ครบรอบ 1 ปีกับการลองเดินป่าครั้งแรกของเราพอดี เลยอยากมาเล่าประสบการณ์
ทริปเปลี่ยนชีวิต เผื่อเพื่อน ๆ ที่อยากลองเดินป่าดูสักครั้ง แต่ยังลังเลอยู่ค่ะ
ที่นี่คือ
โบลาเวน ลาว ฉบับนักเดินป่ามือใหม่ ไปคนเดียว แบบไม่เตรียมตัว
จุดเริ่มต้นคือ เราเพิ่งอกหักจากงาน... ไม่ได้โปรโมตอีกครั้ง พอรู้ผล ความรู้สึกที่อดกลั้นมาหลายปีก็พังทลาย จนร้องไห้กับหัวหน้าเป็นครั้งแรก เลยตัดสินใจลาพักร้อนพักใจยาว ๆ
แล้วราวกับอัลกอริทึมของ social media รู้ว่า เราไม่อยากฟุ้งซ่านอยู่บ้าน อยากใช้แรง จะได้เลิกใช้ความคิดชั่วคราว เลยส่งโฆษณาทริปชวนเดินป่า เขียนว่า
"มือใหม่เดินได้"
เลยทักไปสมัครทันที แบบไม่คิดอะไร ไม่รู้สภาพเส้นทาง ไม่รู้สภาพอากาศ ไม่ศึกษาต่อเลยว่าควรเตรียมอุปกรณ์อะไรไปบ้าง (เลิกคิดจริง ๆ)
และนั่นทำให้เราเจอ
ค่ำคืนที่ทรมานที่สุดในชีวิต (จริงจริ๊ง!)
เราไปกับทัวร์ที่มีรถตู้รับจากกรุงเทพฯ พาไปถึงจุดเริ่มเดิน มีสตาฟนำทาง เตรียมอาหารให้ มีให้เช่าเต็นท์กับอุปกรณ์นอนด้วย แต่ด้วยความอยากเท่ เราเลยขนของไปเองหมด
เต็นท์กางอัตโนมัติใบใหญ่ ถุงนอนหนาตึ๊บ กระเป๋าเป้ใบเท่(แต่หนัก) และรองเท้าผ้าใบสวย ๆ กันน้ำ(ออก)
สุดท้าย... จ้างลูกหาบแบกหมดค่ะ
Day 1 ขึ้นเขา ไปลานแคมป์
รถไปส่งคณะเดินป่าที่จุดเริ่มเดิน ระยะทางเดินเข้าป่า
5 กิโลเมตร ไปยังแคมป์ เราเปิดด้วยการลื่นปื้ดตอนปีนขึ้นเขา จนคนข้างหลังช่วยดันหยุดไว้ ไม่งั้นกลิ้งหมู่ เลยได้รู้ว่า รองเท้าผ้าใบสุดเท่ ไม่เกาะพื้นค่ะ 🥺
แต่นอกจากลื่นเป็นพัก ๆ เส้นทางไปแคมป์ถือว่าไม่โหดมากสำหรับมือใหม่ออกกำลังกายแบบเรา สนุก มีทั้งขึ้นเขาชันสั้น ๆ ลุยลำธาร ลุยป่าเขียวชอุ่ม แล้วก็มีช่วงทางราบให้พักขายาว ๆ
ตอนนั้นเป็นฤดูฝน 🌧️ ระหว่างทางฝนตกปรอย ๆ ตลอด พื้นลื่นบ้าง เปื้อนโคลนบ้าง แต่รู้สึกสดชื่นมากกว่าลำบาก แล้วแปลกใจที่เราไม่เจอสัตว์หรือแมลงเลย เดินได้แบบไม่ต้องระแวง
เดินประมาณ
2 ชั่วโมง ก็ถึงจุดตั้งแคมป์ เป็นลานกว้างที่ช่วงเย็นหมอกลงเต็มพื้นที่ นอกจากคณะของเราแล้ว ก็มีอีกแค่ 1 กลุ่ม จึงได้ตั้งแคมป์แบบเป็นส่วนตัว ไม่แออัด
