เมื่อวานไปดู หมัดเทวา ท้าเดิมพัน มา
ดูจบแล้วสิ่งที่ติดอยู่ในหัวกลับไม่ใช่เรื่องหมัดเท่าไร
แต่เป็นความรู้สึกว่า…
ชีวิตของคนธรรมดาหลายคน
มันก็มีช่วงที่เหมือน “หลังชนฝา” จริงๆ
ค่าใช้จ่ายรออยู่
ครอบครัวรออยู่
หนี้รออยู่
พรุ่งนี้ก็ยังต้องกิน ต้องใช้ ต้องรับผิดชอบ
บางครั้ง...เราไม่ได้ตื่นไปทำงานเพราะมี Passion ทุกวันหรอก
บางวันก็แค่ไปทำงานเพื่อแลกเงิน
แล้วเอาเงินนั้นกลับมาประคองชีวิตของตัวเองกับคนที่เรารัก
พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า “ชีวิตมีแต่เงิน”
หรือทุกคนต้องทนทำงานที่ตัวเองไม่มีความสุขนะ
แค่รู้สึกว่า
คนเราเริ่มต้นไม่เท่ากันจริงๆ
บางคนมีเงินเก็บ มีครอบครัวรองรับ
มีเวลาค่อยๆ เลือกทางเดิน
แต่บางคน
ถ้าหยุดวันนี้ รายจ่ายพรุ่งนี้ก็ยังมาเหมือนเดิม
คำว่า “ทำไมไม่เลือกชีวิตที่ดีกว่านี้”
จึงอาจพูดง่ายสำหรับคนที่ยังมีทางให้เลือก
แต่ถึงชีวิตจะบังคับให้เราต้องสู้
ผมก็คิดว่า
เราไม่จำเป็นต้องสู้จนลืมดูแลตัวเอง
เหนื่อยก็พักกายบ้าง
ใจหนักก็พักใจบ้าง
บางเรื่องยังแก้ไม่ได้วันนี้
วางไว้ก่อนสักคืน
และอาจต้องค่อยๆ หา Mindset ที่เหมาะกับชีวิตตัวเอง
ไม่ใช่ Mindset แบบ “ต้องชนะทุกอย่าง”
แต่เป็นความคิดที่ช่วยให้เรารู้ว่า
อะไรควรสู้ อะไรควรวาง
อะไรคือหน้าที่
และอะไรคือภาระที่เราไม่จำเป็นต้องแบกทั้งหมด
เพราะบางช่วงของชีวิต
เป้าหมายอาจไม่ใช่การวิ่งให้เร็วกว่าใคร
แค่ประคองตัวเองให้ผ่านวันนี้
นอนให้พอ
รักษาใจไม่ให้พัง
แล้วพรุ่งนี้ยังลุกขึ้นมาเริ่มใหม่ได้
ผมว่าก็เก่งมากแล้ว
พออายุมากขึ้น
ผมเลยไม่ค่อยรีบตัดสินคนที่กำลังก้มหน้าทำงานหาเงินเท่าไร
เขาอาจไม่ได้บ้าเงิน
ไม่ได้ไม่มีอุดมการณ์
และไม่ได้ยอมแพ้ให้ทุนนิยม
บางทีเขาแค่มี “ใครบางคน” หรือ “บางอย่าง” อยู่ข้างหลัง
ที่ทำให้ตัวเองยังล้มไม่ได้
และบางครั้ง…การกัดฟันทำงานต่อไป
พร้อมกับรู้จักหยุดพักในเวลาที่ควรพัก
ก็อาจเป็นความกล้าหาญแบบธรรมดาที่สุดของคนคนหนึ่งแล้ว
ใครเคยมีช่วงชีวิตที่รู้สึกว่า
“ไม่ได้อยากสู้หรอก แต่ตอนนั้นมันถอยไม่ได้จริงๆ” บ้างครับ
แชร์ประสบการณ์ ( และ/หรือ ทางรอด ) กันได้นะครับ
ชม ภ. “หมัดเทวา ท้าเดิมพัน” แล้วแอบคิด…บางคนไม่ได้อยากสู้หรอก แค่ข้างหลังมันไม่มีที่ให้ถอย ...?
