ครับทุกคน! วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดมาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า… ใครเคยเบื่อแกงเขียวหวานที่กินทีไรก็ออกสีเขียวปี๋ แถมหวานเจี๊ยบจนเลี่ยนบ้างครับ?
ผมคนหนึ่งล่ะที่รู้สึกแบบนั้น! คือเข้าใจนะว่ามันชื่อ “แกงเขียวหวาน” แต่บางทีมันก็เขียวเกิ๊น บางเจ้าก็หวานเหมือนกินขนม ผมเลยต้องขอปฏิวัติวงการนิดหน่อยครับ! วันนี้ผมจะมาเผยเคล็ดลับสุดยอดในการทำ "แกงเขียวหวานที่ไม่สีเขียวและไม่หวาน" ครับ! ฟังดูบ้าบอใช่ไหมครับ? แต่อร่อยจนต้องร้องขอชีวิตแน่นอนครับ!
บอกเลยว่าสูตรนี้เกิดจากการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วนครับ ตั้งแต่สมัยที่ผมเริ่มหัดทำอาหารใหม่ๆ ตอนนั้นก็ทำตามสูตรเป๊ะๆ เลยนะ แต่พอกินแล้วมันไม่ใช่ฟีลที่อยากได้ไงครับ มันยังขาดความจัดจ้าน ความนัวแบบที่คนไทยแท้ๆ อย่างเราโหยหา ก็เลยนั่งคิด นอนคิด ค้นคว้า ปรุงใหม่ไปเรื่อยๆ จนได้สูตรนี้มาครับ
คอนเซ็ปต์ของเราคือ "แกงเขียวหวานสายดาร์ก" ครับ! คือเราจะเน้นความเผ็ดร้อนจากเครื่องแกงที่เข้มข้น และความมันนัวจากกะทิสด ไม่เน้นสีเขียวจ๋า ไม่เน้นหวานนำ แต่รับรองว่าทุกคำที่ตักเข้าปากมันจะระเบิดความอร่อยแบบที่คุณไม่เคยเจอมาก่อนครับ!
มาครับ! ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เรามาดูวัตถุดิบและวิธีทำกันเลยดีกว่า! เตรียมปากกามาจดกันได้เลยนะครับ เพราะแต่ละขั้นตอนมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญมากครับ!
ส่วนผสมสำหรับพริกแกง (หัวใจสำคัญของเราเลยครับ!)
พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำให้นิ่ม (เอาเม็ดออก) 10-15 เม็ด (ปรับตามชอบครับ ถ้าอยากได้เผ็ดมากก็เพิ่มได้เลย!)
พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำให้นิ่ม 5-7 เม็ด (อันนี้เพิ่มความเผ็ดจัดจ้านครับ)
หอมแดงซอย 3-4 หัว
กระเทียมกลีบใหญ่ 5-6 กลีบ
ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ผิวมะกรูดซอย 1 ช้อนชา (เคล็ดลับความหอม!)
รากผักชี 3-4 ราก
พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
กะปิอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำพริกแกง (ตรงนี้สำคัญมากนะครับ!)
1. เริ่มจากโขลกพริกแห้งเม็ดใหญ่และพริกขี้หนูแห้งกับเกลือให้ละเอียดก่อนครับ เกลือจะช่วยให้โขลกง่ายขึ้นครับ
2. ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี และพริกไทยขาวเม็ดลงไป โขลกให้ละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกันครับ ใจเย็นๆ นะครับ ขั้นตอนนี้ต้องใช้แรงนิดนึง แต่ผลลัพธ์คุ้มค่าแน่นอนครับ
3. ใส่หอมแดงและกระเทียมลงไป โขลกให้ละเอียดครับ
4. สุดท้ายใส่กะปิ โขลกให้เข้ากันดี เท่านี้เราก็ได้พริกแกงเขียวหวาน (ที่ไม่เขียว) แล้วครับ! ถ้าใครมีเครื่องปั่น ก็เอาทุกอย่างใส่ลงไปปั่นได้เลยครับ ประหยัดเวลาไปเยอะ!
ส่วนผสมอื่นๆ
เนื้อสัตว์ตามชอบ ไก่, หมู, เนื้อ, ลูกชิ้นปลากราย (ผมชอบไก่กับลูกชิ้นปลาครับ มันเข้ากันดี๊ดี!)
กะทิสด 500 ml (แบ่งหัวกะทิกับหางกะทิไว้ด้วยนะครับ)
น้ำปลาดี 3-4 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามรสที่ชอบครับ)
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา (นิดเดียวพอครับ แค่ตัดรส ไม่ใช่ให้หวาน)
มะเขือเปราะ หั่นสี่ส่วน แช่น้ำเกลือไว้กันดำ
มะเขือพวง เด็ดเป็นช่อ
ใบโหระพา เด็ดเป็นใบ
พริกชี้ฟ้าแดง หั่นแฉลบสำหรับตกแต่ง (เพิ่มสีสันและความเผ็ดเล็กน้อย)
วิธีทำแกงเขียวหวาน (ที่ไม่เขียวและไม่หวาน) ครับ
1. ตั้งกระทะหรือหม้อ ใช้ไฟกลางๆ ครับ ใส่หัวกะทิลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง เคี่ยวจนกะทิแตกมันครับ สังเกตว่าจะมีน้ำมันสีส้มๆ ลอยขึ้นมา อันนี้แหละคือจุดเริ่มต้นของความอร่อยครับ!
