หมัดเทวาท้าเดิมพัน
ที่สุดของความเบียว ที่สุดของการหักมุม
หนังไทยไม่พัฒนา เราต่อต้านคำนี้มาตลอด เพราะถ้าดูหนังไทยจริงๆ คนที่ตั้งใจทำ เค้าสู้กันนะ ช่วงปีหลังๆ เราได้เห็นหนังไทยที่พยายามฉีกกรอบ ไม่เพลเซฟ ผลออกมาเวิร์คบ้าง ไม่เวิร์คบ้าง แต่มันก้าวไปข้างหน้าแน่ๆ
ล่าสุดทั้งหมัดเทวา และรินรดาที่เล่นท่ายาก ก็มาพร้อมโปรดักชั่นสุดเจ๋ง การแสดงยอดเยี่ยม ไอเดียแปลกใหม่ แต่สำหรับเราทั้งคู่มีปัญหาเดียวกันตรงกันเล่าเรื่องโดยเฉพาะตรงกลางที่ขาดไดนามิก
หมัดเทวาตอนเห็นตัวอย่างครั้งแรก เราคิดว่ามันคือโฆษณาแผ่นแปะแก้ปวด งานภาพมันสวยทุกฉากเลยนะ แต่ตรงนี้เราว่ามันโชว์ของมากเกินไปจนเสียความดิบทึ่จะสื่ออารมณ์ บางฉากทึ่น่าจะหมอง มันก็ยังแสงนีออน อาจจะเป็นสไตล์โทนเรื่อง มันก็เข้าใจได้ แต่เราว่ามันโชว์ของมากไปนิด
ส่วนฉากปล่อยพลัง ฉากสู้ต่างๆ นักแสดงทำได้ดีมาก มันดีระดับเทียบจา พนมที่เค้าเป็นสตั๊นได้เลย แต่ก็มีจุดที่รู้สึกมันเหมือนเราดูภาพซ้ำๆ วนอยู่นาน คือแอคชั่นดี แต่ไดนามิกช่วงกลางเรื่อง กลายเป็นเส้นตรง แบบว่า ฉากนึ้เหมือนกันหมดเลย เนื้อเรื่องเปลี่ยนระดับ แต่ฉาก หรือการเสริมพลังมันเหมือนเดิมจนรู้สึกไม่ได้อยากเอาใจช่วยตัวละคร
แต่หนังพลิกฮุคกับมาตลอดช่วงท้ายที่หักมุมแบบสุดๆ หักจนคิดว่าเหมือนเป็นหนังคนละเรื่อง ซึ่งก็เป็นอะไรใหม่ๆ ดี เพราะถ้าเอาแบบด้านบนจนจบ คงรู้สึกโล่งแปลกๆ แต่พอแบบนี้มันก็เกิดความว้าว แม้มันจะดูงงๆ แบบไม่รู้สึกคล้อยตาม แต่มันก็สนุก มีอะไรให้พูดถึงกว่าพาร์ทต่อยมวย
สรุปคือไปดูเถอะค่ะ หนังไทยพัฒนา เรายืนยันคำนี้
รีวิว หมัดเทวาท้าเดิมพัน ที่สุดของความเบียว ที่สุดของการหักมุม
ที่สุดของความเบียว ที่สุดของการหักมุม
หนังไทยไม่พัฒนา เราต่อต้านคำนี้มาตลอด เพราะถ้าดูหนังไทยจริงๆ คนที่ตั้งใจทำ เค้าสู้กันนะ ช่วงปีหลังๆ เราได้เห็นหนังไทยที่พยายามฉีกกรอบ ไม่เพลเซฟ ผลออกมาเวิร์คบ้าง ไม่เวิร์คบ้าง แต่มันก้าวไปข้างหน้าแน่ๆ
ล่าสุดทั้งหมัดเทวา และรินรดาที่เล่นท่ายาก ก็มาพร้อมโปรดักชั่นสุดเจ๋ง การแสดงยอดเยี่ยม ไอเดียแปลกใหม่ แต่สำหรับเราทั้งคู่มีปัญหาเดียวกันตรงกันเล่าเรื่องโดยเฉพาะตรงกลางที่ขาดไดนามิก
หมัดเทวาตอนเห็นตัวอย่างครั้งแรก เราคิดว่ามันคือโฆษณาแผ่นแปะแก้ปวด งานภาพมันสวยทุกฉากเลยนะ แต่ตรงนี้เราว่ามันโชว์ของมากเกินไปจนเสียความดิบทึ่จะสื่ออารมณ์ บางฉากทึ่น่าจะหมอง มันก็ยังแสงนีออน อาจจะเป็นสไตล์โทนเรื่อง มันก็เข้าใจได้ แต่เราว่ามันโชว์ของมากไปนิด
ส่วนฉากปล่อยพลัง ฉากสู้ต่างๆ นักแสดงทำได้ดีมาก มันดีระดับเทียบจา พนมที่เค้าเป็นสตั๊นได้เลย แต่ก็มีจุดที่รู้สึกมันเหมือนเราดูภาพซ้ำๆ วนอยู่นาน คือแอคชั่นดี แต่ไดนามิกช่วงกลางเรื่อง กลายเป็นเส้นตรง แบบว่า ฉากนึ้เหมือนกันหมดเลย เนื้อเรื่องเปลี่ยนระดับ แต่ฉาก หรือการเสริมพลังมันเหมือนเดิมจนรู้สึกไม่ได้อยากเอาใจช่วยตัวละคร
แต่หนังพลิกฮุคกับมาตลอดช่วงท้ายที่หักมุมแบบสุดๆ หักจนคิดว่าเหมือนเป็นหนังคนละเรื่อง ซึ่งก็เป็นอะไรใหม่ๆ ดี เพราะถ้าเอาแบบด้านบนจนจบ คงรู้สึกโล่งแปลกๆ แต่พอแบบนี้มันก็เกิดความว้าว แม้มันจะดูงงๆ แบบไม่รู้สึกคล้อยตาม แต่มันก็สนุก มีอะไรให้พูดถึงกว่าพาร์ทต่อยมวย
สรุปคือไปดูเถอะค่ะ หนังไทยพัฒนา เรายืนยันคำนี้