พอกางเต็นท์เสร็จ สตาฟเดินมาถามด้วยความเป็นห่วง
"คืนนี้น่าจะฝนตกนะ เต็นท์พี่จะไหวหรอ"
เราตอบอย่างมั่นใจมากว่า
"ไหวสิค่ะ เคยกางมาแล้ว" (แต่ลืมคิดไปว่า นั่นมันหน้าหนาว)
หลังจากทานมื้อเย็นที่สตาฟเตรียมไว้อย่างกับบุฟเฟ่ต์ อร่อย อิ่มจนจุก บางคนยังนั่งสังสรรค์เข้าสังคมกันต่อจนดึก ส่วนชาวอินโทรเวิร์ตหมดแรงอย่างเรา เข้านอนตั้งแต่หนึ่งทุ่ม
เราหลับสนิทจนกระทั่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาราว ๆ เที่ยงคืน เพราะเสียงลมกระทบเต็นท์ดังมาก เต็นท์สั่นราวกับจะปลิว แล้ว
น้ำเริ่มหยดใส่หน้า แสงไฟฉายด้านนอกส่องกันวุ่นวาย ได้ยินเสียงคนวิ่งไปมา
นี่มันไม่ใช่แค่ฝนตก มันคือพายุฝน! 🌪️ เป็นพายุที่แรงที่สุดที่เราเคยเจอแบบใกล้ชิด
ส่วนในเต็นท์เรา น้ำเริ่มหยดมากขึ้น ก่อนจะกลายเป็น...
น้ำท่วมเต็นท์! ถุงนอนเปียก เสื้อผ้าเปียก ทุกอย่างเปียก โชคดีอย่างเดียวคือแยกเสื้อผ้าใส่ถุงพลาสติกไว้ เลยพออุ่นใจว่าเสื้อที่ใส่พรุ่งนี้ไม่เปียกแน่นอน
คืนนั้นเราทำอะไรไม่ได้เลย ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ หลับก็ไม่ลง ได้แต่นอนขดตัวสั่นในถุงนอนที่เปียกชุ่ม หนาวเหมือนจะไม่รอด ได้แต่ประสานมือเข้าหากัน สวดภาวนาขอให้เช้าไว ๆ
นั่นเป็น
ค่ำคืนที่ทรมานและยาวนานที่สุดในชีวิต
Day 2 น้ำตกตาดขมึด-ตาดเสือ
เช้าวันถัดมา เราก็ไปสืบชะตากรรมของเพื่อนร่วมคณะเดินทาง พบว่าครึ่งหนึ่งเจอชะตากรรมเดียวกัน บางคนน้ำท่วม บางคนเต็นท์ปลิว! แต่ก็มีบางคนที่ภายในเต็นท์แห้งสนิท หลับสบาย ทั้งที่อยู่ติด ๆ กัน
ถึงได้รู้ว่า
การเลือกจุดกางเต็นท์หลบทางน้ำไหลสำคัญมาก รวมถึงได้รู้จักอุปกรณ์เสริมของเต็นท์ที่เรียกว่า
fly sheet และ
ground sheet สำหรับคลุมกันฝน น้ำค้าง และความชื้น
หลังจากเก็บแคมป์กันเสร็จ พวกเราก็เดินเท้ากันต่อเพื่อไปยังไฮไลท์ของทริปนี้
น้ำตกตาดขมึด-ตาดเสือ
ระยะทางแค่
