เหตุผลใดที่ซ้ำซ้อนมากตามหลักฐาน แต่ ดำเนินคดีไม่ได้ ครับ?
1) ความซ้ำของเป้าหมาย และ วัตถุประสงค์
2) ความซ้ำของ School Reform หรือ การปฏิรูปสถานศึกษา
3. TEACHER REFORM
การเปรียบเทียบ “Teacher Reform” กับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542
1) การผลิตและพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง
ข้อความต้นฉบับ:
“The production, recruitment and development of teachers will be reformed urgently…”
ตรงกับ:
มาตรา 52
ให้กระทรวงส่งเสริมระบบ กระบวนการผลิต และพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ให้มีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพชั้นสูง
จุดเชื่อมโยง:
การผลิตครู
การพัฒนาครูต่อเนื่อง
มาตรฐานวิชาชีพ
การยกระดับคุณภาพครู
2) มาตรฐานวิชาชีพและใบอนุญาตครู
ข้อความต้นฉบับ:
“Standardizing the teaching profession…”
ตรงกับ:
มาตรา 53
ว่าด้วย
องค์กรวิชาชีพครู
มาตรฐานวิชาชีพ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
จรรยาบรรณวิชาชีพ
ตรงกับข้อ 2.9 โดยแทบเป็นสาระเดียวกัน
3) การพัฒนาครูและการฝึกอบรมต่อเนื่อง
ข้อความต้นฉบับ:
“A teacher should undergo some form of training at least once every two years…”
เชื่อมโยงกับ:
มาตรา 52
เรื่องการพัฒนาบุคลากรประจำการอย่างต่อเนื่อง
และสอดคล้องกับหลัก “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ตาม:
มาตรา 7
ที่เน้นการใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
4) ผู้เรียนสำคัญที่สุด / การจัดการเรียนรู้ตามศักยภาพ
ข้อความต้นฉบับ:
“lesson plans that suit learners…”
สอดคล้องกับ:
มาตรา 22
หลักผู้เรียนเป็นสำคัญ
และ:
มาตรา 24
การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
(แม้ไม่ได้ค้นตรงมาตรา แต่เป็นสาระหลักของหมวด 4 แนวการจัดการศึกษา)
5) การใช้ผู้ทรงคุณวุฒิ / ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ข้อความต้นฉบับ:
“local intellectual leaders… retired officials…”
สอดคล้องกับ:
หลักการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดการศึกษา
ตามหมวด 4 และหมวด 5 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
6) สวัสดิการครู และครูพื้นที่ห่างไกล
ข้อความต้นฉบับ:
“Teachers working in remote and underserved areas…”
สัมพันธ์กับ:
มาตรา 54
ให้รัฐจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาอย่างเหมาะสม
รวมถึงหลักความเสมอภาคทางการศึกษา
4) Curriculum Reform
การเทียบ “Curriculum Reform” กับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542
3.1 การปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ข้อความ:
“inculcate in youth the desirable traits…”
ตรงกับ:
มาตรา 6
การจัดการศึกษาต้องมุ่งพัฒนาคนไทยให้สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม และวัฒนธรรม
และ
มาตรา 7
ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันในสังคมประชาธิปไตย
3.2(1) สภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข
ข้อความ:
“Creating a happy learning environment…”
สัมพันธ์กับ:
มาตรา 22
ยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือผู้เรียนสำคัญที่สุด
3.2(2) การคิดวิเคราะห์ แทนการท่องจำ
ข้อความ:
“systematic thinking… emphasize practice rather than rote learning”
ตรงอย่างชัดเจนกับ:
มาตรา 24(2)
ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
นี่เป็นหนึ่งในจุดที่สะท้อน “แนวคิดปฏิรูปการเรียนรู้” อย่างเด่นชัด
3.2(3) เรียนรู้จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อความ:
“learn more from nature and the environment”
สอดคล้องกับ:
มาตรา 24(5)
ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติ และการเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมจริง
