จากเจ้าของธุรกิจสู่ลูกจ้างเงินเดือนหมื่นเดียว... จับมือกันสู้ในวันที่เงินเหลือศูนย์ (Part 2)

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคน...

ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกกำลังใจจากกระทู้ที่แล้วมากๆ เลยนะคะ วันนี้อยากกลับมาเล่าต่อ เพราะเห็นหลายคนถามเข้ามาว่า "จากคนที่มีเงินก้อนโต ไปทำแฟรนไชส์ท่าไหนถึงได้หมดตัวจนเงินเหลือศูนย์ได้..."

และนี่คือเรื่องราวในวินาทีที่เราต้องกัดฟันสู้ เพื่อไม่ให้ครอบครัวล้มลงไปด้วยกันค่ะ...

(สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่แล้ว ตามไปอ่าน part 1 ได้ที่นี่ค่ะ

https://pantip.com/topic/44164774?sc=jELeVQu

จุดเริ่มต้นความผิดพลาดของเราเกิดจากความอ่อนประสบการณ์ค่ะ ตอนนั้นเราตัดสินใจ เช่าที่ดินเปล่าเพื่อปลูกสร้างอาคารเอง โดยจ่ายค่าเช่าเป็นรายปีเฉลี่ยตกเดือนละ 13,000 บาท  เราต้องจ่ายรายปี 156,000 และเราทุ่มเงินหลักหลายแสนไปกับการปรับพื้นที่และก่อสร้างอาคารบนที่ดินของคนอื่น (คิดได้ไงเนาะ😂)
ตอนนั้นอ่อนประสบการณ์จริงๆ คิดแต่ว่าอยากให้ดูดีที่สุด คิดว่าร้านสวยๆ ใครๆก็อยากมาใช้บริการค่ะ

​แต่พอธุรกิจแฟรนไชส์ไปได้ไม่ดี ประกอบกับสัญญาเช่าที่ดินหมดลงพอดี  วินาทีนั้นมืดแปดด้านเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายต้องยอมรื้อถอนอาคารออก เอาวัสดุบางอย่างที่คิดว่าน่าจะใช้ได้อีกมากองทิ้งไว้ก่อน(ฝากไว้บ้านคนรู้จัก)  เงินทุนก้อนใหญ่ในชีวิตอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา

เมื่อชีวิตถึงทางตัน... ต้องทิ้ง "อีโก้" เพื่อความอยู่รอด
เมื่อไม่มีทุน แต่โจทย์ชีวิตของเราไม่ได้มีแค่เราสองคน... เรามีภาระต้องส่งลูกเรียนทุกเดือน และต้องส่งเงินให้แม่ทุกเดือนด้วย แฟนเรียนจบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนเราจบการโรงแรมและการท่องเที่ยว ตอนนั้นสับสนและเคว้งคว้างมาก อายุก็ไม่น้อยแล้ว แถมไม่เคยเป็นลูกจ้างใครเลย

แต่ในเมื่อมันถึงทางตัน เราสองคนหันมาคุยกันว่า... "เราต้องลดอีโก้ทุกอย่างลง เพื่อให้ครอบครัวไปต่อได้"

สุดท้าย แฟนแยกไปทำงานเป็นช่างรับจ้างทั่วไป ส่วนตัวเราแยกมาทำงานเป็นแอดมินที่กรุงเทพฯ ได้เงินเดือน 10,000 บาท

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศร้าและเหงาที่สุดในชีวิต เพราะตั้งแต่คบกันมาเราไม่เคยแยกกันอยู่เลย แต่เราต้องทน... เพราะเรามีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องช่วยสมทบในทุกๆ เดือน

ตอนนั้นเรามีรายจ่ายล็อกตายตัวที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ:

ส่งให้ลูกเรียน: เดือนละ 4,000 บาท

ส่งให้แม่ที่ต่างจังหวัด: เดือนละ 3,000 บาท

เงินเดือนหมื่นเดียว ลำพังแค่ส่งให้ลูกกับแม่ก็ปาไป 7,000 บาทแล้ว แทบไม่เหลืออะไรให้ประทังชีวิตตัวเองเลยค่ะ โชคดีที่แฟนคอยช่วยทำงานส่งเงินสมทบส่งลูกเรียนอีกทางหนึ่ง ไม่อย่างนั้นคงมองไม่เห็นทางรอดจริงๆ

