[CR] “ลำพูน…ไม่ลำพัง” เมืองเงียบ ๆ ที่ฮีลใจได้มากกว่าที่คิด

"ลำพูน...ไม่ลำพัง"
 
                   ถ้าพูดถึงการเที่ยวภาคเหนือ หลายคนก็มักจะนึกถึงเชียงใหม่หรือเชียงรายเป็นอันดับแรก แต่สำหรับเรา จังหวัดเล็ก ๆ อย่าง “ลำพูน” กลับเป็นเมืองที่น่าหลงเสน่ห์มากแบบคาดไม่ถึง เพราะที่นี่เป็นเมืองที่มีทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตแบบล้านนา และความเรียบง่ายที่ยังคงอยู่แบบไม่รีบร้อน เหมาะมากกับคนที่อยากพักจากความวุ่นวาย แล้วลองใช้เวลาเที่ยวแบบค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศรอบตัว ทริปนี้เราเลยตั้งใจมาเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ก็ไม่ได้เป็นการเที่ยวที่น่าเบื่อหรือมีแค่เดินดูวัดอย่างเดียว เพราะลำพูนมีครบทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดเก่าแก่หลายร้อยปี คาเฟ่เล็ก ๆ น่ารัก ๆ ร้านอาหารพื้นเมืองรสชาติดั้งเดิม รวมถึงที่พักบรรยากาศอบอุ่นที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนจริง ๆ ทริปนี้เลยเป็นการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบสบาย ๆ ไม่ได้เร่งรีบ เน้นเดินเล่น ซึมซับบรรยากาศ และลองใช้เวลาไปกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น ซึ่งต้องบอกเลยว่าลำพูนเป็นเมืองที่เหมาะกับการเที่ยวแบบนี้มาก ทุกอย่างดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ตลอดทริปเราได้ทั้งเที่ยว กิน พัก และเจอมุมเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกประทับใจแบบไม่คาดคิด เลยอยากเอาประสบการณ์ทั้งหมดมาแชร์ เผื่อใครกำลังมองหาทริปเหนือแบบคนไม่เยอะ ได้พักใจ ได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น และใช้เวลาแบบสโลว์ไลฟ์ ลำพูนอาจเป็นอีกจังหวัดที่น่าสนใจมากกว่าที่คิด

                   สาเหตุที่เราเลือกเที่ยวเมืองลำพูน เมืองขนาดเล็กที่มีคนไปเที่ยวน้อยกว่าจังหวัดอย่างเชียงใหม่ แต่มีประวัติศาสตร์ที่เข้มข้น เพราะเป็นพื้นที่ที่สันนิษฐานว่าเป็นราชธานีของอาณาจักรหริภุญชัย มีพระธาตุและวัดเก่ามากมาย นอกจากนี้ยังมีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่มีอย่าง อุทยานแห่งชาติดอยจง อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล พวกเราได้เลือกไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่ปิง อำเภอลี้ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ  และอยู่ในอำเภอใหญ่ ในการสัมผัสกับธรรมชาติครั้งนี้
 
 
                    ทริปนี้เน้นการเที่ยวแบบ Low cost high experience ใช้เงินน้อย แต่ได้รับประสบการณ์สูงสุด ใช้การเดินทางด้วยรถสาธารณะเป็นหลัก เริ่มต้นจากการเดินทางจากกรุงเทพไปจังหวัดลำพูนด้วยรถไฟตู้นอนชั้นสอง ข้อดีคือมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการขับรถส่วนตัวหรือเครื่องบิน สามารถนอนพักระหว่างเดินทางได้และเมื่อตื่นสามารถเริ่มเที่ยวได้เลย การเดินทางภายในตัวเมืองลำพูนใช้การเดินและรถบริการเที่ยวชมตัวเมืองลำพูน และการเดินทางไปอำเภอลี้อาศัยรถสองแถวที่ให้บริการอยู่เดินทางระหว่างอำเภอ ซึ่งเป็นบริการที่คนภายในจังหวัดใช้เพื่อเดินทางระหว่างอำเภอ  การนั่งรถสองแถว หรือ รถบริการชมเมือง ทำให้ได้สัมผัสว่าผู้คนในเมืองเดินทางและใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง
 