ดูจบแล้วสิ่งที่ติดอยู่ในหัวกลับไม่ใช่เรื่องหมัดเท่าไร
แต่เป็นความรู้สึกว่า…
ชีวิตของคนธรรมดาหลายคน
มันก็มีช่วงที่เหมือน “หลังชนฝา” จริงๆ
ค่าใช้จ่ายรออยู่
ครอบครัวรออยู่
หนี้รออยู่
พรุ่งนี้ก็ยังต้องกิน ต้องใช้ ต้องรับผิดชอบ
บางครั้ง...เราไม่ได้ตื่นไปทำงานเพราะมี Passion ทุกวันหรอก
บางวันก็แค่ไปทำงานเพื่อแลกเงิน
แล้วเอาเงินนั้นกลับมาประคองชีวิตของตัวเองกับคนที่เรารัก
พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า “ชีวิตมีแต่เงิน”
หรือทุกคนต้องทนทำงานที่ตัวเองไม่มีความสุขนะ
แค่รู้สึกว่า
คนเราเริ่มต้นไม่เท่ากันจริงๆ
บางคนมีเงินเก็บ มีครอบครัวรองรับ
มีเวลาค่อยๆ เลือกทางเดิน
แต่บางคน
ถ้าหยุดวันนี้ รายจ่ายพรุ่งนี้ก็ยังมาเหมือนเดิม
คำว่า “ทำไมไม่เลือกชีวิตที่ดีกว่านี้”
จึงอาจพูดง่ายสำหรับคนที่ยังมีทางให้เลือก
แต่ถึงชีวิตจะบังคับให้เราต้องสู้
ผมก็คิดว่า
เราไม่จำเป็นต้องสู้จนลืมดูแลตัวเอง
เหนื่อยก็พักกายบ้าง
ใจหนักก็พักใจบ้าง
บางเรื่องยังแก้ไม่ได้วันนี้
วางไว้ก่อนสักคืน
และอาจต้องค่อยๆ หา Mindset ที่เหมาะกับชีวิตตัวเอง
ไม่ใช่ Mindset แบบ “ต้องชนะทุกอย่าง”
แต่เป็นความคิดที่ช่วยให้เรารู้ว่า
อะไรควรสู้ อะไรควรวาง
อะไรคือหน้าที่
และอะไรคือภาระที่เราไม่จำเป็นต้องแบกทั้งหมด
เพราะบางช่วงของชีวิต
เป้าหมายอาจไม่ใช่การวิ่งให้เร็วกว่าใคร
แค่ประคองตัวเองให้ผ่านวันนี้
นอนให้พอ
รักษาใจไม่ให้พัง
แล้วพรุ่งนี้ยังลุกขึ้นมาเริ่มใหม่ได้
ผมว่าก็เก่งมากแล้ว
พออายุมากขึ้น
ผมเลยไม่ค่อยรีบตัดสินคนที่กำลังก้มหน้าทำงานหาเงินเท่าไร
เขาอาจไม่ได้บ้าเงิน
ไม่ได้ไม่มีอุดมการณ์
และไม่ได้ยอมแพ้ให้ทุนนิยม
บางทีเขาแค่มี “ใครบางคน” หรือ “บางอย่าง” อยู่ข้างหลัง
ที่ทำให้ตัวเองยังล้มไม่ได้
และบางครั้ง…การกัดฟันทำงานต่อไป
พร้อมกับรู้จักหยุดพักในเวลาที่ควรพัก
ก็อาจเป็นความกล้าหาญแบบธรรมดาที่สุดของคนคนหนึ่งแล้ว
ใครเคยมีช่วงชีวิตที่รู้สึกว่า
“ไม่ได้อยากสู้หรอก แต่ตอนนั้นมันถอยไม่ได้จริงๆ” บ้างครับ
แชร์ประสบการณ์ ( และ/หรือ ทางรอด ) กันได้นะครับ