[CR] บิดไปเรื่อย เหนื่อยก็พัก : ปราณบุรี กับทริปใหญ่ทริปแรกของปี 2026

สวัสดีครับทุกท่าน ผมพฤตเอง ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ผมได้มีโอกาสขับมอไซค์ไปเที่ยวปราณบุรีมาครับ เป็นทริปเที่ยวทะเลที่ไม่เหมือนมาเที่ยวทะเล แถมยังเป็หนึ่งในทริปที่ผมยกให้เหนื่อยลากเลือดที่สุดเลยด้วย เอ้ะ ยังไงกัน.... ทริปนี้จะเป็นยังไง จะสนุกมันส์ขนาดไหน และจะเหนื่อยหนักอย่างที่ได้ฝอยไว้ไหม ตามมาชมกันเลยครับ



    หลังจากจบทริปกาญจนบุรีเมื่อปีที่แล้ว ทริปนี้ครับ ผมก็ยังคงอารมณ์ค้างอยู่ เพราะอย่างที่ได้ว่าไว้จากทริปที่แล้ว ว่าจริง ๆ แล้วผมอยากไปทะเล ซึ่งทีแรกก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะไปชลบุรีเหมือนเดิม แต่พอคิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า เพราะถึงทะเลชลบุรีจะสวยเหมือนเดิม แต่ว่ามันก็เหมือนเดิมอ่ะ อยากลองค้นหาอะไรที่แปลกใหม่ไปจากเดิมบ้าง สรุปง่าย ๆ ก็คือผมอยากไปทะเลแหละ แค่ว่าอยากจะลองไปที่อื่นนอกเหนือจากชลบุรีกีบเพชรบุรีบ้าง ถ้าแบบนั้น มันก็มีอีกที่นึงที่เคยคิดจะไปเมื่อนานมาแล้ว หาดหลังเขากะโหลก ทะเลปราณบุรี



    เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมก็นับวันนับคืน รอเวลาออกทริปอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อเวลาล้อหมุนมาถึง ผมออกจากบ้านตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง เลี้ยวเข้าพุทธมลฑลสาย 4 ที่ศาลายา เพื่อวิ่งไปออกที่สมุทรสาคร วิ่งลัดเลาะไปตามทาง จนกระทั่งมาถึงมหาชัย รถก็เริ่มติดหนึบจากเหตุการณ์เครนถล่มที่ผ่านมา แต่ก็โชคดีที่ผมขับมอไซค์ ก็เลยสามารถเลาะไปเรื่อย ๆ ได้



    ก่อนจะแวะเติมเต็มถังสักที แล้วก็บิดกันอีกยาาาวววววววว จากสมุทรสาครเข้าสู่สมุทรสงคราม ผ่านคลองโคนเลี้ยวซ้ายเข้าเพชรเกษมเข้าสู่เพชรบุรีอย่างเต็มตัว บิดมาเรื่อย ๆ ไม่รีบเร่งอะไรมาก แต่ให้ตายเถอะ หนาวอ่ะ ในกรุงเทพฯ ช่วงนี้อากาศไม่เย็นแล้วนะ แต่ว่าออกจากกรุงเทพฯ มาไม่ไกล อากาศเย็นลงอย่างชัดเจนเลย ก็เลยต้องแวะข้างทางเอาแขนเสื้อลงแล้วผูกผ้าพันคอในลักษณะผ้าบัฟกันไม่ให้ลมเข้าคอช่วยให้อุ่นขึ้น ก่อนจะบิดคันเร่งไปกันต่อ ท้องฟ้าเริ่มสว่างเมื่อเข้าเขตเขาย้อย รถบนถนนมีประปราย ไม่ได้แน่นหนามาก ก็ตามประสาวันออกทริปนั่นแหละครับที่ผมมักจะหาเรื่องออกทริปในวันธรรมดา
    และเมื่อผมบิดเลยหัวหินมา ก็เป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงจุดหมายหลักของเราก็แล้ว แวะข้างทางกดกูเกิลแมปดูสักเล็กน้อยว่าต้องไปทางไหนต่อ ก่อนจะบิดออกไปต่อ ไม่นานหลังจากนั้นผมก็เห็นโลตัวปราณบุรี เป็นสัญญาณว่าเราต้องเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้น 1020 ก่อนจะมาทะลุเส้น 3168 เพื่อลงทะเล



    บิดล่องมาตามทางเรื่อย ๆ ก่อนจะมาเลี้ยวซ้ายที่เขากะโหลก บิดต่อไปอีกเล็กน้อย ในที่สุดผมก็มาถึงจุดหมายแรกและจุดหมายหลักของทริปนี้ ทะเลปราณบุรี บริเวณหาดหลังเขากะโหลกนี่เอง



    เช็กอินสักเล็กน้อย



    มันช่าง ส ว ย ง า ม ทริปนี้ก็เช่นเคย ผมเอากล้องมา 2 +1 ตัว มี 1300D เป็นกล้องหลักซึ่งเมื่อเทียบกับทริปอื่นที่ผ่าน ๆ มานั้น จะได้ใช้บ่อยขึ้นกว่าเดิมมาก กล้องโทรศัพท์เป็นกล้องแสน็ปซึ่งก็ไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่เพราะมักจะใช้กล้องหลักมากกว่า และกล้องอาร์ทของทริปนี้ก็จะเป็น Canon FTB QL ติดเลนส์ FD 50 f1.4 SSC พร้อมกับฟิล์ม LomoChrome Classis Color 200 ฟิล์มสีตัวล่าสุดของทาง Lomography ซึ่ง เขาไม่ได้จ่าาายยยยยยนะครับ แค่ผมติดใจหลังจากที่ได้ลองม้วนแรกไป โทนสีที่เน้นความเข้มและคอนทราส นี่แหละที่ต้องการ



    ทะเลปราณบุรีในบริเวณหาดหลังเขากะโหลกเช้านี้ เงียบสงบ มีแค่เสียงลม เสียงคลื่น และเสียงเครื่องยนต์เรือ มันเป็นบรรยากาศที่ผมถวิลหามาตลอด หลังจากบากบั่นกับการทำงานในแต่ละวัน ผมก็ได้แต่นึกถึงสายลมและเกลียวคลื่นที่คุ้นเคย ได้แต่นับวันเวลาว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไปสัมผัสกับมัน และตอนนี้ผมก็ได้กลับมาพบกับมันอีกครั้งแล้ว ถึงจะแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่อย่างน้อยตอนนี้ ผมก็สามารถทิ้งงานทิ้งภาระหน้าที่ทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป และเมื่อเต็มอิ่มกับความสุขที่ได้รับแล้วนั้น ผมก็พร้อมที่จะกลับไปเผชิญกับความยากลำบากในหน้าที่การงานอีกครั้ง แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ก็ขอเอ็นจอยกับทริปนี้ให้ถึงที่สุดก่อนแล้วกัน



    มีคุณลุงชาวบ้านนั่งห่วงยางเก็บข่ายดักปลาอยู่ไม่ไกล



    ฟ้าเปิด ไม่มีเมฆฝนอยู่ใกล้ ๆ แต่คลื่นลมวันนี้แรงดีจริง ๆ



    คุณลุงคนเดิม แค่ย้ายมาเก็บข่ายบริเวณใกล้ฝั่ง ก็เลยไม่ได้นั่งห่วงยางแแกไป



    ทางที่จะวิ่งไปต้องผ่านที่พักของวันนีอยู่แล้ว ก็เลยจัดการเอาถุงเสื้อผ้าไปฝากไว้ ก่อนจะไปกันต่อ



    เห็นอะไรสวย ๆ ระหว่างทาง ก็ต้องแวะกดรูปไว้ซะหน่อย



    บิดย้อนกลับไปทางเขากะโหลกดีกว่า เดี๋ยวจะขึ้นไปจุดชมวิวเขากะโหลกด้วย



    ผ่านวัดเขากะโหลก แวะไห้ซะหน่อย เพื่อสิริมงคลของทริปนี้



    เอาล่ะ จุดหมายต่อไปของเรา ได้เวลาเมื่อยกันแล้ว



    อื้อหือออออ ต้องออกแรงปีนเขาซะแล้ววววววว



    เอาล่ะ ๆ อีกไม่ไกล ๆ



    ต้องมุดรูมุดถ้ำซะด้วย



    ถ้าผมมาตัวเปล่าแค่นี้ก็คงจะจิ้บ ๆ แต่นี่ผมแบกกล้องมา 2 ตัว เลนส์เสริมอีก 3 ตัว เพราะงั้นก็เลยไม่ได้อยากลุยอะไรขนาดนั้น แต่ในเมื่อหลวมตัวเข้ามาแล้ว ก็ต้องไปให้ถึงที่สุดละนะ



    แต่เมื่อหันหลังไปดูแล้ว อื้มมมมมมม ค่อยใจชื้นหน่อย ว่าการบากบั่นไต่เขาขึ้นมาครั้งนี้มันจะต้องคุ้มค่าแน่นอน