2 กิโลเมตร แต่เหนื่อยกว่าวันแรกหลายเท่า ขึ้นลงชันตลอดทาง แถมพื้นลื่นมากจากพายุฝนเมื่อคืน มือใหม่อย่างเราเดินหอบแหก ๆ แถมยังลื่นจนมือส้น แต่ป่าก็สวยมากเหมือนกัน เขียว ชุ่มชื้น สดชื่นทุกมุม
เดินเกือบ
2 ชั่วโมง เราก็มาถึงน้ำตกแล้ว! ยิ่งใหญ่และสวยมาก ประกอบกับความยากลำบากกว่าจะมาถึง ทำให้เรารู้สึกว่ามันยิ่งสวยขึ้น ผ่อนคลายขึ้นไปอีก
ช่วงที่เหนื่อยที่สุดของเราคือ ขากลับเดินออกจากป่า เดินจนท้อว่า ทำไมไม่ถึงทางออกสักที 😭
ความโชคดีของเราคือ
ได้เจอเพื่อนร่วมทริปน่ารัก ๆ เป็นพี่สาวผู้ช่ำชองในเดินป่า คอยประกบเป็น buddy ให้เราตลอด ให้เกลือแร่ต่อชีวิตมาด้วย พร้อมพูดให้สบายใจตลอดทางว่า "ไม่เห็นต้องรีบเลย เหนื่อยก็พัก นั่งชมวิวก่อน"
สุดท้ายเราใช้เวลาประมาณ
3 ชั่วโมง ก็ออกจากป่าได้
ระหว่างเดินป่าอยู่ สิ่งที่เราคิดตลอดทางคือ
"ฉันมาทำอะไรที่นี่ จ่ายเงินมาซื้อความลำบากแต้ ๆ เจ้า 😭
"
แต่หลังจากออกจากป่าได้ ความรู้สึกแรกคือ
"เฮ้ย! เราก็ทำได้นี่ 🥹"
ความเครียดเรื่องงาน โลกของออฟฟิศ กลายเป็นเรื่องเล็กจิ๋วไปเลย เมื่อเทียบกับป่าอันกว้างใหญ่ และค่ำคืนพายุฝนที่เราเพิ่งไปสัมผัสด้วยตัวเอง โลกยังมีธรรมชาติสวย ๆ ให้เราไปเห็นกับตา และกิจกรรมมากมายที่เราอยากลองทำ
ทริปนี้ทำให้เรา
ปล่อยวาง เรื่องงานและผู้คนที่ไม่ได้สำคัญกับเราจริง ๆ ได้
ถึงมียังมีช่วงเวลาที่เครียดอยู่บ้าง แต่พอคิดว่า เราแค่ทำตามหน้าที่แบบพอดี ไม่ต้องใส่สุดแรง แล้วเก็บเงิน เก็บแรง เก็บอารมณ์ฟุ้งซ้าน เอาเวลามาเตรียมทริปเดินป่ารอบหน้าดีกว่า ความหนักอึ้งก็เบาลงทันทีค่ะ
เริ่มรู้ว่าชีวิต
เราไม่ได้อยากปีน Corporate Ladder แล้ว แต่อยากปีนภูเขาต่างหาก 🙂
พอมองย้อนกลับไป วันที่ร้องไห้เพราะงาน ตอนนั้นมันหนักมากจริง ๆ
แต่ถ้าวันนั้นไม่เกิดขึ้น เราคงไม่สมัครทริปนี้ คงไม่ได้เจอธรรมชาติ ไม่ได้เจอเพื่อนใหม่ ไม่ได้เจอความสุขรูปแบบใหม่ ไม่ได้เจอเป้าหมายชีวิตใหม่ (และไม่ได้เจอความรักครั้งใหม่ 😆)
เลยยิ่งเชื่อประโยคหนึ่งที่อาจารย์มหาวิทยาลัยของเราเคยบอกไว้ว่า...
What happened, happened for the best.
