หลักความเชื่อของศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนต์ (คริสเตียน) : อ้างอิงจากคัมภีร์ไบเบิล
นิยาม พระเจ้าในที่นี้หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)
1. คัมภีร์ไบเบิลเป็นข้อความหลักที่พระเจ้าสื่อสารต่อมนุษย์ทุกคน ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยได้รับการดลใจจากพระเจ้า
2. วิญญาณชั่วได้ล่อลวงมนุษย์ให้ทำบาปโดยเห็นชั่วเป็นดี เพื่อให้มนุษย์เดินออกจากทางชอบธรรมของพระเจ้า
มนุษย์จึงทำบาปตามกิเลสตัณหาที่อยู่ในใจของตนเอง แล้วมนุษย์จึงได้รับผลบาปที่ตนเองได้ทำมา
ส่งผลให้มนุษย์ต้องพบกับความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อมีลูก ลูกก็จะได้รับผลบาปตั้งแต่เกิด
โดยรับบาปมาจากพ่อแม่และบรรพบุรุษ ที่ส่งต่อความบาปมาทางสายเลือด เรียกว่า “บาปกำเนิด”
ซึ่งบาปกำเนิดนี้เองได้ชักนำให้มนุษย์ทุกคนทำบาปมาอย่างต่อเนื่อง มนุษย์ทุกคนจึงเป็นคนบาป
เมื่อคนบาปตายไปแล้ว จะถูกพระเจ้าพิพากษาให้ตกนรกชั่วนิรันดร์
3. มนุษย์ไม่สามารถหลุดพ้นจากการเป็นคนบาปได้ด้วยตนเอง ไม่ว่ามนุษย์จะทำความดีมากเพียงใด
ก็ไม่สามารถชำระบาปที่อยู่ภายในใจของตนเองได้
4. พระเจ้ามีพระประสงค์ที่จะช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากการเป็นคนบาป จึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสถานะพระบุตร
โดยมีพระนามว่า “พระเยซูคริสต์” พระองค์ยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์ทั้งโลก
แล้วพระองค์ได้ฟื้นจากความตายในวันที่สาม ความตายและเลือดของพระองค์สามารถชำระบาปให้แก่มนุษย์ได้
5. พระบุตร (พระเยซูคริสต์) ทรงมีความเท่าเทียมกับพระบิดาในสวรรค์ และพระวิญญาณของพระเจ้า
ซึ่งพระเจ้าทั้ง 3 สถานะเป็นพระเจ้าองค์เดียวกัน โดยมีพระนามว่า “พระยาห์เวห์” ความเชื่อนี้เรียกว่า “ตรีเอกานุภาพ”
6. ศรัทธาพระเจ้า ประกอบด้วย เชื่อฟังพระเจ้า และวางใจพระเจ้า ดังนี้
(1) ประพฤติตามคำสอนของพระเยซูคริสต์ ซึ่งสรุปได้เป็นข้อเดียวคือ รักทุกคน ประกอบด้วย ช่วยเหลือคนอื่น
เสียสละให้แก่คนอื่น ยอมให้คนอื่นทำไม่ดีต่อเราได้ และให้อภัยแก่ทุกคนที่ทำไม่ดีต่อเรา
(2) ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
7. ผู้ที่ต้องการรับเชื่อพระเจ้าเพื่อเป็นคริสเตียน จะต้องสารภาพบาปกับพระเจ้าต่อหน้าคริสเตียนเพื่อเป็นพยาน
(1) สำนึกผิด และยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาป
(2) ต้องการหลุดพ้นจากการเป็นคนบาป
(3) ขอให้พระเจ้ายกโทษบาปทั้งหมดให้แก่เรา แล้วพระเจ้าจะยกโทษบาปและชำระบาปทั้งหมดให้แก่เรา
และเปลี่ยนเราจากคนบาปให้เป็นคนชอบธรรม แล้วพระเจ้าจึงรับเราเป็นลูกของพระองค์
(4) ต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามานำชีวิตของเรา เราก็จะเป็นคริสเตียนอย่างสมบูรณ์
8. เมื่อเราเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า พระเจ้าจะช่วยนำชีวิตเราให้ดีและมีสันติสุข
9. เมื่อเราเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้าอย่างมั่นคง พระเจ้าจะรับเราไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์
10. การเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า ประกอบด้วย วางใจพระเจ้า ไม่ทำบาป และมุ่งทำความดี
หมายเหตุ วางใจพระเจ้า หมายถึง เชื่อมั่นในพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์
โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี
คริสเตียนมีความเชื่ออย่างไร ?
