ข้อมูลชัดแล้ว การทานยา “Statin” ปลอดภัย อย่าให้ใครมาให้หลอกให้หยุดยา

.
จากโพสต์ก่อนหน้านี้ที่ผมพูดไว้ชัดเจนว่า
“LDL สูงอันตรายเสมอ”
.
และเราก็ได้คุยกันไปแล้วว่าไม่ว่าคุณจะกิน Keto หรือไม่ก็ตาม ถ้า LDL สูงมาก ยังไงก็ต้องแก้ไข วันนี้ผมเลยอยากชวนคุยต่อในคำถามที่หลายคนสงสัยกันต่อทันทีว่า แล้วเราจะลด LDL ยังไงดี ?
.
หนึ่งในวิธีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คือ ยา Statin
และแน่นอน ยาตัวนี้ก็มักจะมีดราม่าตามมาด้วยเสมอ
.
ทำความรู้จัก Statin กันก่อนครับ
ยากลุ่มนี้ใช้กันมานานมากกว่า 30 ปีแล้ว และมีข้อมูลชัดเจนว่า มันช่วยลด LDL cholesterol ซึ่งเป็นไขมันตัวที่เกี่ยวข้องกับการเกิดคราบตะกรันในหลอดเลือด และเมื่อ LDL ลดลง ความเสี่ยงของ โรคหัวใจขาดเลือด และ โรคหลอดเลือดสมอง ก็ลดลงตามไปด้วย
.
แต่ปัญหาคือ พอพูดถึง Statin เมื่อไร
คนจำนวนมากจะนึกถึงผลข้างเคียงก่อนเลย
.
บางคนกลัวว่ากินแล้วจะกล้ามเนื้อสลาย
บางคนกลัวความจำเสื่อม
บางคนกลัวไตวาย เลือดออกในสมอง เป็นเบาหวาน
หรือแม้แต่กลัวว่าทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
.
สุดท้ายเลยไม่กล้ากินยา
ทั้งที่ยาอาจมีประโยชน์กับตัวเองมาก
.
ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะมีงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยแบบ Randomized Controlled Trial ซึ่งเป็นงานวิจัยที่น่าเชื่อถือกว่าการสังเกตทั่วไป
.
รวมทั้งหมด 19 งาน
มีผู้เข้าร่วม 123,940 คน
และติดตามเฉลี่ยประมาณ 4.5 ปี
.
คำถามที่เขาอยากตอบก็คือ ผลข้างเคียงที่พูดกันเยอะมากในฉลากยา Statin นั้น อะไร “จริง” และอะไร “ไม่ได้มีหลักฐานว่าจริง”
.
ผลที่ออกมาค่อนข้างชัดครับ
สิ่งที่พบว่าเกี่ยวข้องจริง มีอยู่ไม่กี่เรื่อง
และส่วนใหญ่เกิดน้อยมาก
◾️อย่างแรกคือเรื่อง กล้ามเนื้อ
1. อาการปวดเมื่อยหรือเป็นตะคริวแบบไม่รุนแรง
พบได้ค่อนข้างน้อย คือประมาณไม่ถึง 1% และมักเจอในช่วงปีแรก
2. ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบจริงจัง หรือที่เรียกว่า myopathy พบประมาณ 1 ใน 10,000
3. ส่วนกรณีรุนแรงมากอย่าง กล้ามเนื้อสลาย หรือ rhabdomyolysis พบประมาณ 2–3 คนต่อ 100,000 เท่านั้น พูดง่ายๆ คือเกิดได้ แต่ถือว่าเกิดน้อยมาก
◾️ อย่างที่สองคือเรื่องเอนไซม์ตับผิดปกติ
พบได้จริง แต่ตัวเลขอยู่ประมาณ 0.14% เท่านั้น
◾️ อย่างที่สามคือโปรตีนรั่วในปัสสาวะเล็กน้อย
พบได้ประมาณ 0.03% และที่สำคัญงานวิจัยไม่ได้พบว่า Statin ทำให้เกิดไตวาย อีกอย่างหนึ่งที่อาจพบได้คือ อาการบวม แต่ก็พบเพียงประมาณ 0.07%
จะพบว่าผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องจริงมีอยู่บ้าง
แต่ส่วนใหญ่พบได้น้อย ตัวเลขต่ำมาก
◾️ ส่วนเรื่องเบาหวาน
Statin อาจทำให้บางคนเกิดเบาหวานใหม่ได้จริง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในคนที่เดิมก็มีความเสี่ยงอยู่แล้ว เช่น ค่าน้ำตาลเริ่มสูง หรืออยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน ดังนั้น ถ้าน้ำตาลคุณปกติดีไม่ได้มีภาวะเสี่ยงเดิม ความกังวลเรื่องนี้ก็ไม่ควรถูกขยายเกินจริง
.
