[CR] ขับไปเอื่อย ๆ เหนื่อยก็แวะพัก : แสมสาร ชื่อนี้ไม่มีลาก่อน

สวัสดีครับทุกท่าน ผมพฤตเอง ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ผมมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวระแวกช่องแสมสาร ชลบุรีมาครับ ซึ่ง ทริปนี้จะเป็นยังไง จะสนุกมันส์ขนาดไหน ตามรับชมกันเลยครับ เดี๋ยวผมโม้ให้ฟัง



    จากทริปฉายเดี่ยวทริปที่แล้ว ทริปนี้ คนที่บ้านก็เริ่มบ่นละครับ ว่าอยากจะไปเที่ยวบ้าง อยากไปพักผ่อนชิล ๆ ริมทะเล ผมก็เลยไม่ขัดศรัทธา ทริปใหญ่ทริปที่ 2 ของปีนี้จึงไม่ใช่ทริปไบค์เกอร์ฉายเดี่ยวอย่างที่ผ่าน ๆ มา ก็ที่มาของหัวชื่อกระทู้นี้นี่เองครับ หลังที่ช่วยกันคิดหลายตลบว่าเราจะไปไหนกันดี ก็มีที่ ๆ นึงแว้บเข้ามา "แสมสาร" เป็นที่ ๆ ใครก็ตามที่อยู่ในวงการตกปลามาเกิน 10 ปีจะต้องเคยไป หรืออย่างน้อยก็พอจะรู้จัก แต่เอาจริง ๆ แสมสารมีดีมากกว่าเป็นหมายตกปลาทะเลเก่าแก่ เพราะที่นี่ยังมีเกาะแก่งน้อยใหญ่ (เป็นที่มาของชื่อที่เรียกว่า "ช่องแสมสาร" ) และบรรยากาศชุมชนชาวประมงพื้นบ้านดั้งเดิมในพื้นที่ เรียกได้ว่าทั้งน่าไปและน่าสนใจอย่างยิ่งเลยล่ะครับ แล้วผมก็นับวันเวลาออกทริป จนกระทั่งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ก็ได้ฤกษ์ล้อหมุน



    แหม่ รถยนตร์นี่มันสะดวกโยธินดีจริง ๆ เลย จากที่เวลาออกทริปชลบุรี ผมจะต้องเด้งจากเตียงตั้งแต่ตี 3 และบิดมอไซค์ฝ่ากรุงเทพฯ ในย่านที่พลุกพล่านที่สุดทั้งแถบ ตั้งแต่สาทร เข้าคลองเตย ผ่านพระโขนง ผ่านอุดมสุข เข้าบางนา ก่อนจะเข้าถนนเทพรัตน แล้วบิดยาว ๆ ผ่านฉะเชิงเทรา แล้วเข้าชลบุรีในที่สุด  ไกล้ไกล สนุกก็จริงแต่เหนื่อยนะ แต่พอเป็นรถยนตร์แล้ว แค่ขึ้นทางด่วนประจิมรัถยา แล้ววิ่งไปตามทางเข้าสู่ทางด่วนหมายเลข 7 แล้วก็ขับไปเรื่อย ๆ แค่นั้นเลย สะดวกสุด ๆ ทำให้ทริปนี้ผมไม่จำเป็นต้องเด้งจากเตียงตั้งแต่เช้ามืด เราออกจากบ้านกันตอน 6 โมงเช้า ออกจากปากซอยบ้าน ไปวนขึ้นทางด่วนที่หน้าปากซอยวัดใหม่ศรีเรืองบุญ แล้วก็ขับกันยาว ๆ ไปกันเอื่อย ๆ ถ้าเป็นรถยนตร์แบบนี้ผมจะไม่ซิ่งมาก เพราะอย่างว่า รถยนตร์มันมุดเหมือนมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ ฉนั้น ไปชิล ๆ ดีกว่า หลังจากที่ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงมาแล้ว ก็มาถึงจุดแวะพักบางปะกง แวะหามื้อเช้ากันดีกว่า



