่า
พลิกแล้วเจ็บ
ลุกขึ้นเดินแล้วดีขึ้นบ้าง
กดตรงกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ
กลางวันใช้งานหนักแล้วกลางคืนปวดมากขึ้น
อันนี้ยังเข้ากับอาการจากการใช้งานได้ครับ
แต่ถ้าอาการเริ่มไม่สัมพันธ์กับท่าแล้ว นอนเฉย ๆ ก็ปวดลึก ๆ ตลอด ตรงนี้ความหมายเริ่มเปลี่ยนครับ
2. ปวดตอนพักมากกว่าตอนขยับ ต้องเริ่มคิดถึงการอักเสบบางแบบ
มีคนกลุ่มหนึ่งที่เล่าว่า
“หมอครับ ยิ่งนอนยิ่งปวด แต่พอลุกมาเดินกลับดีขึ้น”
อันนี้น่าสนใจครับ
เพราะอาการปวดหลังจากการอักเสบบางชนิด โดยเฉพาะบริเวณข้อกระดูกสันหลังหรือข้อต่อเชิงกราน อาจปวดมากตอนกลางคืนหรือช่วงเช้ามืด
ตื่นมาแล้วหลังแข็ง
ลุกยาก
ต้องเดินสักพักถึงคลาย
ลักษณะนี้ต่างจากปวดเมื่อยหลังใช้งานทั่วไปพอสมควร
ถ้าอายุยังไม่มาก แต่ปวดกลางคืนเป็นประจำ มีอาการหลังแข็งตอนเช้านาน และขยับแล้วดีขึ้น ผมอยากให้ประเมินเรื่องการอักเสบของข้อด้วยครับ
3. ปวดร้าวลงขา ชา หรือขาอ่อนแรง อาจมีเส้นประสาทถูกกด
อันนี้คนมักเรียกรวม ๆ ว่า “หมอนรองกระดูก”
แต่จริง ๆ ต้องดูอาการครับ
ถ้าปวดหลังแล้วมีอาการร้าวลงก้น ต้นขา น่อง หรือเท้า
มีชา
เสียวแปลบ
เหมือนไฟช็อต
หรือรู้สึกว่าขาข้างหนึ่งแรงน้อยลง
ตรงนี้อาจมีเส้นประสาทจากกระดูกสันหลังถูกกดหรือระคายเคืองครับ
กลางคืนบางท่าทำให้ช่องทางของเส้นประสาทแคบลง หรือแรงกดเปลี่ยน จึงปวดจนตื่นได้
ถ้าเริ่มมีขาอ่อนแรงชัด เดินสะดุดบ่อย ควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ หรือชาบริเวณก้นกบและรอบอวัยวะเพศ อันนี้ไม่ควรรอครับ ต้องรีบประเมิน
4. ปวดหลังร่วมกับไข้ หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ต้องคิดถึงการติดเชื้อด้วย
ถ้าปวดหลังอย่างเดียว ส่วนใหญ่เรามักนึกถึงกล้ามเนื้อก่อน
แต่ถ้ามีไข้ร่วมด้วย โดยเฉพาะปวดลึก ๆ ต่อเนื่อง ไม่ค่อยเปลี่ยนตามท่า และรู้สึกไม่สบายทั้งตัว ต้องมองกว้างขึ้นครับ
การติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก หรือไต สามารถทำให้ปวดหลังได้
ถ้ามีปวดเอวด้านข้างร่วมกับไข้ ปัสสาวะแสบ ขุ่น หรือหนาวสั่น ก็ต้องคิดถึงระบบทางเดินปัสสาวะและไตด้วยครับ
ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องเปลี่ยนที่นอนแล้วจะหาย
เพราะต้นเหตุอยู่อีกระบบหนึ่งเลย
5. ปวดกลางคืนมากขึ้นเรื่อย ๆ น้ำหนักลด หรือเบื่ออาหาร ต้องระวังมากขึ้น
อันนี้เป็นกลุ่มที่ผมไม่อยากให้ปล่อยครับ
ถ้าปวดหลังใหม่ ๆ แล้ว
ปวดมากขึ้นทุกสัปดาห์
นอนแล้วไม่ดีขึ้น
ปวดจนตื่นแทบทุกคืน
น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
