"พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า...
ไม่มี อะไรยิ่งไปกว่าการ ที่เราเข้าใจว่า...
อันนี้! ไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นของสมมุติ
อันนั้น! ไม่ใช่ของของเรา แต่เป็นของสมมุติ ถ้าเรา เข้าใจสิ่งทั้งหลายแจ่มแจ้งเป็นธรรมะแล้ว...ก็จะสบายใจ
ถ้าเรารู้ในปัจจุบันอย่างนี้ ว่า...
มันไม่เที่ยง
อันนี้! ก็ไม่ใช่เรา
อันนั้น! ก็ไม่ใช่ของเรา
ให้เห็นอยู่...อย่างนี้
ถ้าอันนี้วิบัติเมื่อไร ก็สบายใจเหมือนกัน
ถ้าอันนั้น...จะวิบัติไปแยกกันไปเมื่อไร
ใจ...ก็สบาย
เพราะไม่มี...ของใคร
เป็นแต่ดิน น้ำ ไฟ ลม เท่านั้น แต่คนเรา
จะเห็นตามได้ยาก
แต่ถึงจะยาก ก็ไม่เหลือวิสัยของมนุษย์
หากเราเห็นเช่นนั้นได้ ก็สบายใจ
ใจ จะไม่ค่อยโกรธ ไม่มีโลภ ไม่มีโกรธ
ไม่มีหลง จะมีธรรมะอยู่สม่ำเสมอ
ไม่ต้องอิจฉาพยาบาทกัน เพราะต่างก็
เป็นดิน เป็นน้ำ เป็นไฟ เป็นลม เหมือนกัน
ไม่มี...อะไรมากไป กว่านั้น..."
#ที่มา หนังสือ ๔๘ พระธรรมเทศนา
พระโพธิญาณเถร ( หลวงพ่อชา สุภทฺโท )
........................................................................
พระพุทธเจ้าสอนว่าอันนี้ไม่ใช่ตัวเราเป็นของสมมุติ
ไม่มี อะไรยิ่งไปกว่าการ ที่เราเข้าใจว่า...
อันนี้! ไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นของสมมุติ
อันนั้น! ไม่ใช่ของของเรา แต่เป็นของสมมุติ ถ้าเรา เข้าใจสิ่งทั้งหลายแจ่มแจ้งเป็นธรรมะแล้ว...ก็จะสบายใจ
ถ้าเรารู้ในปัจจุบันอย่างนี้ ว่า...
มันไม่เที่ยง
อันนี้! ก็ไม่ใช่เรา
อันนั้น! ก็ไม่ใช่ของเรา
ให้เห็นอยู่...อย่างนี้
ถ้าอันนี้วิบัติเมื่อไร ก็สบายใจเหมือนกัน
ถ้าอันนั้น...จะวิบัติไปแยกกันไปเมื่อไร
ใจ...ก็สบาย
เพราะไม่มี...ของใคร
เป็นแต่ดิน น้ำ ไฟ ลม เท่านั้น แต่คนเรา
จะเห็นตามได้ยาก
แต่ถึงจะยาก ก็ไม่เหลือวิสัยของมนุษย์
หากเราเห็นเช่นนั้นได้ ก็สบายใจ
ใจ จะไม่ค่อยโกรธ ไม่มีโลภ ไม่มีโกรธ
ไม่มีหลง จะมีธรรมะอยู่สม่ำเสมอ
ไม่ต้องอิจฉาพยาบาทกัน เพราะต่างก็
เป็นดิน เป็นน้ำ เป็นไฟ เป็นลม เหมือนกัน
ไม่มี...อะไรมากไป กว่านั้น..."
#ที่มา หนังสือ ๔๘ พระธรรมเทศนา
พระโพธิญาณเถร ( หลวงพ่อชา สุภทฺโท )
........................................................................