    เช้านี้ ขอก๊วยเตี๋ยวร้อน ๆ สักชาม



    พร้อมกาแฟดำกับโดนัท อิ่มหนำแล้วก็ไปกันต่อ



    ปักหมุดไว้ที่ที่พักของเราในคืนนี้ เพราะถึงจะยังเช็กอินไม่ได้ ก็ขอเอาสัมภาระไปฝากไว้ก่อนละกัน หลังจากที่ตรงดิ่งเข้าสัตหีบ แล้วเลี้ยวซ้ายก่อนถึงท่าเรือจุกเสม็ด เราก็มาถึงจุดหมายหลักของทริปนี้แล้ว ทะเลแสมสาร



    มันช่าง ส ว ย ง า ม



    ฝั่งตรงข้ามคือเกาะแสมสาร อ้อ ลืมบอกไปครับ ทริปนี้กล้องหลักของผมคือ Canon EOS 650 Film พร้อมฟิล์ม KODAK Gold 200 โดยมีกล้องโทรศัพท์เป็นกล้องเสริมหรือกล้องแสน็ป



    เช็กอินสักเล็กน้อย



    บรรยากาศแบบนี้แหละที่ต้องการ



    ด้วยความที่ตอนนี้ยังเช็กอินที่พักไม่ได้ ฉนั้น เราออกไปเที่ยวข้างนอกันก่อนดีกว่านะ สาย ๆ แบบนี้ ต้องไปจัดกาแฟแก้วที่ 2 กันที่ The Shark Coffee เป็นร้านกาแฟที่มีทัวดำน้ำด้วย แถมดำน้ำที่ว่าก็มีทั้งการดำแบบสน็อกเกิลและการดำแบบสกูบา ซึ่งผมดำสกูบาไม่เป็น และทริปนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะลงน้ำด้วย แค่อยากมาชิลให้ถึงที่สุด



    ฉนั้นตอนนี้ ขอกาแฟสักแก้วก่อนละกันนะ



    เห็นบรรยากาศแบบนี้ มันอดไม่ได้จริง ๆ เมื่อกาแฟหมดแก้ว ผมก็หาเรื่องลงไปเดินถ่ายรูปเล่นซะหน่อย



    แดดร้อน แต่ลมโกรก ลมทะเลเหนอะหนะ แต่ก็พัดเย็นสบายตลอดเวลา กลิ่นคาวจากปลาบนสะพานปลาผสมกับกลิ่นเหม็นฉุนของควันเครื่องดีเซลจากเรือหาปลารอบข้างที่ยังติดเครื่องอยู่ นี่คือบรรยบากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน ถ้าไม่ใช่บรรยากาศริมทะเลแบบนี้



    จับยัดเลนส์ซูมดูรอบข้างกันหน่อยดีกว่า



    พวกพี่ ๆ เขากำลังโหลดของที่จับได้ขึ้นจากเรือ อุตสาหกรรมประมงคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชุมชนแสมสารเรื่อยมา บ่งบอกว่าได้เป้นอย่างดีว่า ที่นี่ทะเลอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน แต่ถึงแบบนั้น สัตว์น้ำคือทรัพยากรณ์ที่มีวันหมด ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า อีกนานขนาดไหนกันที่ทะเลไทยจะยังคงสามารถรองรับการประมงเกินขนาดอย่างที่กำลังเกิดขึ้นได้ จึงไม่แปลกที่จะมีการรณรงค์งดจับปลาในช่วงฤดูวางไข่ หรือการตั้งธนาคารปูม้า ด้วยความหวังที่ว่า ทะเลไทยจะยังคงความอุดมสมบูรณ์เพียงพอต่อไป



    เจ้าหมาาาาาาาา เสร็จจากร้านกาแฟ เดี๋ยวเราไปกันต่อดีกว่า



    มาทะเลก็อยากจะเห็นปลาทะเลใกล้ ๆ ชัด ๆ สำหรับระแวกแสมสารก็ต้องที่นี่เลย เพอคูล่าฟาร์ม ฟาร์มปลาการ์ตูนที่เปิดให้เข้าชมด้วย