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดีเสมอ
ถ้าใครกำลังมองหาป่าแรกสำหรับมือใหม่ ป่าต่างประเทศใกล้ ๆ ใช้เวลาไม่นาน
โบลาเวน ประเทศลาว เป็นอีกที่ที่เราอยากแนะนำมาก ๆ ค่ะ 😊
[CR] มือใหม่ไปเดินป่าโบลาเวน ลาวใต้ กับคืนที่ทรมานที่สุดในชีวิต... แต่เป็นทริปเปลี่ยนชีวิต
ที่นี่คือ โบลาเวน ลาว ฉบับนักเดินป่ามือใหม่ ไปคนเดียว แบบไม่เตรียมตัว
จุดเริ่มต้นคือ เราเพิ่งอกหักจากงาน... ไม่ได้โปรโมตอีกครั้ง พอรู้ผล ความรู้สึกที่อดกลั้นมาหลายปีก็พังทลาย จนร้องไห้กับหัวหน้าเป็นครั้งแรก เลยตัดสินใจลาพักร้อนพักใจยาว ๆ
แล้วราวกับอัลกอริทึมของ social media รู้ว่า เราไม่อยากฟุ้งซ่านอยู่บ้าน อยากใช้แรง จะได้เลิกใช้ความคิดชั่วคราว เลยส่งโฆษณาทริปชวนเดินป่า เขียนว่า
"มือใหม่เดินได้"
เลยทักไปสมัครทันที แบบไม่คิดอะไร ไม่รู้สภาพเส้นทาง ไม่รู้สภาพอากาศ ไม่ศึกษาต่อเลยว่าควรเตรียมอุปกรณ์อะไรไปบ้าง (เลิกคิดจริง ๆ)
และนั่นทำให้เราเจอ ค่ำคืนที่ทรมานที่สุดในชีวิต (จริงจริ๊ง!)
เราไปกับทัวร์ที่มีรถตู้รับจากกรุงเทพฯ พาไปถึงจุดเริ่มเดิน มีสตาฟนำทาง เตรียมอาหารให้ มีให้เช่าเต็นท์กับอุปกรณ์นอนด้วย แต่ด้วยความอยากเท่ เราเลยขนของไปเองหมด
เต็นท์กางอัตโนมัติใบใหญ่ ถุงนอนหนาตึ๊บ กระเป๋าเป้ใบเท่(แต่หนัก) และรองเท้าผ้าใบสวย ๆ กันน้ำ(ออก)
สุดท้าย... จ้างลูกหาบแบกหมดค่ะ
Day 1 ขึ้นเขา ไปลานแคมป์
รถไปส่งคณะเดินป่าที่จุดเริ่มเดิน ระยะทางเดินเข้าป่า 5 กิโลเมตร ไปยังแคมป์ เราเปิดด้วยการลื่นปื้ดตอนปีนขึ้นเขา จนคนข้างหลังช่วยดันหยุดไว้ ไม่งั้นกลิ้งหมู่ เลยได้รู้ว่า รองเท้าผ้าใบสุดเท่ ไม่เกาะพื้นค่ะ 🥺
แต่นอกจากลื่นเป็นพัก ๆ เส้นทางไปแคมป์ถือว่าไม่โหดมากสำหรับมือใหม่ออกกำลังกายแบบเรา สนุก มีทั้งขึ้นเขาชันสั้น ๆ ลุยลำธาร ลุยป่าเขียวชอุ่ม แล้วก็มีช่วงทางราบให้พักขายาว ๆ
ตอนนั้นเป็นฤดูฝน 🌧️ ระหว่างทางฝนตกปรอย ๆ ตลอด พื้นลื่นบ้าง เปื้อนโคลนบ้าง แต่รู้สึกสดชื่นมากกว่าลำบาก แล้วแปลกใจที่เราไม่เจอสัตว์หรือแมลงเลย เดินได้แบบไม่ต้องระแวง
เดินประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงจุดตั้งแคมป์ เป็นลานกว้างที่ช่วงเย็นหมอกลงเต็มพื้นที่ นอกจากคณะของเราแล้ว ก็มีอีกแค่ 1 กลุ่ม จึงได้ตั้งแคมป์แบบเป็นส่วนตัว ไม่แออัด
