https://graphic.in.th/graphics/แกงเขียวหวานไก่แบบทําตามขั้นตอน-1780405858996
แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จุดเด่นอยู่ที่น้ำแกงสีเขียวอ่อนจากพริกแกงสด ผสานกับความหอมมันของกะทิและสมุนไพรไทยหลายชนิด จนเกิดเป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แม้ชื่อจะมีคำว่า "เขียวหวาน" แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้หวานจัด รสชาติที่ดีจะต้องมีความเค็ม มัน เผ็ดอ่อน ๆ และหวานเล็กน้อยผสมกันอย่างสมดุล ทำให้กินได้เรื่อย ๆ โดยไม่เลี่ยน
เนื้อสัตว์ที่นิยมใช้มีทั้งไก่ หมู และเนื้อวัว ส่วนผักที่ขาดไม่ได้คือมะเขือเปราะ ซึ่งช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบเบา ๆ และดูดซับน้ำแกงได้ดี
หลายคนทำแกงเขียวหวานแล้วน้ำแกงแยกชั้นหรือไม่หอมเครื่องแกง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการผัดพริกแกงกับหัวกะทิไม่ถึงขั้นตอนที่เรียกว่า "แตกมัน" ซึ่ง
เป็นจุดสำคัญที่ช่วยดึงกลิ่นหอมของเครื่องแกงออกมา
วัตถุดิบ
ส่วนแกง
เนื้อไก่หั่นชิ้น 500 กรัม
มะเขือเปราะผ่าสี่ 200 กรัม
มะเขือพวง 100 กรัม
ใบโหระพา 1 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 2 เม็ด
หัวกะทิ 400 มล.
หางกะทิ 600 มล.
ส่วนพริกแกง
พริกชี้ฟ้าสีเขียว 15 เม็ด
พริกขี้หนูสีเขียว 10 เม็ด
หอมแดง 5 หัว
กระเทียม 10 กลีบ
ตะไคร้ซอย 2 ต้น
ข่าหั่นบาง 4 แว่น
รากผักชี 3 ราก
กะปิ 1 ช้อนชา
ผิวมะกรูดขูดเล็กน้อย
ส่วนปรุงรส
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 : ทำพริกแกง
โขลกพริก หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า รากผักชี และกะปิให้ละเอียด
เครื่องแกงสดจะให้กลิ่นหอมและสีสวยกว่าพริกแกงสำเร็จรูป
ขั้นตอนที่ 2 : ผัดพริกแกง
ตั้งหม้อใส่หัวกะทิประมาณครึ่งหนึ่ง
เคี่ยวจนเริ่มแตกมัน
ใส่พริกแกงลงผัดจนหอม
ขั้นตอนที่ 3 : ใส่เนื้อสัตว์
ใส่เนื้อไก่ลงผัดกับพริกแกง
คลุกจนผิวเนื้อเริ่มสุก
เติมหางกะทิลงไป
ขั้นตอนที่ 4 : เคี่ยวแกง
ต้มจนเดือด
ใส่มะเขือเปราะและมะเขือพวง
ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
เคี่ยวต่อจนมะเขือนุ่ม
ขั้นตอนที่ 5 : ใส่สมุนไพร
ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้า
คนเบา ๆ
ปิดไฟทันที
ขั้นตอนที่ 6 : จัดเสิร์ฟ
ตักใส่ชามขณะร้อน
เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหอมมะลิ
ตอนเปิดฝาหม้อใหม่ ๆ กลิ่นโหระพาและเครื่องแกงจะลอยขึ้นมาก่อน ตามด้วยความหอมมันของกะทิ น้ำแกงมีรสกลมกล่อม เผ็ดอ่อน หวานนิด ๆ และเค็มกำลังดี มะเขือเปราะยังคงความกรุบเล็กน้อย ทำให้แกงเขียวหวานเป็นเมนูที่กินได้ทุกวัยและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน
แกงเขียวหวาน เมนูแกงกะทิหอมเครื่องแกง รสกลมกล่อมหวานมันแบบไทยแท้