เบื่ออาหาร
อ่อนเพลีย
หรือมีประวัติมะเร็งมาก่อน
ควรตรวจหาสาเหตุให้ชัดครับ
เพราะอาการปวดหลังจากโรคร้ายแรงบางอย่างอาจไม่ได้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวเหมือนปวดกล้ามเนื้อทั่วไป
ผมไม่ได้หมายความว่า “ปวดกลางคืน = มะเร็ง”
แต่ถ้ามีหลายสัญญาณมารวมกัน เราไม่ควรอธิบายทุกอย่างด้วยที่นอนครับ
6. กระดูกพรุนหรือกระดูกยุบ ก็ทำให้ปวดกลางคืนได้
โดยเฉพาะคนอายุมาก ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน หรือคนที่ใช้ยาสเตียรอยด์นาน ๆ
กระดูกสันหลังอาจเปราะขึ้น และบางครั้งเกิดกระดูกยุบจากแรงที่ดูไม่หนักมากครับ
เช่น ยกของ
ก้มผิดจังหวะ
ไอแรง
หรือแค่ล้มเบา ๆ
ถ้าอยู่ดี ๆ ปวดหลังชัดหลังเหตุการณ์เหล่านี้ ปวดเฉพาะจุด กดเจ็บมาก และกลางคืนพลิกตัวแล้วเจ็บ ผมอยากให้คิดถึงกระดูกด้วย
โดยเฉพาะถ้าส่วนสูงลดลง หลังค่อมมากขึ้น หรือเคยมีกระดูกหักง่ายมาก่อน
7. ถ้าปวดทุกคืนจน “รูปแบบชีวิตเปลี่ยน” นั่นก็พอให้ตรวจแล้วครับ
บางคนรอจนต้องมีอาการหนักมากก่อนถึงจะไปตรวจ
จริง ๆ ถ้าปวดจน
ตื่นหลายคืนต่อสัปดาห์
ต้องกินยาแก้ปวดเกือบทุกคืน
นอนไม่พอ
กลางวันล้า
เริ่มกลัวการนอน
ตรงนี้ผมว่าควรหาสาเหตุแล้วครับ
เพราะถึงสุดท้ายจะเป็นเรื่องกล้ามเนื้อจริง ก็ยังควรได้แผนแก้ที่ตรงจุด
เราไม่ควรอยู่กับอาการที่รบกวนการนอนนาน ๆ แล้วพยายามปรับหมอนไปเรื่อย ๆ อย่างเดียวครับ
ถ้าคืนนี้ปวดหลัง ลองถามตัวเอง 5 ข้อนี้
• ปวดสัมพันธ์กับท่าหรือไม่
• ลุกเดินแล้วดีขึ้นหรือแย่ลง
• มีปวดร้าว ชา หรือขาอ่อนแรงไหม
• มีไข้ น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลียผิดปกติหรือเปล่า
• อาการกำลังดีขึ้น หรือแย่ลงต่อเนื่องทุกสัปดาห์
ห้าข้อนี้ช่วยแยกได้พอสมควรครับ ว่าเรากำลังอยู่ในกลุ่มที่ลองปรับท่าและฟื้นฟูก่อนได้ หรือควรไปตรวจให้ชัด
ปวดหลังตอนกลางคืนไม่ได้แปลว่าอันตรายทุกครั้งครับ
หลายคนเกิดจากท่านอน กล้ามเนื้อตึง ที่นอนไม่เหมาะ หรือใช้งานหลังหนักตอนกลางวัน
แต่ถ้าปวดตอนพักมาก
ปวดจนตื่นบ่อย
ปวดร้าวลงขา
มีชา อ่อนแรง
มีไข้ น้ำหนักลด
หรืออาการแย่ลงเรื่อย ๆ
ผมไม่อยากให้สรุปว่า “คงนอนผิดท่า”
เพราะบางครั้งอาการกลางคืนกำลังช่วยบอกเรา ว่าต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่หมอนหรือที่นอนแล้วครับ
คืนนี้ถ้าปวดหลังจนต้องตื่น ลองสังเกตดูครับว่าแค่เปลี่ยนท่าแล้วดีขึ้น หรืออาการยังตามเราอยู่ทุกท่า
สองแบบนี้ ความหมายต่างกันพอสมควรครับ
กลางคืนปวดหลังจนต้องตื่น! แบบไหนไม่ใช่แค่ปวดจากท่านอน!