    จุดชมวิวอยู่อีกไม่ไกล



    และเมื่อมาถึงจุดสูงสุด สูดหายใจลึก ๆ สดดดดดดชื่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน



    มันช่าง น่ า อั ศ จ ร ร ย์ ใ จ



    มาดูรูปฟิล์มกันหน่อย



    เช็กอินสักเล็กน้อย



    ยัดเลนส์ซูม ส่องระยะไกลกันหน่อยดีกว่า



    ถึงวันนี้จะเป็นวันธรรมดา แต่นักท่องเที่ยวก็ยังมีเข้ามาเรื่อย ๆ



    มีคนเล่น Kite Surfing อยู่ไกล ๆ อ้าว จมซะแล้ว



    อ้อ เขาใช้ร่มดึงตัวขึ้นมาได้ มันก็ดูน่าจะสนุกดีนะ เดี๋ยวมาคราวหน้าหาเรื่องลองหน่อยดีกว่า



    ถึงจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเรื่อย ๆ แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังถือว่าชิล ๆ อยู่



    เอาล่ะ ไปกันต่อดีกว่า



    ขาขึ้นว่ายากแล้ว ขาลงนี่หนักกว่าเยอะ เพราะมันแทบจะกลายเป็นการไต่หน้าผานะละ



    ผมต้องจับเชือก แล้วค่อย ๆ ใช้ขาไต่ลง โชคดีที่ผมไม่ได้ถอดถุงมือขับมอไซค์ ก็เลยจับเชือก จับกิ้งไม้ หรือจับก้อนหิน เพื่อช่วยพยุงตัวได้



    แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ง่าย ผมต้องค่อย ๆ โรยตัวลงไปเรื่อย ๆ



    มาดูรูปฟิล์มกันหน่อย ผมค่อย ๆ ไต่ลงมาเรื่อย ๆ จนมาถึงทางลงหาดในที่สุด



    หาดปราณบุรี จากบริเวณหน้าเขากะโหลก



    แค่จุดหมายที่สองก็เหนื่อยลากเลือดใช้ได้เลย แต่อย่างน้อยผมก็ลงมาถึงหาดได้อย่างปลอดภัยละนะ แต่ตอนนี้จะเที่ยงแล้ว ออกไปหาของอร่อย ๆ กันดีกว่า



    ด้วยความที่วันนั้นคือวันจันทร์ ร้านอาหารที่เปิดก็เลยมีไม่มาก แต่อย่างน้อยระหว่างที่ผมกำลังบิดรถเอื่อย ๆ มองซ้ายมองขวาหาร้านอร่อย ผมก็มาสะดุดกับร้านนี้ "ครัวลูกสาว" จัดข้าวผัดทะเลมาหนึ่งหน่วย



    พร้อมไข่เจียวหอนางรมอีกหนึ่งหน่วย ร้านนี้เป็นร้านอาหารสไตล์บ้าน ๆ แบบว่า บ้าน ๆ จริง ๆ นะครับ อย่างข้าวผัดก็เป็นข้าวผัดแบบพื้นบ้าน ใส่มะเขือเทศใส่คะน้าด้วย แถมข่าวก็คลุกไข่ไม่ทั่วด้วยซ้ำ ไม่เหมือนกับข้าวผัดแบบข้าวผัดจีนตามภัตตาคารที่จะคลุกข้าวกับไข้ให้เข้ากันแบบสุด ๆ แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ มันอร่อยมากครับ ทั้งกุ้งทั้งปลาหมึกสดมาก แต่ยังตัวใหญ่ด้วย



    เสร็จจากมื้อเที่ยง จุดหมายต่อไปของวันนี้ก็คือจุดชมวิวเขาบ้านนาห้วย



    ที่นี่เป็นสำนักสงฆ์ที่มีจุดชมวิว เอาล่ะ เราขึ้นไปจุดสูงสุดดีว่า อย่างน้อยทางขึ้นก็ไม่ได้โหดร้ายเหมือนเขากะโหลกละนะ



    ข้างบนนี้มีรูปเหมือนของหลวงพ่ออยู่



    เอาล่ะ เรามาถึงแล้ว



    เป็นวิวที่ไม่เลวเลย จริงอยู่ที่ผมเคยเห็นวิวที่สวยกว่านี้มาแล้ว แต่ว่าวิวแบบนี้ก็ถือว่าไม่เลวเลย



    เช็กอินสักเล็กน้อย



    มาดูรูปฟิล์มกันสักหน่อย



    ยัดเลนส์ซูมส่องดูรอบข้างกันซะหน่อย
ชื่อสินค้า:   แลดูปราณ รีสอร์ท (L'AIR DU PRAN RESORT)
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่