”หมัดเทวา ท้าเดิมพัน“ (แค่ชื่อหนังก็ไม่ค่อยเรียกคนดูเข้าโรงแล้ว) เป็นหนังที่เริ่มต้นยกแรกด้วยการเล่าที่มาที่ไป ทำไมพระเอกหนุ่มที่ทำงานเป็น Rider ขับรถส่งอาหาร ถึงต้องดิ้นรนเข้าสู่วงการสังเวียนใต้ดิน จากการชักชวนของ promoter มวยเพื่อนเก่าสมัยเรียนช่างกล เพื่อหาเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยในโรงพยาบาล แถมช่วยใช้หนี้ให้นางเอกที่เป็นแฟนเก่าและทำงานเป็นสาวเชียร์ไวน์สำหรับแขก VIP ที่สังเวียนแห่งนี้
พล๊อตเรื่องออกแนว soap opera มาก
เข้าสู่ยกสอง พระเอกต้องไปสักหลังเพื่อเพิ่มพลังพิเศษเวลาต่อสู้ จากนั้นเข้าสู่สังเวียน สู้กับคนนั้นคนนี้ พร้อม up level พลังขึ้นไปเรื่อยๆ
สารภาพว่าตอนดูฉากต่อสู้ครั้งแรก ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจ ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่สายที่ชอบเล่นเกมส์ ถ้าใครชอบเกมส์แนว Street Fighter คงจะตาลุกวาวกันเลยทีเดียว
แต่พอได้ดูการเตะต่อยของพระเอกกับคู่ต่อสู้อีกหลายๆ คน ผู้ชมภาพยนต์วัยเลยกลางคน จึงเริ่มออกอาการดูนาฬิกาบ่อยขึ้น พร้อมคิดในใจ เมื่อไหร่จะหมดยก
พอหนังเข้าสู่ยกสาม ซึ่งเป็นยกสุดท้าย ผู้กำกับหนังเหมือนนักมวยที่แอบไปกระดกเหล้ายาดองช้างกระทืบโรงในช่วงพักยกจนได้ที่ แล้วกลับขึ้นมาพังเวที และไล่กระทืบความรู้สึกของผู้ชมในโรงแบบไม่เกรงใจกันเลยทีเดียว
เล่นเอาคนดูแบบผม (ที่เกือบหลับ) ต้องปรับท่านั่งดูใหม่ เปลี่ยนไปจดจ้องที่หน้าจอภาพยนต์แบบไม่สนใจเวลาและตาไม่กระพริบ (อันนี้เวอร์ไปหน่อย)
การเดินเรื่องใน part นี้ ถือว่าสนุกและได้รสชาติมาก พร้อมกับความรู้สึกรอลุ้นว่า หนังเรื่องนี้ มันจะจบท่าไหนวะ
สรุปว่า หนังจบแบบโคตรมีสาระและมี key takeaway ให้คนดูเฉยเลย
ถ้าเปรียบภาพยนต์เรื่องนี้เป็นการแข่งฟุตบอล การแข่งในครึ่งแรกคงเหมือนส่งตัวสำรองลงไปเตะ เล่นไม่ค่อยเป็นทรง โดนยิงไปหลายลูก
แต่พอเริ่มครึ่งหลัง เหมือนเปลี่ยนตัวจริงลงไปเล่นแล้วไล่บดไล่บี้คู่แข่งแบบเอาตาย จนฝ่ายตรงข้ามต้องหายใจทางเหงือก ยิงประตูตีตื้นคืนมาจนเสมอกัน และซัดประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บไปแบบสุดมันส์ อารมณ์ประมาณนั้น
ไม่เชื่อให้ไปถาม บอบู๋
ขอสรุปอีกครั้งว่า “หมัดเทวา ท้าเดิมพัน” เป็นหนัง surprise ในรอบหลายปี เป็นหนังที่ผู้ชมโดนผู้กำกับสับขาหลอกแบบ digital กันถ้วนหน้า แต่เอาเป็นว่า โดยรวมแล้ว...ชอบเลยครับ
