ล่าสุด บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของแบรนด์ Lucky Suki และ Lucky BBQ รายงานผลประกอบการปี 2568 ออกมาอย่างเป็นทางการ
- โดยมีรายได้รวม 2,152 ล้านบาท
- เติบโตจากปีก่อนถึง 112%
- แต่กำไรสุทธิลดลงเหลือ 73 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 3.4%
ปัจจุบัน Lucky มีทั้งหมด 2 แบรนด์ คือ
- Lucky Suki ร้านสุกี้บุฟเฟต์
- Lucky BBQ ร้านปิ้งย่างบุฟเฟต์
รวมทั้งหมด 51 สาขา แบ่งเป็น
- Lucky Suki 39 สาขา
- Lucky BBQ 12 สาขา
ปี 2567
- รายได้ 1,015 ล้านบาท
- กำไร 108 ล้านบาท
ปี 2568
- รายได้ 2,152 ล้านบาท
- กำไร 73 ล้านบาท
แม้รายได้จะโตแรงมาก แต่กำไรกลับลดลงประมาณ 32%
ขณะที่ฝั่ง “สุกี้ตี๋น้อย” ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาย่อมเยา ก็มีภาพคล้ายกัน
- ปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยมีรายได้ 9,226 ล้านบาท
- เติบโตจากปีก่อน 30.4%
- แต่กำไรลดลงเหลือ 864 ล้านบาท จากเดิม 1,169 ล้านบาท
- อัตรากำไรก็ลดจาก 16.5% เหลือ 9.4%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า
- “สงครามสุกี้” ในช่วงที่ผ่านมา แข่งกันหนักมาก ไม่ใช่แค่เรื่องเปิดสาขา
- แต่รวมถึงการแข่งขันด้านราคา โปรโมชัน และการตลาด
- ผลคือ ลูกค้าอาจเข้าร้านมากขึ้น ยอดขายอาจโตขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนกระทบกำไรในบรรทัดสุดท้าย
ที่มา
BrandCase
Lucky Suki รายได้ทะลุ 2,152 ล้าน โตแรง 112% แต่กำไรลด หลังสงครามสุกี้ยังเดือด
- โดยมีรายได้รวม 2,152 ล้านบาท
- เติบโตจากปีก่อนถึง 112%
- แต่กำไรสุทธิลดลงเหลือ 73 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 3.4%
ปัจจุบัน Lucky มีทั้งหมด 2 แบรนด์ คือ
- Lucky Suki ร้านสุกี้บุฟเฟต์
- Lucky BBQ ร้านปิ้งย่างบุฟเฟต์
รวมทั้งหมด 51 สาขา แบ่งเป็น
- Lucky Suki 39 สาขา
- Lucky BBQ 12 สาขา
ปี 2567
- รายได้ 1,015 ล้านบาท
- กำไร 108 ล้านบาท
ปี 2568
- รายได้ 2,152 ล้านบาท
- กำไร 73 ล้านบาท
แม้รายได้จะโตแรงมาก แต่กำไรกลับลดลงประมาณ 32%
ขณะที่ฝั่ง “สุกี้ตี๋น้อย” ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดสุกี้บุฟเฟต์ราคาย่อมเยา ก็มีภาพคล้ายกัน
- ปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยมีรายได้ 9,226 ล้านบาท
- เติบโตจากปีก่อน 30.4%
- แต่กำไรลดลงเหลือ 864 ล้านบาท จากเดิม 1,169 ล้านบาท
- อัตรากำไรก็ลดจาก 16.5% เหลือ 9.4%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า
- “สงครามสุกี้” ในช่วงที่ผ่านมา แข่งกันหนักมาก ไม่ใช่แค่เรื่องเปิดสาขา
- แต่รวมถึงการแข่งขันด้านราคา โปรโมชัน และการตลาด
- ผลคือ ลูกค้าอาจเข้าร้านมากขึ้น ยอดขายอาจโตขึ้น แต่ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนกระทบกำไรในบรรทัดสุดท้าย
ที่มา BrandCase