                   Day 1 : เดินทาง – เที่ยวเมืองเก่า – เข้าที่พัก
                   ช่วงเช้า หลังจากลงรถไฟ จะเข้าเมืองเริ่มเที่ยวทันที โดยจะเน้น “เที่ยวให้ครบตั้งแต่เช้ายันค่ำ” วันนี้จะเดินทางโดย “รถราง” พาเที่ยวรอบเมืองลำพูน
                   ช่วงเย็น เดินแถวในเมือง เพื่อหาของกิน + ชมบรรยากาศในเมือง

                  Day 2 : ไปลี้ – ล่องเรือ - เล่นน้ำตก
                  ช่วงเช้า ขึ้นรถสองแถวจากตัวเมืองลำพูน ไปอำเภอลี้ ไปล่องเรือดูวัดกลางน้ำและชมธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ ต่อด้วยไปน้ำตกก้อหลวง และปิดวันด้วยการเล่นน้ำที่น้ำตกตาดสะดอ ที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง

                  Day 3 : ซื้อของฝาก – เดินทางกลับ
                  กลับเข้าตัวเมืองลำพูน แวะกินข้าวกลางวันร้านเก่าแก่ของเมืองลำพูน เดินเที่ยวต่อ ซื้อของ และขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ

                การท่องเที่ยววันที่ 1 ของพวกเราเลือกใช้บริการรถรางนำเที่ยวของเมืองลำพูน รอบเช้ารถออกประมาณ 9.30 น. ค่าโดยสารผู้ใหญ่คนละ 50 บาท จุดขึ้นรถจะอยู่หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยเลย สะดวกมาก ๆ  มีไกด์ให้ความรู้ในแต่ละสถานที่สั้น ๆ ได้ใจความ โดยจะให้เวลาในแต่ละสถานที่เพียง 10 นาที เพราะต้องทำเวลามีอีกหลายสถานที่ที่ต้องไป

                จุดแรกที่รถรางพาไป คือ พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน ที่อยู่ด้านหลัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญชัย (แต่รถรางจะไม่ได้พาเข้าไปในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินะคะ อาจจะต้องมาซ้ำเอง และแนะนำให้มาซ้ำ) ตัวอาคารจะเป็นบ้านไม้เก่า ๆ ให้ฟีลคลาสสิก ด้านในชั้นแรกจะจัดแสดงพวกของใช้ยุคประมาณ พ.ศ.2520  เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันสมัยก่อนทั้งไฟฉายเก่า กล้องถ่ายรูป หรือแม้แต่ลอตเตอรี่ในรูปแบบเก่า ๆ ที่เด็กเจน Z อย่างพวกเราไม่เคยเห็น เดินดูแล้วให้ฟีลเพลิน ๆ ดีฟีลแบบยุคสมัยของรุ่นตา-ยาย รุ่นทวดของพวกเราประมาณนั้น

               ชั้นสองจะมีพระพุทธรูปเก่าแก่จัดแสดงอยู่ พระพุทธรูปที่มีใบหน้าเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ และมุมที่ชอบมาก คือ มุมที่สามารถมองเห็นยอดสีทองของวัดพระธาตุหริภุญชัยได้ แบบชัด ๆ สวยมากกก ตอนที่ลมพัด คือ เย็นสบาย เพราะมีชานระเบียงที่กว้างรับลมดีจริง ๆ ด้านหลังอาคารมีโซนจัดแสดงโคมจากหลายประเทศ แต่ละแบบมีลวดลายและเอกลักษณ์ต่างกันมาก จนแทบบอกได้ว่า โคมอันนี้อาจจะเป็นของประเทศอะไร เดินถ่ายรูปได้เพลิน ๆ เลย (ปล. ถ่ายรูปลงโซเชียลได้ แต่ห้ามใช้เชิงพาณิชย์นะ ถ้าจะใช้ต้องไปทำเรื่องขออนุญาตกับเทศบาลก่อน)
            สถานที่ที่สอง คือ อนุสาวรีย์ลานพระนางจามเทวี เป็นสถานที่ที่ร้อนมากก (ช่วงเดือนเมษาหน้าร้อน แนะนำให้คนที่ตามมาอย่าลืมพกร่มหรือหมวกมาด้วย) ภายในเป็นลานกว้างแบบไม่มีหลังคา ยิ่งไปช่วงสาย ๆ หรือตอนเที่ยงโดนแดดเต็ม ๆ ถ้าอยากหลบแดดต้องไปอยู่ใต้ต้นไม้ข้าง ๆ อย่างเดียว ตรงกลางลานจะเป็นรูปปั้นของพระนางจามเทวีองค์ใหญ่ ตอนที่พวกเราไปก็มีคนแวะมากราบไหว้เรื่อย ๆ ไม่ขาด โดยเฉพาะสายมูต้องถูกใจแน่นอน  ยิ่งเป็นคนโสดยิ่งแนะนำ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าถ้าคนโสดได้มากราบไหว้ขอพรจะได้คู่แท้ ส่วนคนที่มีคู่ครองอยู่แล้วจะทำบันดาลให้เป็นรักที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังขอพรเรื่องการเรียน การสอบ การแข่งขันได้ด้วย (ขอให้ผู้อ่านที่ไปตามรอยนี้ สมหวังตามที่ปรารถนา แต่กลุ่มพวกเราขอยอมแพ้ เพราะทนอากาศร้อนไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ)

          สถานที่ที่สาม คือ วัดจามเทวีหรือคนแถวนั้นจะเรียกกันว่าวัดกู่กุด เป็นสถานที่ที่เก่าแก่ กว้างขวางและร่มรื่นมาก ไฮไลต์ของที่นี่ คือ พระเจดีย์โบราณทรงสี่เหลี่ยมที่แค่เดินเข้ามาก็เห็นได้อย่างชัดเจน ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบพุทธคยาของประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้น ๆ ทั้งสี่ด้าน  ส่วนที่มาของชื่อกู่กุด ก็เพราะยอดของเจดีย์ที่ไม่ได้เป็นทรงแหลมเจดีย์ทั่วไป แต่ยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป จึงเป็นที่มาอีกชื่อหนึ่งของวัด ส่วนด้านหลังจะมีถ้ำฤๅษีสามองค์ที่เด่นสะดุดตาจนพวกเราต้องเดินเข้าไปดู จนได้เจอกับน้ำอายุ 3,400 ปี (แต่จริง ๆ คือภาพวาด555 อุตส่าห์ตื่นเต้นว่าจะได้เจอกับน้ำเก่าแก่ พอรู้คือมองหน้าขำกับเพื่อน)

          สถานที่ที่สี่ คือ วัดมหาวัน ที่เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ของพระนางจามเทวี แห่งหริภุญชัย นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมายาวนานถึง 1,300 ปีเลยทีเดียวค่ะ อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดพระรอดลำพูน 1 ใน 5 พระเครื่องชุดเบญจภาคีที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพอย่างยิ่ง และยังมีความเชื่อว่า สามารถขจัดสิ่งไม่ดีและคุ้มครองผู้ที่กราบไหว้ให้แคล้วคลาดจากอันตรายและความวิบัติต่าง ๆ อีกทั้งยังมีเสน่ห์เมตตามหานิยม รวมถึงให้โชคลาภอีกด้วยค่ะ บรรยากาศภายในวัดมีความสงบร่มรื่น  ถัดไปอีกหน่อยก็จะเจอห้อง “รูปหล่อพระนางจามเทวี ” ปฐมกษัตริย์ตรีแห่งหริภุญชัยให้ทุกคนมากราบไหว้สักการะ รูปหล่อเป็นสีทองโดดเด่นมากจนต้องเดินเข้าไปพิจารณาดูใกล้ ๆ เห็นถึงความละเอียดประณีตของช่างที่ทำการหล่อขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
          สถานที่ที่ห้าวัน คือ วัดพระคงฤาษี วัดเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดลำพูน ภายในวัดมีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น เต็มไปด้วยเสน่ห์ของศิลปะล้านนา ไฮไลต์สำคัญของที่นี่ คือ พระคงฤาษี เด่นเรื่องคงกระพัน แคล้วคลาด ทำให้มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรและเยี่ยมชมอยู่ไม่ขาด เมื่อเดินเข้าไปภายในวัดจะรู้สึกถึงความขลังและความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และความศรัทธาของชาวลำพูนได้เป็นอย่างดีค่ะ

        สถานที่ที่หกคือ วัดสันป่ายางหลวง เป็นวัดที่เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นถึงความวิจิตรสวยงามของศิลปะล้านนา มีการแกะสลักลวดลายที่ละเอียดลออ อลังกาลมากจริง ๆ ค่ะ ภายในวัดสงบ ร่มรื่น เย็นสบายกว่าที่อื่น (ทางเข้ามีฉีดละอองน้ำ ทำให้สดชื่อเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย)  ก่อนที่จะเข้าก็ต้องถอดรองเท้าเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะของวัดก่อนค่ะ สถาปัตยกรรมภายในสวย ลายเอียดมากจนทำให้รู้สึกเพลินในการเดินชมเลยค่ะ