พอกางเต็นท์เสร็จ สตาฟเดินมาถามด้วยความเป็นห่วง
"คืนนี้น่าจะฝนตกนะ เต็นท์พี่จะไหวหรอ"
เราตอบอย่างมั่นใจมากว่า
"ไหวสิค่ะ เคยกางมาแล้ว" (แต่ลืมคิดไปว่า นั่นมันหน้าหนาว)
หลังจากทานมื้อเย็นที่สตาฟเตรียมไว้อย่างกับบุฟเฟ่ต์ อร่อย อิ่มจนจุก บางคนยังนั่งสังสรรค์เข้าสังคมกันต่อจนดึก ส่วนชาวอินโทรเวิร์ตหมดแรงอย่างเรา เข้านอนตั้งแต่หนึ่งทุ่ม
เราหลับสนิทจนกระทั่งสะดุ้งตื่นขึ้นมาราว ๆ เที่ยงคืน เพราะเสียงลมกระทบเต็นท์ดังมาก เต็นท์สั่นราวกับจะปลิว แล้ว น้ำเริ่มหยดใส่หน้า แสงไฟฉายด้านนอกส่องกันวุ่นวาย ได้ยินเสียงคนวิ่งไปมา
นี่มันไม่ใช่แค่ฝนตก มันคือพายุฝน! 🌪️ เป็นพายุที่แรงที่สุดที่เราเคยเจอแบบใกล้ชิด
ส่วนในเต็นท์เรา น้ำเริ่มหยดมากขึ้น ก่อนจะกลายเป็น... น้ำท่วมเต็นท์! ถุงนอนเปียก เสื้อผ้าเปียก ทุกอย่างเปียก โชคดีอย่างเดียวคือแยกเสื้อผ้าใส่ถุงพลาสติกไว้ เลยพออุ่นใจว่าเสื้อที่ใส่พรุ่งนี้ไม่เปียกแน่นอน
คืนนั้นเราทำอะไรไม่ได้เลย ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ หลับก็ไม่ลง ได้แต่นอนขดตัวสั่นในถุงนอนที่เปียกชุ่ม หนาวเหมือนจะไม่รอด ได้แต่ประสานมือเข้าหากัน สวดภาวนาขอให้เช้าไว ๆ
นั่นเป็น ค่ำคืนที่ทรมานและยาวนานที่สุดในชีวิต
Day 2 น้ำตกตาดขมึด-ตาดเสือ
เช้าวันถัดมา เราก็ไปสืบชะตากรรมของเพื่อนร่วมคณะเดินทาง พบว่าครึ่งหนึ่งเจอชะตากรรมเดียวกัน บางคนน้ำท่วม บางคนเต็นท์ปลิว! แต่ก็มีบางคนที่ภายในเต็นท์แห้งสนิท หลับสบาย ทั้งที่อยู่ติด ๆ กัน
ถึงได้รู้ว่า การเลือกจุดกางเต็นท์หลบทางน้ำไหลสำคัญมาก รวมถึงได้รู้จักอุปกรณ์เสริมของเต็นท์ที่เรียกว่า fly sheet และ ground sheet สำหรับคลุมกันฝน น้ำค้าง และความชื้น
หลังจากเก็บแคมป์กันเสร็จ พวกเราก็เดินเท้ากันต่อเพื่อไปยังไฮไลท์ของทริปนี้ น้ำตกตาดขมึด-ตาดเสือ
ระยะทางแค่ 2 กิโลเมตร แต่เหนื่อยกว่าวันแรกหลายเท่า ขึ้นลงชันตลอดทาง แถมพื้นลื่นมากจากพายุฝนเมื่อคืน มือใหม่อย่างเราเดินหอบแหก ๆ แถมยังลื่นจนมือส้น แต่ป่าก็สวยมากเหมือนกัน เขียว ชุ่มชื้น สดชื่นทุกมุม