เพื่อความอยู่รอด... เรายอมรับจ้างไปทำความสะอาดบ้านให้คนแถวนั้น ได้เพิ่มมาครั้งละ 300 บาท เดือนหนึ่งได้เพิ่มมาสัก 1,200 บาท

พอหักลบกลบหนี้กับค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว ตัวเราเองจะมีเงินติดกระเป๋าไว้กินไว้ใช้แค่ประมาณ 4,200 - 4,500 บาทต่อเดือนเท่านั้น... บางเดือนยังต้องเจียดเงินก้อนน้อยนิดนี้เป็นค่าเดินทางกลับต่างจังหวัดไปหาแม่อีกด้วย

เรื่องเงินเก็บในตอนนั้นแทบไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ... มันเหลือน้อยนิดจนใจหายจริงๆ


พูดตรง ๆ ว่าเวลาเล่ามาถึงจุดนี้ทีไร มันยังรู้สึกจุกในอกทุกที... คำถามมันวิ่งเข้ามาในหัวตลอดเวลาว่า "ครอบครัวของเรามาอยู่จุดนี้ได้ยังไงนะ?" จากวันที่มีเงินแสนเงินล้าน วันนี้ต้องมานั่งนับเหรียญซื้อข้าวกิน เรื่องจะซื้ออย่างอื่นที่สิ้นเปลืองไม่ต้องคิดเลยค่ะ ต้องประหยัดไว้ก่อนจริงๆ


พลังของ "คู่ชีวิต" และอ้อมกอดจากใจ

แต่วันนี้เราก้าวผ่านจุดที่วิกฤตที่สุดตรงนั้นมาได้ระดับหนึ่งแล้วค่ะ ที่มาเล่าต่อในวันนี้ แค่อยากพักใจ และอยากมาแชร์เพื่อเพิ่มพลังบวกให้กับทุกคนที่อาจจะกำลังเจอสภาวะแบบเดียวกันอยู่

ตอนนี้วันเวลาผ่านไปจนเราสามารถมานั่งเล่าเรื่องนี้ได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดแบบเดิมอีกแล้ว เราหายใจช้า ๆ สูดลมหายใจลึก ๆ และยิ้มให้กับความอดทนของตัวเองและแฟนที่ร่วมสู้กันมา... ชีวิตคนเรามีทั้งขาขึ้นและขาลงจริงๆ ค่ะ ขอเพียงแค่เรา "อย่าเพิ่งสิ้นหวังหรือถอดใจ"

สำหรับเรา บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า... ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรที่หนักหนาเข้ามาในชีวิต ขอเพียงแค่มี "กำลังใจจากคู่ชีวิตที่ไม่ยอมปล่อยมือกัน ไม่ทิ้งกันไว้กลางทาง" แค่หันไปแล้วยังเห็นเขายืนอยู่ข้างๆ พลังที่จะเดินต่อมันมาจากไหนก็ไม่รู้เลยค่ะ มันทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดมาได้จริงๆ

ส่วนใครที่กำลังต่อสู้เพียงลำพัง ไม่มีคู่ชีวิตคอยเคียงข้าง... ก็ไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวนะคะ เพราะตรงนี้ยังมีเรา และเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในพันทิปทุกคน คอยส่งกำลังใจและโอบกอดคุณอยู่เสมอค่ะ

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ... ช่วงนี้มีเรื่องอะไรที่อยากระบาย หรืออยากเล่าให้ฟังบ้างไหม? พิมพ์ทิ้งไว้ในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ เราพร้อมที่จะรับฟังและส่งกอดอุ่น ๆ ผ่านตัวอักษรไปให้ถึงหัวใจของทุกคนเหมือนเดิม มารับพลังบวกแล้วสู้ไปด้วยกันนะคะ ❤️
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่