อยากเชิญชวนให้ไปดูหนังไทยเรื่องนี้ กรุณาอย่าให้หน้าหนังมันหลอกคุณไม่ให้เข้าโรง
รีบตีตั๋วไปดูกันซะนะ จะได้รู้ว่าผู้กำกับคนนี้ น่ากลัวขนาดไหน (หลอกคนดูเก่ง)
“God Skin - หมัดเทวา ท้าเดิมพัน” หนังไทยที่ไม่แน่ใจว่าดีหรือไม่ดี แต่โคตรอยากเชียร์ให้ไปดู
พล๊อตเรื่องออกแนว soap opera มาก
เข้าสู่ยกสอง พระเอกต้องไปสักหลังเพื่อเพิ่มพลังพิเศษเวลาต่อสู้ จากนั้นเข้าสู่สังเวียน สู้กับคนนั้นคนนี้ พร้อม up level พลังขึ้นไปเรื่อยๆ
สารภาพว่าตอนดูฉากต่อสู้ครั้งแรก ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจ ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่สายที่ชอบเล่นเกมส์ ถ้าใครชอบเกมส์แนว Street Fighter คงจะตาลุกวาวกันเลยทีเดียว
แต่พอได้ดูการเตะต่อยของพระเอกกับคู่ต่อสู้อีกหลายๆ คน ผู้ชมภาพยนต์วัยเลยกลางคน จึงเริ่มออกอาการดูนาฬิกาบ่อยขึ้น พร้อมคิดในใจ เมื่อไหร่จะหมดยก
พอหนังเข้าสู่ยกสาม ซึ่งเป็นยกสุดท้าย ผู้กำกับหนังเหมือนนักมวยที่แอบไปกระดกเหล้ายาดองช้างกระทืบโรงในช่วงพักยกจนได้ที่ แล้วกลับขึ้นมาพังเวที และไล่กระทืบความรู้สึกของผู้ชมในโรงแบบไม่เกรงใจกันเลยทีเดียว
เล่นเอาคนดูแบบผม (ที่เกือบหลับ) ต้องปรับท่านั่งดูใหม่ เปลี่ยนไปจดจ้องที่หน้าจอภาพยนต์แบบไม่สนใจเวลาและตาไม่กระพริบ (อันนี้เวอร์ไปหน่อย)
การเดินเรื่องใน part นี้ ถือว่าสนุกและได้รสชาติมาก พร้อมกับความรู้สึกรอลุ้นว่า หนังเรื่องนี้ มันจะจบท่าไหนวะ
สรุปว่า หนังจบแบบโคตรมีสาระและมี key takeaway ให้คนดูเฉยเลย
ถ้าเปรียบภาพยนต์เรื่องนี้เป็นการแข่งฟุตบอล การแข่งในครึ่งแรกคงเหมือนส่งตัวสำรองลงไปเตะ เล่นไม่ค่อยเป็นทรง โดนยิงไปหลายลูก
แต่พอเริ่มครึ่งหลัง เหมือนเปลี่ยนตัวจริงลงไปเล่นแล้วไล่บดไล่บี้คู่แข่งแบบเอาตาย จนฝ่ายตรงข้ามต้องหายใจทางเหงือก ยิงประตูตีตื้นคืนมาจนเสมอกัน และซัดประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บไปแบบสุดมันส์ อารมณ์ประมาณนั้น
ไม่เชื่อให้ไปถาม บอบู๋
ขอสรุปอีกครั้งว่า “หมัดเทวา ท้าเดิมพัน” เป็นหนัง surprise ในรอบหลายปี เป็นหนังที่ผู้ชมโดนผู้กำกับสับขาหลอกแบบ digital กันถ้วนหน้า แต่เอาเป็นว่า โดยรวมแล้ว...ชอบเลยครับ
อยากเชิญชวนให้ไปดูหนังไทยเรื่องนี้ กรุณาอย่าให้หน้าหนังมันหลอกคุณไม่ให้เข้าโรง
รีบตีตั๋วไปดูกันซะนะ จะได้รู้ว่าผู้กำกับคนนี้ น่ากลัวขนาดไหน (หลอกคนดูเก่ง)