เดินเกือบ 2 ชั่วโมง เราก็มาถึงน้ำตกแล้ว! ยิ่งใหญ่และสวยมาก ประกอบกับความยากลำบากกว่าจะมาถึง ทำให้เรารู้สึกว่ามันยิ่งสวยขึ้น ผ่อนคลายขึ้นไปอีก
ช่วงที่เหนื่อยที่สุดของเราคือ ขากลับเดินออกจากป่า เดินจนท้อว่า ทำไมไม่ถึงทางออกสักที 😭
ความโชคดีของเราคือ ได้เจอเพื่อนร่วมทริปน่ารัก ๆ เป็นพี่สาวผู้ช่ำชองในเดินป่า คอยประกบเป็น buddy ให้เราตลอด ให้เกลือแร่ต่อชีวิตมาด้วย พร้อมพูดให้สบายใจตลอดทางว่า "ไม่เห็นต้องรีบเลย เหนื่อยก็พัก นั่งชมวิวก่อน"
สุดท้ายเราใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ออกจากป่าได้
ระหว่างเดินป่าอยู่ สิ่งที่เราคิดตลอดทางคือ
"ฉันมาทำอะไรที่นี่ จ่ายเงินมาซื้อความลำบากแต้ ๆ เจ้า 😭"
แต่หลังจากออกจากป่าได้ ความรู้สึกแรกคือ
"เฮ้ย! เราก็ทำได้นี่ 🥹"
ความเครียดเรื่องงาน โลกของออฟฟิศ กลายเป็นเรื่องเล็กจิ๋วไปเลย เมื่อเทียบกับป่าอันกว้างใหญ่ และค่ำคืนพายุฝนที่เราเพิ่งไปสัมผัสด้วยตัวเอง โลกยังมีธรรมชาติสวย ๆ ให้เราไปเห็นกับตา และกิจกรรมมากมายที่เราอยากลองทำ
ทริปนี้ทำให้เรา ปล่อยวาง เรื่องงานและผู้คนที่ไม่ได้สำคัญกับเราจริง ๆ ได้
ถึงมียังมีช่วงเวลาที่เครียดอยู่บ้าง แต่พอคิดว่า เราแค่ทำตามหน้าที่แบบพอดี ไม่ต้องใส่สุดแรง แล้วเก็บเงิน เก็บแรง เก็บอารมณ์ฟุ้งซ้าน เอาเวลามาเตรียมทริปเดินป่ารอบหน้าดีกว่า ความหนักอึ้งก็เบาลงทันทีค่ะ
เริ่มรู้ว่าชีวิต เราไม่ได้อยากปีน Corporate Ladder แล้ว แต่อยากปีนภูเขาต่างหาก 🙂
พอมองย้อนกลับไป วันที่ร้องไห้เพราะงาน ตอนนั้นมันหนักมากจริง ๆ
แต่ถ้าวันนั้นไม่เกิดขึ้น เราคงไม่สมัครทริปนี้ คงไม่ได้เจอธรรมชาติ ไม่ได้เจอเพื่อนใหม่ ไม่ได้เจอความสุขรูปแบบใหม่ ไม่ได้เจอเป้าหมายชีวิตใหม่ (และไม่ได้เจอความรักครั้งใหม่ 😆)
เลยยิ่งเชื่อประโยคหนึ่งที่อาจารย์มหาวิทยาลัยของเราเคยบอกไว้ว่า...
What happened, happened for the best.
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดีเสมอ
ถ้าใครกำลังมองหาป่าแรกสำหรับมือใหม่ ป่าต่างประเทศใกล้ ๆ ใช้เวลาไม่นาน โบลาเวน ประเทศลาว เป็นอีกที่ที่เราอยากแนะนำมาก ๆ ค่ะ 😊
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้