2. พอหัวกะทิแตกมันดีแล้วครับ ใส่พริกแกงที่เราโขลกไว้ลงไปผัดให้หอมครับ ผัดไปเรื่อยๆ จนพริกแกงสุกและส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วครัวเลยครับ กลิ่นมันจะประมาณว่า "เฮ้ย! มีของอร่อยกำลังจะมาว่ะ!"
3. ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดครับ ผัดให้เนื้อสัตว์พอสุกและเคลือบด้วยพริกแกงครับ
4. เติมหัวกะทิที่เหลือลงไปครับ คนให้เข้ากัน พอเดือดอีกครั้งก็เติมหางกะทิลงไปครับ
5. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บครับ ชิมรสชาติให้ออกเผ็ดนำ เค็มตาม แล้วมีรสนัวๆ ของกะทิตามมาครับ (ห้ามหวานเด็ดขาดนะครับ!)
6. พอน้ำแกงเดือด ใส่ลูกชิ้นปลากราย มะเขือเปราะ และมะเขือพวงลงไปครับ เคี่ยวต่อจนมะเขือสุกนิ่มครับ (อย่าเคี่ยวนานไปนะครับ มะเขือจะเละ)
7. ก่อนปิดไฟครับ ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงที่หั่นแฉลบไว้ลงไป คนเร็วๆ ให้ใบโหระพาโดนความร้อนแล้วก็ปิดไฟได้เลยครับ! ความหอมของโหระพาจะยังคงอยู่เต็มที่ครับ
เป็นไงบ้างครับ! ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ! แกงเขียวหวานที่ไม่เขียวและไม่หวานของผมพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ! รับรองว่ารสชาติจะเข้มข้น จัดจ้าน หอมเครื่องแกง และได้ความมันนัวจากกะทิแบบเต็มๆ คำครับ! กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีนก็อร่อยลืมโลกไปเลยครับ!
ใครลองทำแล้วเป็นยังไงบ้าง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ หรือใครมีเคล็ดลับอะไรเด็ดๆ อยากจะเสริม ก็คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ ผมชอบอ่านคอมเมนต์เพื่อนๆ มากๆ ครับ!
หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการเข้าครัวนะครับ! แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ!
แกงเขียวหวานฉบับคนเบื่อสีเขียวและรสหวาน: เผ็ด มัน นัว ไม่เหมือนใคร! (พร้อมเคล็ดลับเทพๆ)
ผมคนหนึ่งล่ะที่รู้สึกแบบนั้น! คือเข้าใจนะว่ามันชื่อ “แกงเขียวหวาน” แต่บางทีมันก็เขียวเกิ๊น บางเจ้าก็หวานเหมือนกินขนม ผมเลยต้องขอปฏิวัติวงการนิดหน่อยครับ! วันนี้ผมจะมาเผยเคล็ดลับสุดยอดในการทำ "แกงเขียวหวานที่ไม่สีเขียวและไม่หวาน" ครับ! ฟังดูบ้าบอใช่ไหมครับ? แต่อร่อยจนต้องร้องขอชีวิตแน่นอนครับ!
บอกเลยว่าสูตรนี้เกิดจากการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วนครับ ตั้งแต่สมัยที่ผมเริ่มหัดทำอาหารใหม่ๆ ตอนนั้นก็ทำตามสูตรเป๊ะๆ เลยนะ แต่พอกินแล้วมันไม่ใช่ฟีลที่อยากได้ไงครับ มันยังขาดความจัดจ้าน ความนัวแบบที่คนไทยแท้ๆ อย่างเราโหยหา ก็เลยนั่งคิด นอนคิด ค้นคว้า ปรุงใหม่ไปเรื่อยๆ จนได้สูตรนี้มาครับ
คอนเซ็ปต์ของเราคือ "แกงเขียวหวานสายดาร์ก" ครับ! คือเราจะเน้นความเผ็ดร้อนจากเครื่องแกงที่เข้มข้น และความมันนัวจากกะทิสด ไม่เน้นสีเขียวจ๋า ไม่เน้นหวานนำ แต่รับรองว่าทุกคำที่ตักเข้าปากมันจะระเบิดความอร่อยแบบที่คุณไม่เคยเจอมาก่อนครับ!
มาครับ! ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เรามาดูวัตถุดิบและวิธีทำกันเลยดีกว่า! เตรียมปากกามาจดกันได้เลยนะครับ เพราะแต่ละขั้นตอนมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญมากครับ!
ส่วนผสมสำหรับพริกแกง (หัวใจสำคัญของเราเลยครับ!)
พริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำให้นิ่ม (เอาเม็ดออก) 10-15 เม็ด (ปรับตามชอบครับ ถ้าอยากได้เผ็ดมากก็เพิ่มได้เลย!)
พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำให้นิ่ม 5-7 เม็ด (อันนี้เพิ่มความเผ็ดจัดจ้านครับ)
หอมแดงซอย 3-4 หัว
กระเทียมกลีบใหญ่ 5-6 กลีบ
ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ผิวมะกรูดซอย 1 ช้อนชา (เคล็ดลับความหอม!)
รากผักชี 3-4 ราก
พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา
กะปิอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำพริกแกง (ตรงนี้สำคัญมากนะครับ!)
1. เริ่มจากโขลกพริกแห้งเม็ดใหญ่และพริกขี้หนูแห้งกับเกลือให้ละเอียดก่อนครับ เกลือจะช่วยให้โขลกง่ายขึ้นครับ
2. ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด รากผักชี และพริกไทยขาวเม็ดลงไป โขลกให้ละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกันครับ ใจเย็นๆ นะครับ ขั้นตอนนี้ต้องใช้แรงนิดนึง แต่ผลลัพธ์คุ้มค่าแน่นอนครับ
3. ใส่หอมแดงและกระเทียมลงไป โขลกให้ละเอียดครับ
4. สุดท้ายใส่กะปิ โขลกให้เข้ากันดี เท่านี้เราก็ได้พริกแกงเขียวหวาน (ที่ไม่เขียว) แล้วครับ! ถ้าใครมีเครื่องปั่น ก็เอาทุกอย่างใส่ลงไปปั่นได้เลยครับ ประหยัดเวลาไปเยอะ!
ส่วนผสมอื่นๆ
เนื้อสัตว์ตามชอบ ไก่, หมู, เนื้อ, ลูกชิ้นปลากราย (ผมชอบไก่กับลูกชิ้นปลาครับ มันเข้ากันดี๊ดี!)
กะทิสด 500 ml (แบ่งหัวกะทิกับหางกะทิไว้ด้วยนะครับ)
น้ำปลาดี 3-4 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามรสที่ชอบครับ)
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา (นิดเดียวพอครับ แค่ตัดรส ไม่ใช่ให้หวาน)
มะเขือเปราะ หั่นสี่ส่วน แช่น้ำเกลือไว้กันดำ
มะเขือพวง เด็ดเป็นช่อ
ใบโหระพา เด็ดเป็นใบ
พริกชี้ฟ้าแดง หั่นแฉลบสำหรับตกแต่ง (เพิ่มสีสันและความเผ็ดเล็กน้อย)
วิธีทำแกงเขียวหวาน (ที่ไม่เขียวและไม่หวาน) ครับ
1. ตั้งกระทะหรือหม้อ ใช้ไฟกลางๆ ครับ ใส่หัวกะทิลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง เคี่ยวจนกะทิแตกมันครับ สังเกตว่าจะมีน้ำมันสีส้มๆ ลอยขึ้นมา อันนี้แหละคือจุดเริ่มต้นของความอร่อยครับ!
2. พอหัวกะทิแตกมันดีแล้วครับ ใส่พริกแกงที่เราโขลกไว้ลงไปผัดให้หอมครับ ผัดไปเรื่อยๆ จนพริกแกงสุกและส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วครัวเลยครับ กลิ่นมันจะประมาณว่า "เฮ้ย! มีของอร่อยกำลังจะมาว่ะ!"
3. ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดครับ ผัดให้เนื้อสัตว์พอสุกและเคลือบด้วยพริกแกงครับ
4. เติมหัวกะทิที่เหลือลงไปครับ คนให้เข้ากัน พอเดือดอีกครั้งก็เติมหางกะทิลงไปครับ
5. ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บครับ ชิมรสชาติให้ออกเผ็ดนำ เค็มตาม แล้วมีรสนัวๆ ของกะทิตามมาครับ (ห้ามหวานเด็ดขาดนะครับ!)
6. พอน้ำแกงเดือด ใส่ลูกชิ้นปลากราย มะเขือเปราะ และมะเขือพวงลงไปครับ เคี่ยวต่อจนมะเขือสุกนิ่มครับ (อย่าเคี่ยวนานไปนะครับ มะเขือจะเละ)
7. ก่อนปิดไฟครับ ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงที่หั่นแฉลบไว้ลงไป คนเร็วๆ ให้ใบโหระพาโดนความร้อนแล้วก็ปิดไฟได้เลยครับ! ความหอมของโหระพาจะยังคงอยู่เต็มที่ครับ
เป็นไงบ้างครับ! ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ! แกงเขียวหวานที่ไม่เขียวและไม่หวานของผมพร้อมเสิร์ฟแล้วครับ! รับรองว่ารสชาติจะเข้มข้น จัดจ้าน หอมเครื่องแกง และได้ความมันนัวจากกะทิแบบเต็มๆ คำครับ! กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีนก็อร่อยลืมโลกไปเลยครับ!
ใครลองทำแล้วเป็นยังไงบ้าง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ หรือใครมีเคล็ดลับอะไรเด็ดๆ อยากจะเสริม ก็คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ ผมชอบอ่านคอมเมนต์เพื่อนๆ มากๆ ครับ!
หวังว่าทุกคนจะสนุกกับการเข้าครัวนะครับ! แล้วเจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ!