เสียงเรียกจากตึกเก่า

                  เริ่มเลยนะคะ ย้อนกลับไปช่วงเดือนมกราคม 2569 เรามีโอกาสได้เข้าไปทำงานสัญญาจ้างระยะสั้นในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต
ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อสถานที่นะคะ เนื่องจากเป็นสถานที่ทำงานค่ะ
                  อาคารที่เราทำงานอยู่ เป็นอาคารที่ใช้สำหรับเก็บร่างผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยตัวอาคารมีทั้งหมด 6 ชั้น รวมชั้นใต้ดินซึ่งใช้เป็นพื้นที่จอดรถ

                  หน้าที่ของเราหลัก ๆ ในแต่ละวัน คือการจัดทำรายงานสรุปว่า ในวันนั้นผู้รับเหมาเข้ามาทำงานอะไรบ้าง งานดำเนินไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว และมีความคืบหน้าอย่างไร ดังนั้น ในแต่ละวันเราจึงต้องเดินตรวจงาน แทบทุกชั้นของอาคาร เพื่อเก็บข้อมูลกลับมาทำรายงาน ตอนแรกทุกอย่างก็ดูเป็นเรื่องปกติดีค่ะ เราเข้ามาทำงานตามหน้าที่ เดินตรวจงานแต่ละชั้นเหมือนทุกวัน ไม่ได้คิดหรือรู้สึกอะไรเป็นพิเศษ

                  พอทำงานไปได้สักระยะ เราก็เริ่มสังเกตเห็นบางอย่างที่แปลกไป…
                  ตอนแรกเราคิดว่าคงไม่มีอะไร เป็นเพียงความรู้สึกของเราเอง แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์บางอย่างก็เริ่มเกิดขึ้น และมันทำให้เรารู้สึกว่า อาคารแห่งนี้อาจไม่ได้มีแค่คนทำงานอยู่เพียงอย่างเดียว…และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดค่ะ 👻

                  ตอนนั้นช่วงเวลา 22:00น. เรามีโอกาสช่วยโฟร์แมนเทปูน เราจึงไปช่วยเขาดู งานที่เทปูนอยู่ชั้น 3-4 (เทปูนสองชั้น)  ในขณะที่รถขนปูนถ่ายเทปูนลงกะบะ เราใช้ให้พม่าคนนึงผู้ชาย ขึ้นไปเอาจอบกวนปูนที่ชั้น 4 เราก็รอสักพัก  พม่าวิ่งหน้าตาตื่นลงมาชั้น 3 หน้าซีด เขาเล่าให้ฟังว่าเขาเดินไปตรงโถงชั้น 4 กำลังไปหยิบจอบที่ว่าระหว่างที่หยิบ สายตามองไปตรงห้องทางเดินลึกๆ ข้างโถง เขาเจอผู้หญิงเดินออกมา แล้วเขาก็จ้องมองปรากฏว่าผู้หญิงคนนั้นเดินหายเข้าไปในเงามืด แล้วเขาก็ช็อค วิ่งลงมาชั้นสาม ทุกคนแตกตื่นกันหมด

                  ต่อมาวันอื่นๆ วันนั้นเป็นวันวันวิสาฆบูชา แต่ไซต์งานไม่หยุด จึงให้พม่ามาทำงานแต่ไม่ได้รับโอที เลิกงานทุกคนก็เตรียมพักผ่อน ช่วงเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ ต้องบอกก่อนว่าแคมป์พม่าเขาพักอยู่ชั้น P1 พม่ากำลังพักผ่อนสบายๆเลย เขาได้ยินเสียงคนเปิดก๊อกน้ำไหลแบบไหลโจ๊กเลยนะ แล้วน้ำไหลลงมาถึงชั้นล่าง น้องพม่าชวนกันไปสามคนขึ้นไปดูว่าน้ำไหลจากไหน แต่พอขึ้นไปดูก็ไม่มีน้ำที่ไหนไหลลงมาค่ะ แล้วเสียงน้ำนั้นล่ะ !? แล้วทุกคนก็นั่งสักครู่นึง พม่าเห็นเป็นคนกำลังทิ้งขยะลงมาจากชั้นบนค่ะ ย้ำว่าเห็นทุกคน!! พวกเขาก็ออกมาดู แต่ก็ไม่เจอใคร เช้าถัดมาก็ได้แต่เล่าให้หัวหน้างานเขาฟัง แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขอะไร

                  มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วก็หาสาเหตุไม่ได้ด้วยว่าเกิดอะไรกับที่นี่