https://graphic.in.th/graphics/แกงเขียวหวานไก่แบบทําตามขั้นตอน-1780405858996
แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จุดเด่นอยู่ที่น้ำแกงสีเขียวอ่อนจากพริกแกงสด ผสานกับความหอมมันของกะทิและสมุนไพรไทยหลายชนิด จนเกิดเป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แม้ชื่อจะมีคำว่า "เขียวหวาน" แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้หวานจัด รสชาติที่ดีจะต้องมีความเค็ม มัน เผ็ดอ่อน ๆ และหวานเล็กน้อยผสมกันอย่างสมดุล ทำให้กินได้เรื่อย ๆ โดยไม่เลี่ยน
เนื้อสัตว์ที่นิยมใช้มีทั้งไก่ หมู และเนื้อวัว ส่วนผักที่ขาดไม่ได้คือมะเขือเปราะ ซึ่งช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสกรุบเบา ๆ และดูดซับน้ำแกงได้ดี
หลายคนทำแกงเขียวหวานแล้วน้ำแกงแยกชั้นหรือไม่หอมเครื่องแกง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการผัดพริกแกงกับหัวกะทิไม่ถึงขั้นตอนที่เรียกว่า "แตกมัน" ซึ่ง
เป็นจุดสำคัญที่ช่วยดึงกลิ่นหอมของเครื่องแกงออกมา
วัตถุดิบ
ส่วนแกง
เนื้อไก่หั่นชิ้น 500 กรัม
มะเขือเปราะผ่าสี่ 200 กรัม
มะเขือพวง 100 กรัม
ใบโหระพา 1 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 2 เม็ด
หัวกะทิ 400 มล.
หางกะทิ 600 มล.
ส่วนพริกแกง
พริกชี้ฟ้าสีเขียว 15 เม็ด
พริกขี้หนูสีเขียว 10 เม็ด
หอมแดง 5 หัว
กระเทียม 10 กลีบ
ตะไคร้ซอย 2 ต้น
ข่าหั่นบาง 4 แว่น
รากผักชี 3 ราก
กะปิ 1 ช้อนชา
ผิวมะกรูดขูดเล็กน้อย
ส่วนปรุงรส
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 : ทำพริกแกง
โขลกพริก หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า รากผักชี และกะปิให้ละเอียด
เครื่องแกงสดจะให้กลิ่นหอมและสีสวยกว่าพริกแกงสำเร็จรูป
ขั้นตอนที่ 2 : ผัดพริกแกง
ตั้งหม้อใส่หัวกะทิประมาณครึ่งหนึ่ง
เคี่ยวจนเริ่มแตกมัน
ใส่พริกแกงลงผัดจนหอม
ขั้นตอนที่ 3 : ใส่เนื้อสัตว์
ใส่เนื้อไก่ลงผัดกับพริกแกง
คลุกจนผิวเนื้อเริ่มสุก
เติมหางกะทิลงไป
ขั้นตอนที่ 4 : เคี่ยวแกง
ต้มจนเดือด
ใส่มะเขือเปราะและมะเขือพวง
ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
เคี่ยวต่อจนมะเขือนุ่ม
ขั้นตอนที่ 5 : ใส่สมุนไพร
ใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้า
คนเบา ๆ
ปิดไฟทันที
ขั้นตอนที่ 6 : จัดเสิร์ฟ
ตักใส่ชามขณะร้อน
เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหอมมะลิ
ตอนเปิดฝาหม้อใหม่ ๆ กลิ่นโหระพาและเครื่องแกงจะลอยขึ้นมาก่อน ตามด้วยความหอมมันของกะทิ น้ำแกงมีรสกลมกล่อม เผ็ดอ่อน หวานนิด ๆ และเค็มกำลังดี มะเขือเปราะยังคงความกรุบเล็กน้อย ทำให้แกงเขียวหวานเป็นเมนูที่กินได้ทุกวัยและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน