🦠มะเร็งทั้งกดพลัง และกดการกินของร่างกาย ดังนั้น ต้องออกกำลังกายสู้กับมัน

🧬ดังนั้น ต้องพยายามกินสู้ และออกกำลังกายเพิ่ม  เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ใช้สู้กับมัน

.

🧬 หลายคนคิดว่า มะเร็งใช้พลังงานเยอะเลยทำให้ผอม แต่ความจริงคือมันรบกวนกลไกร่างกายอย่างซับซ้อน และไม่ได้เล่นงานแค่ “ไขมัน” แต่รวมถึงสมอง กล้ามเนื้อ และระบบเผาผลาญทั้งร่างกาย

.

🧨 มะเร็งไม่ใช่โตอย่างเดียว แต่มันหลั่งสารเต็มไปหมด
ที่พยายามเหนี่ยวนำให้มันรอด เช่น

• สารก่ออักเสบ (IL-6, TNF-α, IL-1β)
• สารเร่งสลายกล้ามเนื้อและไขมัน เช่น
→ PIF: กระตุ้นการสลายโปรตีน
→ LMF: เร่งใช้ไขมัน
→ GDF15, PTHrP, Myostatin: กดความอยากอาหารและการสร้างกล้ามเนื้อ

สารเหล่านี้ทำงานร่วมกัน
ราวกับเครือข่ายทำลายระบบเผาผลาญของทั้งร่างกาย
เพื่อดึงให้เซลล์มะเร็งนำสารอาหารไปใช้

.

🧠 สมองถูกเปลี่ยนโหมดให้ “ไม่อยากกิน”

ศูนย์หิวถูกกด ศูนย์อิ่มถูกกระตุ้น → ไม่อยากอาหาร

ที่น่าสนใจคือ แม้ ghrelin จะเพิ่มขึ้นเพื่อพยายามกระตุ้นความหิว แต่สมองกลับ “ดื้อ” ต่อสัญญาณนี้ ทำให้หลายคนกินได้น้อยลงเรื่อยๆ

ยังไม่รวมผลข้างเคียงจากยา เช่น คลื่นไส้ กลืนลำบาก แผลในปาก หรือการได้กลิ่นอาหารแล้วพะอืดพะอม

.

⚡️ ร่างกายเริ่มเผาพลังงานผิดปกติแม้ตอนพัก

เนื้อเยื่อไขมันขาวบางส่วนถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสีน้ำตาล
→ เผาพลังงานตลอดเวลาแม้ไม่ได้ออกกำลังกาย

บางคนเลยน้ำหนักลงเร็วมาก ทั้งที่กินไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก เพราะร่างกายกำลัง “เผาตัวเอง” อยู่ตลอดเวลา

.

💣 กล้ามเนื้อถูกสลายพร้อมกันหลายทาง

สารจากมะเร็งไปกระตุ้นการสลาย และยับยั้งการสร้างกล้ามเนื้อ

→ ระบบ IGF-1/AKT/mTOR หยุดทำงาน
→ ไมโตคอนเดรียพัง → ผลิตพลังงานได้น้อยลง
→ กล้ามเนื้อซ่อมตัวเองไม่ทัน

ผลคือ กล้ามฝ่อ แรงตก เดินเหนื่อยง่าย และอ่อนล้ารุนแรง
บางคนไม่ได้ผอมแค่รูปร่าง แต่สูญเสีย “กำลังชีวิต” ไปพร้อมกันด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น กล้ามเนื้อยังคอยสร้างสารมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น irisin, lactate และตัวจ่ายกรดอะมิโนสำรอง ดังนั้น กล้ามเนื้อ ถือเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เรารอดจากหลายระยะวิกฤติ

.

🩸 ภาวะนี้เรียกว่า Cancer cachexia

คนไข้จะทนรักษาได้น้อยลง ฟื้นตัวยาก เสี่ยงติดเชื้อง่าย และเสี่ยงเสียชีวิตสูงขึ้น

หลายครั้ง ปัญหาไม่ได้มาจากก้อนมะเร็งโดยตรง แต่เกิดจากร่างกายที่ถูกภาวะนี้กัดกินจนรับอะไรต่อไม่ไหวแล้ว



ดังนั้นการดูแลตัวเองแบบครบวงจร ร่วมกับการรักษาจะช่วยให้การตอบสนองต่อการรักษาดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น
แถมยังป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ด้วยค่ะ

✅ โภชนาการ: กินให้พอ โดยเฉพาะโปรตีน เพื่อต้านภาวะเร่งสลายของมะเร็ง เป้าหมายสำคัญคือรักษามวลกล้ามเนื้อและพลังงานต่อวัน การจำกัดอาหารให้น้อยลงมากๆ อวัยวะปกติเราจะโดนก่อนมะเร็งนะคะ แต่ถ้าคิดจะใช้วิธีอื่น เช่น IF อยากให้ปรึกษาคุณหมอมะเร็งก่อน เพราะในวงการแพทย์มีการใช้วิธีคล้ายแบบนี้จริง (เรียก DSS) แต่ได้ผลเฉพาะบางมะเร็งเท่านั้น

✅ ออกกำลังกาย: ช่วยชะลอการฝ่อของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการสร้างใหม่ ซึ่งแนะนำให้ออกทั้งแบบแอโรบิกและเสริมแรงเลยค่ะ ทุกครั้งที่ออกยังช่วยบูสต์เม็ดเลือดขาวให้ทำลายมะเร็งมากขึ้น ออกไป ให้นึกภาพไปค่ะ เม็ดเลือดขาวเรากำลังยิงมะเร็งทิ้งดั่งภาพยนตร์ transformer

✅ พักผ่อนและสุขภาพจิต: ลดภาวะอักเสบเรื้อรัง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวดีขึ้น แม้จะทำได้ยาก โดยเฉพาะช่วงกำเริบจะปวดหนักมาก และผลข้างเคียงจากการรักษาต่างๆ แต่เมื่อทุกอย่างดีขึ้นแล้ว ปรับการนอนและสุขภาพจิตด่วนเลยค่ะ

✅ ฟังแพทย์เป็นหลัก: แชร์ไอเดียกันได้ มีอะไรคุย มีอะไรถามกันก่อน ถึงที่สุดแล้วแบบว่าไม่คลิกเลย เปลี่ยนขอประวัติตัวเองไปพบแพทย์ท่านอื่นได้ (แต่รักษาท่านเดิมดีที่สุด) คือ สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดที่สุดคือ หายไปเลยค่ะ

CR page Quantia
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่