รู้เท่าตามความเป็นจริง​ก็เกิด​วิมุตติ​

"การภาวนา คือ...
การพิจารณา รู้เท่าตามที่เป็นจริงของมัน
ความสงสัย ก็ไม่มี  
ทุกข์ที่จะเกิด ก็ไม่มี
เขาจะเรียกถ้วย เราก็สบาย  เรียกหม้อ
ก็สบาย เพราะเราใช้ไปตามสภาวะของมัน วิมุตติ...มันจึงเกิดตรงนี้

สมถะภาวนา...
มาทำใจให้สงบ ภาษาธรรมะเรียกว่า
การทำสมาธิ มีหลายอย่างบริกรรมว่า  
พุทโธ ก็ได้  ธัมโม ก็ได้ สังโฆ ก็ได้
ต่าง ๆ นานา แล้วแต่เราจะทำ จนจิตใจของเราสงบ จากความนึกคิดต่าง ๆ นานา จนจิตยับยั้ง เป็นหนึ่งได้ นี่เรียกว่า การภาวนาสมถะภาวนา

สมถะภาวนา...ทำใจให้สงบ  
เมื่อใจสงบแล้ว...
ก็เอาจิตใจมาภาวนา  พิจารณาให้มันรู้เท่าความเป็นจริง จนรู้เท่าตามเป็นจริงได้
ถ้าเกิดวิปัสสนา  เมื่อรู้เท่าตามเป็นจริง
วิมุตติ ก็เกิดขึ้นมา  

การภาวนา  คือ การพิจารณานี่เอง!
เช่นร่างกายของเรา  พระพุทธเจ้าท่านว่า
ไม่งาม มันไม่ใช่ ของเรา พิจารณาจนรู้แจ้ง  จนเห็นว่า...ร่างกายเรานี้ ไม่ได้ สวยงาม
อย่างท่านให้ได้ จนเห็นว่า...มันไม่ใช่ของเรา อย่างท่านให้ได้

ใช้จิตพิจารณาดู  พิจารณาจนเห็นว่า...
ไม่สวยงามได้  เรียกว่า...สมถะภาวนา

ถาม : พิจารณาว่า ไม่สวยไม่งาม
เป็นมรรคเป็นผลได้หรือไม่ ?

ตอบ : เป็นได้ ถ้าเราเห็นว่า...
ร่างกายนี้ไม่สวยไม่งาม  แค่นี้...ก็เป็นมรรคแล้ว  แต่มรรคเล็ก หรือมรรคใหญ่เท่านั้นเอง  มรรคโสดามี มรรคสกิทาคามี มรรคอนาคามี  มรรคอรหันต์ มีมันหลายมรรค  
มันได้ไปเรื่อยแหละ! มรรคน่ะ ขว้างไม้ใส่เพื่อน ก็เป็นมรรค

ถ้าความโลภ โกรธ หลง ยังย่ำยี อยู่...
ถ้ามีสุข มีทุกข์ มาปะปน  
มรรคอันนี้! ก็ยังไม่กล้า ยังไม่ถึงที่สุดมัน."

-----------------------------------------------------------------
หลวงพ่อชา สุภทฺโท วัดหนองป่าพง.
ภาวนาคือพิจารณาให้รู้ตามเป็นจริง

Cr.เพจวัดพระธาตุขุนบง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่