นิยาม พระเจ้าในที่นี้หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : God)
1. คัมภีร์ไบเบิลเป็นข้อความหลักที่พระเจ้าสื่อสารต่อมนุษย์ทุกคน ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยได้รับการดลใจจากพระเจ้า
2. วิญญาณชั่วได้ล่อลวงมนุษย์ให้ทำบาปโดยเห็นชั่วเป็นดี เพื่อให้มนุษย์เดินออกจากทางชอบธรรมของพระเจ้า
มนุษย์จึงทำบาปตามกิเลสตัณหาที่อยู่ในใจของตนเอง แล้วมนุษย์จึงได้รับผลบาปที่ตนเองได้ทำมา
ส่งผลให้มนุษย์ต้องพบกับความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อมีลูก ลูกก็จะได้รับผลบาปตั้งแต่เกิด
โดยรับบาปมาจากพ่อแม่และบรรพบุรุษ ที่ส่งต่อความบาปมาทางสายเลือด เรียกว่า “บาปกำเนิด”
ซึ่งบาปกำเนิดนี้เองได้ชักนำให้มนุษย์ทุกคนทำบาปมาอย่างต่อเนื่อง มนุษย์ทุกคนจึงเป็นคนบาป
เมื่อคนบาปตายไปแล้ว จะถูกพระเจ้าพิพากษาให้ตกนรกชั่วนิรันดร์
3. มนุษย์ไม่สามารถหลุดพ้นจากการเป็นคนบาปได้ด้วยตนเอง ไม่ว่ามนุษย์จะทำความดีมากเพียงใด
ก็ไม่สามารถชำระบาปที่อยู่ภายในใจของตนเองได้
4. พระเจ้ามีพระประสงค์ที่จะช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากการเป็นคนบาป จึงได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสถานะพระบุตร
โดยมีพระนามว่า “พระเยซูคริสต์” พระองค์ยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์ทั้งโลก
แล้วพระองค์ได้ฟื้นจากความตายในวันที่สาม ความตายและเลือดของพระองค์สามารถชำระบาปให้แก่มนุษย์ได้
5. พระบุตร (พระเยซูคริสต์) ทรงมีความเท่าเทียมกับพระบิดาในสวรรค์ และพระวิญญาณของพระเจ้า
ซึ่งพระเจ้าทั้ง 3 สถานะเป็นพระเจ้าองค์เดียวกัน โดยมีพระนามว่า “พระยาห์เวห์” ความเชื่อนี้เรียกว่า “ตรีเอกานุภาพ”
6. ศรัทธาพระเจ้า ประกอบด้วย เชื่อฟังพระเจ้า และวางใจพระเจ้า ดังนี้
(1) ประพฤติตามคำสอนของพระเยซูคริสต์ ซึ่งสรุปได้เป็นข้อเดียวคือ รักทุกคน ประกอบด้วย ช่วยเหลือคนอื่น
เสียสละให้แก่คนอื่น ยอมให้คนอื่นทำไม่ดีต่อเราได้ และให้อภัยแก่ทุกคนที่ทำไม่ดีต่อเรา
(2) ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
7. ผู้ที่ต้องการรับเชื่อพระเจ้าเพื่อเป็นคริสเตียน จะต้องสารภาพบาปกับพระเจ้าต่อหน้าคริสเตียนเพื่อเป็นพยาน
(1) สำนึกผิด และยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาป
(2) ต้องการหลุดพ้นจากการเป็นคนบาป
(3) ขอให้พระเจ้ายกโทษบาปทั้งหมดให้แก่เรา แล้วพระเจ้าจะยกโทษบาปและชำระบาปทั้งหมดให้แก่เรา
และเปลี่ยนเราจากคนบาปให้เป็นคนชอบธรรม แล้วพระเจ้าจึงรับเราเป็นลูกของพระองค์
(4) ต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามานำชีวิตของเรา เราก็จะเป็นคริสเตียนอย่างสมบูรณ์
8. เมื่อเราเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า พระเจ้าจะช่วยนำชีวิตเราให้ดีและมีสันติสุข
9. เมื่อเราเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้าอย่างมั่นคง พระเจ้าจะรับเราไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์
10. การเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า ประกอบด้วย วางใจพระเจ้า ไม่ทำบาป และมุ่งทำความดี
หมายเหตุ วางใจพระเจ้า หมายถึง เชื่อมั่นในพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์
โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี