[สมถยานิก]
" ....จะในพุทธกาลหรือนอกพุทธกาลก็ตาม ผู้ฝึกหัดฌานนี้ย่อมมีอยู่เสมอ แต่ในพุทธศาสนา ผู้ฝึกหัดฌานได้ช่ำชองแล้ว มีวิปัสสนาปัญญาเป็นเครื่องคุ้มครองฌานอยู่
เนื่องด้วยอุบายของพระสัพพัญญูพุทธเจ้าเป็นเครื่องส่องสว่างให้ จึงไม่หลงในฌานนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นฌานของท่านเลยเป็นวิหารธรรม เครื่องอยู่ของท่านผู้ขีณาสพ เรียกว่า โลกุตรฌาน ส่วนฌานที่ไม่มีวิปัสสนาปัญญาเป็นเครื่องคุ้มครอง เรียกว่า โลกิยฌาน เสื่อมได้ และเป็นไปเพื่อก่อภพก่อชาติอีก....."ใ
(หลวงปู่เทสก์)
☆☆ฤาษีทำฌานกันมานานก่อนพระพุทธเจ้าจะทรงบังเกิดแล้ว
พระพุทธองค์ทรงต่อยอดให้ด้วยวิปัสสนากับบรรดาฤาษีลัทธิต่างๆที่เข้ามาบวชเป็นสาวก☆☆
★★★ "สมถยานิก" จะในพุทธกาลหรือนอกพุทธกาลก็ตาม ผู้ฝึกหัดฌานนี้ย่อมมีอยู่เสมอ.." ¤พระพุทธองค์ทรงต่อยอดให้ด้วยวิปัสสนา¤★★★
" ....จะในพุทธกาลหรือนอกพุทธกาลก็ตาม ผู้ฝึกหัดฌานนี้ย่อมมีอยู่เสมอ แต่ในพุทธศาสนา ผู้ฝึกหัดฌานได้ช่ำชองแล้ว มีวิปัสสนาปัญญาเป็นเครื่องคุ้มครองฌานอยู่ เนื่องด้วยอุบายของพระสัพพัญญูพุทธเจ้าเป็นเครื่องส่องสว่างให้ จึงไม่หลงในฌานนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นฌานของท่านเลยเป็นวิหารธรรม เครื่องอยู่ของท่านผู้ขีณาสพ เรียกว่า โลกุตรฌาน ส่วนฌานที่ไม่มีวิปัสสนาปัญญาเป็นเครื่องคุ้มครอง เรียกว่า โลกิยฌาน เสื่อมได้ และเป็นไปเพื่อก่อภพก่อชาติอีก....."ใ
(หลวงปู่เทสก์)
☆☆ฤาษีทำฌานกันมานานก่อนพระพุทธเจ้าจะทรงบังเกิดแล้ว
พระพุทธองค์ทรงต่อยอดให้ด้วยวิปัสสนากับบรรดาฤาษีลัทธิต่างๆที่เข้ามาบวชเป็นสาวก☆☆