3.2(4) ใช้ครอบครัวและชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้
ข้อความ:
“family and community as part of teaching/learning activities”
ตรงกับ:
มาตรา 24(6)
จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ โดยประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ชุมชน และทุกฝ่าย
3.2(5) มาตรฐานการเรียนรู้พื้นฐาน
ข้อความ:
“Determining basic learning standards…”
ตรงกับ:
มาตรา 27
ให้มีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้สถานศึกษาจัดทำสาระหลักสูตรเพิ่มเติมตามสภาพท้องถิ่น
จุดนี้ใกล้เคียงมากกับแนวคิด:
“core standards”
“school-based curriculum”
3.2(6) ชุมชนร่วมพัฒนาหลักสูตรและตำรา
ข้อความ:
“community … participate in curriculum development and textbook production”
ตรงกับ:
มาตรา 29
ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนทางวิชาการ
3.3 ปรับหลักสูตรผลิตครู
ข้อความ:
“improvement of teacher education curriculum”
ตรงกับ:
มาตรา 52
การผลิตและพัฒนาครูอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพ
3.4 เน้นภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
ข้อความ:
“Thai, Mathematics and Sciences…”
สัมพันธ์กับ:
มาตรา 23
การจัดการศึกษาต้องเน้นทั้งความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ รวมถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ภาษา และคณิตศาสตร์
3.5 ภาษาอังกฤษตั้งแต่ประถมต้น
ข้อความ:
“English Language learning to first-grade primary pupils”
แม้กฎหมายไม่ได้ระบุ “ประถมปีที่ 1” โดยตรง แต่สัมพันธ์กับ:
มาตรา 23
ด้านภาษาและการสื่อสารเพื่อโลกอนาคต
3.6 เทคโนโลยี นวัตกรรม ห้องสมุด และเครือข่ายการเรียนรู้
ข้อความ:
“technology and innovation, as well as school libraries”
ตรงอย่างมากกับ:
หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
โดยเฉพาะ:
มาตรา 66
ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
มาตรา 67
รัฐต้องส่งเสริมการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
มาตรา 69
รัฐต้องส่งเสริมเครือข่ายการเรียนรู้ตลอดชีวิต
3.7 ความยืดหยุ่นของเวลาเรียน / เรียนไปทำงานไป
ข้อความ:
“flexibility of school hours”
“earn while they learn”
สัมพันธ์กับ:
มาตรา 15
การศึกษาระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
และหลัก:
lifelong learning
flexible learning
3.8 การเรียนรู้ประชาธิปไตย
ข้อความ:
“teaching/learning of democracy”
ตรงกับ:
มาตรา 7
ปลูกฝังประชาธิปไตย และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
3.9 การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
ข้อความ:
“actual behavior”
“continuous assessment rather than examination”
ตรงอย่างมากกับ:
มาตรา 26
ให้ใช้การประเมินผู้เรียนจากพัฒนาการจริง พฤติกรรม การปฏิบัติ และการประเมินต่อเนื่อง
นี่เป็น “ร่องรอยทางแนวคิด” ที่สำคัญมาก
3.10 เครือข่ายสถาบันการศึกษา
ข้อความ:
“network of educational institutions”
สัมพันธ์กับ:
มาตรา 9
มาตรา 29
หมวดเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
ว่าด้วยเครือข่าย ความร่วมมือ และการกระจายโอกาสทางการศึกษา
ประเด็นสำคัญสำหรับการใช้ทางคดี
จุดแข็งของเอกสารนี้
ข้อความดังกล่าวมีลักษณะ:
เป็น “Blueprint”
มีโครงสร้างนโยบายชัดเจน
ก่อนการตรา พ.ร.บ.การศึกษา 2542
มีภาษานโยบายที่ต่อมาปรากฏในกฎหมายจริง
5 การปฏิรูประบบบริหารสถานศึกษา
เหตุผลใดที่ซ้ำซ้อนมากตามหลักฐาน แต่ ดำเนินคดีไม่ได้ ครับ?
1) ความซ้ำของเป้าหมาย และ วัตถุประสงค์
2) ความซ้ำของ School Reform หรือ การปฏิรูปสถานศึกษา
3. TEACHER REFORM
“earn while they learn”
“continuous assessment rather than examination”