    เบลอเละเทะเลยครับ ฟิล์ม 200 ถ่ายผ่านผิวน้ำ แถมยังอยู่ในร่มอีก ส่วนนี่คือฉลามกบ ฉลามน้อยน่ารักแห่งทะเลไทย



    มาฟาร์มปลาการ์ตูนเราก็ต้องได้เห็นปลาการ์ตูน เจ้าตัวจิ๋วพวกนี้ตัวไม่ได้ใหญ่ไปกว่าเล็บมือของผมนี่เอง



    ฉลามกบในอีกแท็งก์ เทียบกับฉลามอื่นแล้ว ฉลามกบค่อนข้างเรียบร้อยตะมุตะมิกว่ากันเยอะ พฤติกรรมของเขาคล้าย ๆ กับฉลามพยาบาล ก็คือนอนตลอดเวลาโดยเฉพาะช่วงกลางวัน และจะออกหากินช่วงกลางคืน อาหารตามธรรมชาติของเขาก็มักจะไม่พ้นสัตว์น้ำที่เล็กกว่า กุ้ง ปู ปลาเล็ก ฯลฯ เนื้อฉลามผัดเผ็ดที่ผมเคยได้กินสมัยเด็ก ๆ ก็เจ้านี่แหละครับ ซึ่งบอกได้เลยว่า ไปกินปลาอื่นเถอะ กินได้ก็จริง แต่เนื้อเขาไม่มีรสชาติครับ ไม่ค่อยหอมเหมือนเนื้อปลาเก๋าหรือปลาอินทรี ไม่ฟูไม่เด้งเหมือนเนื้อปลากระพง แถมยังเป็นกระดูกอ่อนซะเยอะ ฉนั้น กินปลาอื่นดีกว่านะ



    กล้องฟิล์มตามไม่ทัน กล้องมือถือช่วยคุณได้ แท็งก์นี้คือปลาการ์ตูนอานม้า



    แท็งก์นี้ปลารวม มีปลายูนิคอร์นด้วย



    แท็งก์นี้มีปลาสลิดหิน สายพันธุ์ปลาที่เยอะที่สุดในทะเลไทย



    ปลาปั้กเป้ากล่อง 2 หน่อ



    แท็งก์ถัดมาเป็ปลาการ์ตูนส้มขาวล้วน



    ใครที่อายุ 20 ปลาย ๆ มักจะไม่เรียกเขาว่าปลาการ์ตูนส้มขาวหรอก แต่มักจะเรียกว่า"ปลานีโม่" จริงไหมครับเด็กหนวดทุกท่าน ที่มาของชื่อปลานีโม่ ว่ากันว่ามี 2 ที่มาครับ อันแรกคืออาจจะมาจากชื่อกัปตันนีโม่ จากเรื่อง 20,000 โยชน์ใต้ทะเล (20,000 Leagues Under the Sea) และอันที่ 2 ก็อาจจะมาจากชื่อเต็ม ๆ ของปลาการ์ตูนคือ "Sea Anemone Fish" ซึ่งไม่ว่าจะมีที่มาจากอะไร ก็ต้องยอมรับว่าอนิเมชันเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ไอคอนิคมาก ๆ ทั้งการแสดงโลกใต้ทะเลที่อลังการในรูปแบบของอนิเมชันเป็นครั้งแรก แถมชื่อ ก็ยังจำง่าย และติดตาตรึงใจมาจนถึงทุกวันนี้



    แท็งก์ข้าง ๆ เป็นฉลามครีบดำ ซึ่ง กดถ่ายไม่ทันครับ เพราะเขาว่ายน้ำตลอดเวลา หลาย ๆ ท่านอาจจะบอก"ฉลามต้องว่ายน้ำตลอดเวลา เพื่อที่จะหายใจ ไม่งั้นก็จะจมน้ำตาย เพราะฉลามไม่มีถุงลม" ซึ่ง ก็ถูก แต่ไม่ทั้งหมดครับ เพราะก็มีฉลามบางพวกที่ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำตลอดเวลา หรือไม่ก็นอนเปื่อยไปเลยอย่างฉลามกบในแท็งก์ก่อน นั่นก็เพราะการหายใจในน้ำเกิดจากการให้น้ำไหลผ่านเหงือกเพื่อที่ซี่เหงือกจะได้กรองออกซิเจนในน้ำได้ ซึ่งฉลามที่หากินกับพื้นทะเลอย่างฉลามกบเขาก็จะมีช่องดูดน้ำอยู่ใกล้ ๆ เบ้าตา ทำหน้าที่ดูดน้ำเข้าเหงือก ในขณะที่ฉลามพันธุ์ที่ต้องว่ายน้ำตลอดเวลาอย่างเจ้าครีบดำในแท็งก์นี้ ก็จะอาศัยว่ายน้ำแล้วให้น้ำไหลเข้าปากเพื่อกรองผ่านเหงือก ซึ่งฉลามพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นฉลามที่ครีบหูค่อนข้างใหญ่ เพื่อที่จะได้ว่ายร่อนอยู่ในน้ำเรื่อย ๆ ได้



    แท็งก์ถัดมาเป็นปลารวม มีตัวปี้ดประจำแท็งก์เป็นเจ้าปลาวัวตัวตลกตัวนี้



    แท็งก์ใหญ่ด้านบนก็จะเป็นปลาโนรีกับปลาสินสมุทรและปลาแนวปการังอื่น ๆ



    แท็งก์เล้กด้านล่างมีปลาสอด หือ... ปลาสอดหรอ



    เท่าที่ผมรู้นะครับ ปลาสอดเป็นปลาในวงศ์เดียวกับปลากินยุง ซึ่งปลากินยุงก็เป็นปลาที่อยู่ในน้ำกร่อยได้ บวกกับ การใช้เวลาให้ปลาน้ำจืดสามารถอยู่ในน้ำกร่อยแล้วก็ปรับใช้เวลาให้มันปรับตัวอยู่ในน้ำเค็มได้ เป้นการบังคับให้ปรับตัวอย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป คล้ายกับการที่ปลาช่อน ปลาช่อนแบบเดียวกับที่อยู่ในทองร่องท้องนานั่นแหละครับสามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำกร่อยหรือปากแม่น้ำได้ ก็น่าจะเป็นเหตุผลนี่แหละที่ทำให้ปลาสอดแท็งก์นี้อยู่รวมกับปลาทะเลน้ำเค็มได้



    ปลาสอดเมื่อกี้เขาอยู่แทํงก์เดียวกับเจ้าดาวทะเลตัวนี้ครับ



    และในแท็งก์เดียวกันก็ยังมีปลากระรอกแดง ตัวนี้เป็นปลาทะเลแท้เลยครับ พบได้ทั้งระแวกชายฝั่งและน้ำลึกในแนวปการัง



    ด้านหน้าของฟาร์มก็เป็นแนวชายฝั่งของทะเลแสมสาร



    ด้านขวาเป็นสะพานปลาสุดท้ายก่อนถึงเขาหมาจอ



    ด้านซ้ายก็จะเป็นสะพานปลาอื่น ๆ ของช่องแสมสาร มีทั้งสะพานปลาจริง ๆ และสะพานท่าเทียบเรือ



    เที่ยงนี้เรามาจัดมื้อเที่ยงกันที่ร้าน Palyn ใกล้ ๆ ท่าเรือข้ามไปเกาะแสมสารและเกาะขาม



    มาทะเลก็ต้องจัดข้าวผัดทะเล



    และนี่ ซิกเนเจอร์ของร้าน สลัดปูนิ่มครับ
ชื่อสินค้า:   ยาย่า มาลี รีสอร์ท แอนด์ สน็อร์กเกิ้ลลิ่ง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่