แรงผลักดันในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์

ศาสนาไม่ใช่ปรัชญา
โดยศาสนาเริ่มจากความเชื่อ  แล้วนำไปสู่ความศรัทธา
เมื่อเกิดความศรัทธาแล้ว  ให้พิจารณาผลที่เกิดขึ้น
หากเกิดผลดี  ย่อมยึดมั่นในศรัทธานั้นต่อไป
หากเกิดผลไม่ดี  ก็ควรเลิกยึดมั่นในศรัทธานั้น

คนส่วนใหญ่มักนับถือศาสนาตามบรรพบุรุษ
โดยเชื่อตามกันมาอย่างต่อเนื่องว่า ศาสนาที่บรรพบุรุษนับถือนั้นดีแล้ว
จึงไม่จำเป็นจะต้องไปศึกษาศาสนาอื่นเพิ่มเติม
ซึ่งเป็นท่าทีที่อาจไม่ถูกต้อง  เนื่องจากศาสนาที่ตนเองนับถืออยู่นั้นอาจยังไม่ดีที่สุด
หรืออาจไม่เหมาะสมกับตนเองอย่างแท้จริง  จึงอาจทำให้เสียโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิต

นิยาม  พระเจ้าในที่นี้หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)

ศาสนาคริสต์เริ่มต้นจากความเชื่อ แล้วสิ้นสุดที่ความเชื่อ
โดยในระหว่างทางนั้นจะต้องมีความศรัทธาพระเจ้า  ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุด
ซึ่งคริสตชนทุกคนสามารถพิสูจน์ผลของความศรัทธานั้นได้ด้วยตนเอง
เพื่อให้ตนเองมั่นใจว่าได้เดินในทางที่ถูกต้องแล้ว

ศาสนาคริสต์เชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า ที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสถานะพระบุตร
พระองค์มาเพื่อไถ่บาปแก่มนุษย์ทั้งโลก  ด้วยการยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขนเพื่อรับบาปแทนมนุษย์
เมื่อคริสตชนเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า จะเกิดผลที่สำคัญ 2 ประการอย่างต่อเนื่อง  ดังนี้

1. ดำเนินชีวิตได้ดี และมีสันติสุข
2. ได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้าด้วยการอัศจรรย์

จึงทำให้คริสตชนมีความศรัทธาพระเจ้าอย่างแรงกล้า
ส่งผลให้เกิดแรงผลักดันที่จะทำการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ให้แก่คนรอบข้าง
เพื่อให้พวกเขาได้พบกับสิ่งที่ล้ำค่าเหมือนกับที่ตนเองได้ค้นพบ
ดังปรากฏให้เห็นมิชชันนารีที่ได้อุทิศชีวิตตน  เพื่อทำการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ไปทั่วโลก

การเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า ประกอบด้วย  วางใจพระเจ้า  ไม่ทำบาป  และมุ่งทำความดี
*วางใจพระเจ้า หมายถึง  เชื่อมั่นพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์
โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด  และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่