                  เรื่องของพม่าก็ผ่านไป ทีนี้ก็มาถึงตาเรา ทุกเวลา 14:00น. ทุกวัน (นี่นั่งสักเกตุมาสักระยะแล้ว) เรามักจะได้ยินเสียงตึ้ง เสียงดังมาก ดังเหมือนมีตู้เหล็กล้มลงมา แต่ก็ไม่มีใครหาเหตุผลได้ว่าคืออะไร เพราะชั้นบนไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง ยังไม่ติดตั้ง  พอตอนเย็นเราพอว่างบ้างเราเดินไปคุยเล่นกับลุง รปภ. ที่เป็นคนเก่าแก่ของที่นี้ ท่านเล่าให้ฟังว่า ที่มาของเสียงตึ้งนั่นคือ "มันมาจากผู้หญิงคนนึงเป็นคนเชื่อสายจีน ลักษณะขาวๆ ตังเล็ก ผมสีเข้มตัดหน้าม้า" ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือพลัดตกตึก ลุงบอกว่าเขาตายที่นี่แล้วก็ได้ยินทุกวันด้วย เคยมีคนตามขึ้นไปดูแต่พอตามไปก็ไม่เจอใคร บางคนเจอเขาเดินสวนกันก็มี พอเล่าให้เจ้าหน้าอาคารฟัง เขาบอกคนนี้แหละที่ตายจากที่สูงลงมา

                 ถัดมาอีกเหตุการณ์ค่ะ ตอนนั้นเราคุยงานกับคอนเซาท์ พี่เขาขอความช่วยเหลืออยากให้เราถ่ายภาพให้หน่อยต้องใช้ตอนเช้า เราก็รับทราบแล้วเช้าเวลา 06:00น. ก็มาถ่ายภาพให้แกค่ะ บรรยากาศปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่!! ช่วงที่เรากำลังเดินเข้าออฟฟิศชั้น 1 ทางผ่านมันจะมีกำแพงที่ยังไม่ติดประตู เป๋นกำแพงแบบซ้ำซ้อนกัน เราเห็นขาคนเป็นขาผู้ชาย ใส่รองเท้าผ้าใบสีเทา แล้วก็ใส่กางเกงแบบกางเกงคาโก้น่ะ สีเข้ม ท่าทางเหมือนรีบเดินไปไหน เราตามไปดูว่าใคร เราจะทักทาย ตาท้ายลังไปไม่ถึง 5 วินาที กลับไม่เจอใคร

               มีอีกนะ ตอนนั้นโฟร์แมนใช้พม่าให้ไปทาสีโถงลิฟท์ ชั้น P1  เราก็ตามไปดูเช่นเคย แต่รอบนี้ต้องตามไปถ่ายภาพว่าเขาทำถึงไหน เราก็เดินไป ทางก็จะเป็นลานสำหรับจอดรถใต้ดินค่ะ ทางฝั่งนั้นมืดมากๆ แต่มีเตียงคนไข้ มีเบาะสีน้ำเงินยาง วางเรียงรายอยู่บ้าง ช่วงจังหวะที่เราหมุนตัวจะหันหลังกลับอีกฝั่ง เราเห็นเป็นคนอ้วนๆ ผู้ชาย ผิวสองสี ใส่เส้อคอกลมลายทางๆ ยืนหันหลัง พอหันมองอีกทีเขาไม่อยู่แล้ว พอมาเล่าให้น้าคนที่เป็นช่างเชื่อมฟัง (คนที่สนิทแล้วคุยกันบ่อยมากๆ) แกบอกว่าเออ แกก็เจอ แล้วลักษณะตรงกันด้วย


                แล้วเราก็ทำงานอยู่ที่นั้นไม่นานก็จบหมดสัญญา แต่ช่วงที่อยู่ก็มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นนะ เช่นช่วง 18:00 น. มีแรงงานไทยเห็นหน้าคนชะเง้อมาจากป้ายอาคาร และเห็นหลายคนด้วย แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรหรือคิดวิธีไล่เขาออกไปเลยค่ะ เราเองนะรู้สึกได้เลยว่าไม่ได้อยู่คนเดียว มันเหมือนมีบางอย่างที่เราอยากพูดมากๆๆ แต่เราไม่สามารถพูดออกมาได้ เราพอเดาได้ว่าเหตุผลอะไรที่พวกเขาทำท่าทางเหมือนจะผลักออกเพราะอะไรเขาถึงออกมา  แล้วเราก็เชื่อว่า พวกเขาเฝ้ามองเราอยู่ทุกที่  
                
                แล้วคุณล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง เคยเจอเหตุการณ์แบบเราไหม เวลาเจอแล้วคุณทำอย่างไร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่