[แฉอินไซต์] ขายดีจนร้านแตก! แต่กำไรหด? แกะกลยุทธ์ Lucky Suki กวาดรายได้ 2,152 ล้าน ยอมเฉือนเนื้อเพื่ออะไร มาดูความลับ

แกรรร! เคยสงสัยป่ะเวลาไปกินบุฟเฟต์สุกี้เจ้าดังๆ คิวยาวทะลุไปปากซอย คนแน่นฟีลแจกฟรี แต่พอไปส่องดูงบการเงิน อ้าว... กำไรลดลงซะงั้น! ล่าสุดเคสของ Lucky Suki ที่เพิ่งโชว์ตัวเลขปีล่าสุด กวาดรายได้ไปจุกๆ 2,152 ล้านบาท โตกระฉูด 112% แต่งบกำไรกลับไม่ได้โตตาม... สภาพพพ! ขายเหนื่อยฟรีป่ะเนี่ยคุณน้า? หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้ค่ะ! เพราะนี่ไม่ใช่การทำธุรกิจพลาด แต่มันคือ "กลยุทธ์" ระดับปรมาจารย์ที่เขายอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อตกพวกเราให้อยู่หมัด! มาค่ะ วันนี้จะเม้าท์ให้ฟังว่าทำไมเขาถึงยอมกำไรน้อยลง!

💸 1. แจกความคุ้มค่ากระแทกใจ สร้าง "FOMO" จนคิวล้น!

     ในยุคที่เศรษฐกิจฟืดฟาด เงินในกระเป๋าเรามีจำกัด การจะดึงเงินออกจากกระเป๋าลูกค้าได้ แบรนด์ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า "คุ้มจนวัวตายควายล้ม!" นี่คือฟีลลิ่งของการทำการตลาดแบบที่เน้นการส่งมอบคุณค่า (Value-Driven) ล้วนๆ เลยแก

ของดี ราคาโดน: ยอมใช้ของดี เติมของไม่อั้น ในราคาที่ลูกค้าจ่ายแล้วไม่รู้สึกผิดกับเงินในบัญชี ยอมให้ต้นทุนวัตถุดิบ (Cost of Goods Sold) พุ่งสูงปรี๊ด กำไรต่อหัวบางเฉียบเหมือนทิชชู่ แต่แลกมากับปริมาณคนที่มหาศาล!

ปลุกความ FOMO (Fear Of Missing Out): พอคนเห็นคิวยาวๆ เห็นรีวิวฉ่ำๆ ว่าร้านนี้ของกินโคตรคุ้ม ชีสไม่อั้น เนื้อวัวสไลด์ดีงาม มันเกิดจิตวิทยาหมู่ค่ะ! คนที่ไม่เคยไปกินจะรู้สึกกระวนกระวายใจ ฟีลแบบ "ไม่ได้ละ ฉันต้องไปลอง เดี๋ยวคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง" กลายเป็นว่ายิ่งคิวยาว ยิ่งกระตุ้นให้คนอยากมา!
"ยอมกำไรต่อหัวน้อยลง เพื่อปั้นยอดขายรวมให้เป็นกอบเป็นกำ นี่แหละวิถีคนจริง!"

🥊 2. ทุบหม้อข้าวคู่แข่ง! กินรวบ Market Share ให้เรียบ
วงการชาบูสุกี้นี่มันคือ Red Ocean (สมรภูมิเลือด) ชัดๆ! เดินไปทางไหนก็เจอแต่ร้านสุกี้ ถ้ามัวแต่มานั่งหวงกำไร ตั้งราคาแพงๆ บอกเลยว่า อ่อม แน่นอน เตรียมม้วนเสื่อกลับบ้านได้เลยจ้า

สร้างกำแพงป้องกันคู่แข่ง (Barrier to Entry): การที่ Lucky Suki ทำราคาให้เข้าถึงง่ายและให้ของคุ้มเบอร์นี้ มันทำให้แบรนด์หน้าใหม่ที่อยากจะเข้ามาเปิดแข่ง... ต้องคิดหนัก! เพราะถ้าทำราคาถูกเท่านี้ สายป่านไม่ยาวพอคือเจ๊งตั้งแต่เดือนแรก การยอมกดกำไรตัวเองให้ต่ำ ถือเป็นการบีบให้คู่แข่งหายใจไม่ออกแบบเนียนๆ ร้ายนักนะ!

Scale of Economies (ยิ่งใหญ่ยิ่งถูก): พอเขายอมกำไรน้อยลง แต่ลูกค้าเยอะขึ้น เขาสามารถสั่งซื้อวัตถุดิบทีละมหาศาล (Volume) ทำให้ไปต่อรองราคากับซัพพลายเออร์ได้ถูกลงไปอีก อำนาจต่อรองอยู่ในมือแบบสับๆ!

🚀 3. ขยายสาขาฉ่ำๆ โตแบบก้าวกระโดด (ลงทุนวันนี้ หวังรวยวันหน้า!)

ตัวเลขกำไรที่ลดลง ไม่ได้แปลว่าเงินหายไปไหนนะแก แต่มันกลายร่างไปเป็น "ค่าใช้จ่ายในการขยายสาขา" (SG&A) ต่างหาก!

วิ่งสู้ฟัด ยึดทำเลทอง: เจ้าของกิจการที่มองการณ์ไกล เขาไม่มานั่งเก็บกำไรไปฝากแบงก์หรอกค่ะ เขาเอาเงินไปหมุนเปิดสาขาใหม่รัวๆ จ้างพนักงานเพิ่ม ทุ่มงบการตลาด เพื่อยึดหัวหาดทำเลเด็ดๆ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

ยอมเจ็บสั้น เพื่อปังยาว: การเปิดสาขาใหม่ช่วงแรก ต้นทุนมันบานตะไทอยู่แล้ว ทั้งค่าตกแต่ง ค่าเช่าล่วงหน้า ทำให้งบรวมดูกำไรลดลง แต่นี่คือการ "ซื้ออนาคต" ค่ะคุณน้า! พอสาขาพวกนี้เริ่มอยู่ตัว คืนทุนปุ๊บ คราวนี้แหละ เครื่องจักรผลิตเงินของจริงจะเริ่มทำงาน กำไรจะไหลมาเทมาจนนับไม่ทันเลยล่ะ!

ชวนเมาท์มอย: แล้วเพื่อนๆ ชาว Pantip ล่ะคะ? เคยไปต่อคิวกินร้านสุกี้แบรนด์นี้กันมาหรือยัง? คิดว่าความคุ้มค่าที่เขาให้ มันคุ้มจนทำให้เราอยากกลับไปกินซ้ำๆ ไหม? หรือใครมีอินไซต์ทำธุรกิจร้านอาหารสไตล์นี้ มาแชร์ความปัง (หรือความพัง) ให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยเร็ววว คอมเมนต์มาเลยจ้า รออ่านอยู่น้า! 👇👇👇

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่