        สถานที่ที่เจ็ด คือ กู่ช้าง-กู่ม้า มีความเชื่อว่าเป็นสุสานช้างศึก-ม้าศึก คู่บารมีของพระนางจามเทวี ภายในเจดีย์โบราณที่มีลักษณะโดดเด่นจากเจดีย์ทั่วไป โดยกู่ช้างจะเป็นเจดีย์ฐานเขียงกลมก่อด้วยอิฐสูง ยอดเจดีย์ไม่ได้แหลมแบบเจดีย์ และกู่ม้าจะเป็นฐานสี่เหลี่ยมองค์เจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ปลายยอดหักพังทลายไปตามกาลเวลาอีกสถานที่ใกล้ ๆ กันที่ไม่อยู่ในแพลน คือ สวนสาธารณะที่มีการจัดนิทรรศการรถไฟที่อยู่ไม่ไกลกัน จะมีโบกี้ที่ถูกเปิดไว้เป็นนิทรรศการให้ฟีลคล้ายคาเฟ่ แอร์เย็น ตรงกันข้าม คือ เครื่องเล่นออกกำลังกาย


          สถานที่ที่แปด เป็นศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษณ์การทอผ้าไหมลำพูน อยากบอกว่าพวกเราชอบที่นี่ เพราะมีการทำผ้าไหมจริง ๆ จากหนอนไหม แล้วยังสามารถเข้าไปเห็นการเลี้ยงหนอนไหมจริง ๆ ได้เห็นของจริงสุด ๆ และยังมีคุณยาย คุณป้า นั่งทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมกันอย่างตั้งใจ  อีกทั้งยังได้พูดคุยกับคุณยายด้วยว่าผืนหนึ่งที่มีลวดลายประณีตต้องใช้เวลาทำเป็นเดือน ยิ่งผืนไหนที่มีลวดลายต่างกันอีก คือ ใช้เวลามากกว่า 2 เดือนแน่นอน ทำให้เห็นถึงความอดทน ความละเอียดละออและความประณีตสมราคาและฝีมือในงานทอผ้าแต่ละผืนจริง ๆ ค่ะ
           และที่สุดท้ายไฮไลต์สำคัญของทริปในวันนี้คือวัดพระธาตุหริภุญชัย พระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองลำพูนที่มีความงดงามและเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาเปรียบเหมือนเป็นหัวใจของตัวเมือง มีองค์พระธาตุสีทองอร่ามโดดเด่นสะท้อนแสงแดด ยิ่งได้มายืนมองใกล้ ๆ ยิ่งทำให้รู้สึกถึงเสน่ห์ของศิลปะล้านนา เป็นสถานที่ที่ไม่ว่าจะมาทำบุญ ไหว้พระ หรือเที่ยวชมสถาปัตยกรรม ก็ทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจจริง ๆ ค่ะ

          วัดแห่งนี้มีเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เช่น พระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญชัย ไม่สามารถเสด็จไปสู่วลัญชนฐาน (เข้าห้องน้ำ) เพราะมีอีกาปกป้องพื้นห้องน้ำในสวนไม่ให้พระองค์เข้าไปใช้ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีพระธาตุอยู่ ซึ่งต่อมาได้มีการรื้อวลัญชนฐานออกไปแล้วพระธาตุจึงผุดขึ้นมา  อีกแลนมาร์คที่น่าสนใจคือหอไตรซึ่งเป็นอาคารไม้สีแดง เสาส่วนหนึ่งเป็นหินเพื่อป้องกันปลวก ใช้เก็บคำภีร์ใบลาน

        พวกเรายังรู้สึกเสียดายจริง ๆ ที่ให้เวลาในการเดินเยี่ยมชมแต่ละสถานที่เพียงแค่ที่ละ 10 นาที  โดยเฉพาะสถานที่สุดท้ายที่พวกเรายังตื่นเต้นกับการดูการทอผ้าแบบดั้งเดิม จนมีเพื่อนส่วนหนึ่งไม่ได้ขึ้นไปดูผ้าไหมที่ทำจากฝีมือของคุณน้า เพราะหมดเวลาก่อนจนเพื่อนเดินมาตาม
ชื่อสินค้า:   ลำพูน
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่