🌙 นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ ตื่นมาไม่สดชื่น ปัญหาอาจอยู่ตรง “ไขมัน” ที่คอ ลิ้น และพุง!

หลายคนบ่นว่ามีปัญหาการนอน นอนหลับๆ ตื่นๆ ตื่นมาก็รู้สึกไม่สดชื่นเลย ปรับพฤติกรรมมาหลายวิธีก็ยังไม่ค่อยดีขึ้น จนกระทั่งตัดสินใจคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างจริงจัง พอไขมันเริ่มลดลงและน้ำหนักตัวลดลง ปรากฏว่าคุณภาพการนอนกลับดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ วันนี้บลูโซนจะพามาเจาะลึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา และทำไมความอ้วนถึงเป็นตัวการแอบขโมยการนอนหลับที่ดีของเราไปค่ะ

😴 ทำไมความอ้วน ถึงทำให้เรานอนแย่ลง?


1️⃣ "ไขมันสะสมที่คอด้านหน้า" กีดขวางทางเดินหายใจ
เมื่อเรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ร่างกายจะนำไขมันไปสะสมตามจุดต่างๆ รวมถึงบริเวณคอค่ะ พอล้มตัวลงนอนหงาย น้ำหนักของก้อนไขมันเหล่านี้จะตกลงมากดทับหลอดลมและหลอดอาหารส่วนบน ทำให้ช่องอากาศแคบลงจนลมหายใจเข้าได้ยากขึ้น ผลที่ตามมาคือเราจะรู้สึกเหมือนหลับสนิท แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองต้องคอยตื่นตัวขึ้นมาสั่งการให้ร่างกายออกแรงหายใจเฮือกใหญ่ ทำให้เราเข้าไม่ถึงภาวะหลับลึกนั่นเองค่ะ

2️⃣ "ไขมันแทรกในเนื้อเยื่อลิ้น" ทำให้ลิ้นอุดกั้นทางเดินหายใจ
นอกจากไขมันที่คอแล้ว ไขมันยังสามารถแทรกซึมเข้าไปอยู่ในกล้ามเนื้อลิ้นได้ด้วยนะคะ ทำให้ลิ้นของเรามีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อเวลานอนหลับและกล้ามเนื้อทั่วร่างกายคลายตัว ลิ้นที่หนักอึ้งก็จะตกลงไปด้านหลังได้ง่ายขึ้น และเข้าไปปิดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ตรงจุดนี้แหละค่ะที่เป็นสาเหตุหลักของการนอนกรน หรืออาการที่หลายคนมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) โดยที่ไม่รู้ตัวเลยค่ะ

3️⃣ "ไขมันในช่องท้อง" (Visceral Fat) ดันกระบังลม
ไขมันในช่องท้องที่มีปริมาณมากเกินไป จะเข้าไปเพิ่มแรงดันภายในช่องท้องค่ะ เวลาที่เราหายใจเข้า กระบังลมจะต้องหดตัวและเลื่อนต่ำลงเพื่อขยายพื้นที่ให้ปอด แต่ถ้ามีไขมันมาอัดแน่นอยู่ กระบังลมก็จะถูกดันและขยับได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในเวลานอนราบที่ไม่มีแรงโน้มถ่วงมาช่วยดึงลง ปอดจึงขยายตัวได้น้อยลง ทำให้การหายใจแต่ละครั้งต้องออกแรงมากกว่าปกติและรู้สึกเหนื่อยล้าแม้ในขณะนอนหลับค่ะ

4️⃣ "การหายใจเฮือก" กระตุ้นให้ปวดปัสสาวะกลางดึก
รู้ไหมคะว่าการตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อยๆ กลางดึก เกี่ยวข้องกับการหยุดหายใจขณะหลับด้วยค่ะ! ช่วงที่ทางเดินหายใจแคบมากๆ สมองจะสั่งให้ร่างกายพยายามสูดลมหายใจเข้าอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้ความดันในช่องอกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและไปกระชากให้หัวใจยืดตัวออก หัวใจของเราจะเข้าใจผิดคิดว่ามีปริมาณเลือดไหลเข้ามามากเกินไป จึงหลั่งฮอร์โมนที่สั่งให้ไตขับน้ำออก (ANP/BNP) ผลก็คือไตจะถูกกระตุ้นให้ผลิตปัสสาวะมากขึ้น ทำให้เราต้องตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ ค่ะ ใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ ไม่ต้องตกใจไปนะคะ มันมีสาเหตุทางวิทยาศาสตร์รองรับจริงๆ ค่ะ


ลดไขมันได้ปุ๊บ ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ปั๊บ
เมื่อเราสามารถลดน้ำหนักและลดไขมันส่วนเกินลงได้ ปริมาณไขมันที่คอและลิ้นก็จะลดลงตามไปด้วย ทางเดินหายใจจึงกลับมาเปิดกว้างขึ้น ในขณะเดียวกัน พอไขมันในช่องท้องลดลง กระบังลมก็ขยับตัวได้อย่างอิสระ ทำให้ปอดขยายตัวรับออกซิเจนได้เต็มที่ อาการหยุดหายใจ อาการกรน และฮอร์โมนสั่งขับปัสสาวะกลางดึกก็จะค่อยๆ หายไปค่ะ

หากใครมีอาการนอนกรนเสียงดัง หรือสงสัยว่าตัวเองอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การไปตรวจคุณภาพการนอน (Sleep Test) กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็เป็นวิธีที่บลูโซนแนะนำนะคะ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและรักษาให้ตรงจุด เพราะการกรนส่งผลเสียต่อการทำงานของหัวใจ สมอง และหลอดเลือดในระยะยาวได้ค่ะ นอกจากนี้ อาการกรนอาจมาจากโครงสร้างใบหน้า หรือต่อมทอนซิลที่โตได้เช่นกัน ดังนั้นการพบแพทย์เพื่อรับการตรวจจะช่วยให้เราแก้ไขได้แม่นยำที่สุดค่ะ

การลดความอ้วนให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าแค่การเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าค่ะ เพราะมันคือการคืนพื้นที่ทางเดินหายใจ คืนการขยับของปอด และคืนเวลาพักผ่อนให้สมองอย่างแท้จริง เมื่อเรานอนหลับได้ดีขึ้น สุขภาพระบบอื่นๆ ก็จะฟื้นตัวตามไปด้วย ค่อยๆ เริ่มต้นดูแลตัวเองทีละสเต็ปนะคะ รับรองว่าสุขภาพที่ดีขึ้นจะทำให้คุณยิ้มได้แน่นอนค่ะ 😊


ที่มา/อ้างอิง : Bluzone
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่