อีกประเด็นที่คนชอบพูดกันคือ
Statin ทำให้แคลเซียมไปเกาะหลอดเลือดมากขึ้นหรือเปล่า ?
.
คำตอบคือ Statin อาจทำให้คราบตะกรันในหลอดเลือดมีความ “เสถียร” มากขึ้นจริง พูดง่ายๆ คือทำให้ plaque ไม่แตก ไม่หลุดง่าย ซึ่งในทางคลินิกถือว่าเป็นผลดี เพราะช่วยลดโอกาสที่คราบจะหลุดไปอุดหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดจะแย่ลงอย่างที่หลายคนเข้าใจ
.
ส่วนเรื่องที่หลายคนกลัวกันมากแต่ในข้อมูลขนาดใหญ่ครั้งนี้ ไม่พบความเกี่ยวข้องชัดเจน ได้แก่
.
Statin ไม่ได้ทำให้ความจำเสื่อม
ไม่ได้ทำให้เลือดออกในสมอง
ไม่ได้ทำให้ไตวาย
ไม่ได้ทำให้ปอดอักเสบ
ไม่ได้ทำให้ตับอ่อนอักเสบ
ไม่ได้ทำให้ซึมเศร้า
และไม่ได้ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศอย่างที่พูดกันบ่อยๆ
.
อีกเรื่องที่คนถามกันเยอะคือ ต้องกิน Coenzyme Q10 คู่กับ Statin ไหม เหตุผลที่มีคนพูดถึงเรื่องนี้ เพราะ Statin ไปยับยั้งกระบวนการสร้างสารตั้งต้นที่เกี่ยวข้องกับ CoQ10 ก็เลยมีสมมติฐานว่า ถ้ากิน Statin แล้ว CoQ10 อาจลดลง และอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดกล้ามเนื้อ
แต่เมื่อเอาไปทดลองจริงในคนที่กิน Statin แล้วมีอาการทางกล้ามเนื้อ
ผลออกมายังไม่ชัดว่าช่วยได้จริง ดังนั้น ณ ตอนนี้ยังไม่ได้มีคำแนะนำว่าต้องกิน CoQ10 คู่กับ Statin สำหรับคนที่อยากลองกินคู่กันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ไม่ใช่ของจำเป็นสำหรับทุกคน และไม่ใช่ว่ากินแล้วจะป้องกันผลข้างเคียงได้แน่นอน
.
ถ้ากิน Statin แล้วมีอาการปวดกล้ามเนื้อขึ้นมาจริง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่หยุดยาเองทันทีแล้วสรุปว่าแพ้ยาแน่นอน แต่ควรกลับไปคุยกับแพทย์ก่อน เพราะหลายครั้งเราสามารถแก้ไขได้ เช่น
.
เปลี่ยนชนิดของ Statin ลดขนาดยา
หรือใช้ยาอื่นร่วม เช่น อีเซทิไมบ์ (Ezetimibe)
ถ้ายังไม่ได้ผลจริงๆ ก็ยังมียากลุ่มอื่นอีก
เช่น เบมเพโดอิก แอซิด(Bempedoic acid)
หรือ พีซีเอสเคไนน์ อินฮิบิเตอร์ (PCSK9 inhibitor)
.
อีกเรื่องที่อยากย้ำก็คือ
ไม่ใช่อาการปวดทุกอย่างจะเป็นจาก Statin
ถ้ากิน Statin แล้วปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง ปวดแขน
หลายครั้งมันอาจเป็นเรื่องของท่าทางการใช้ชีวิตหรือ office syndrome มากกว่า อาการที่เรามักระวังจาก Statin จริงๆ มักจะเป็นอาการเมื่อยหรือปวดที่กล้ามเนื้อใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณน่อง
.
ส่วนคำถามว่า Statin ต้องกินตลอดชีวิตไหม ?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคนครับ
.
ถ้าคุณสามารถคุม LDL ได้ดีด้วยการปรับอาหาร น้ำหนัก และพฤติกรรม
จนค่าไขมันอยู่ในเป้าหมายโดยไม่ใช้ยา ก็อาจลดหรือหยุดยาได้ภายใต้การดูแลของแพทย์
.
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีโรคหัวใจ
โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง
คนกลุ่มนี้มักจะยังจำเป็นต้องใช้ Statin ต่อเนื่อง
เพราะประโยชน์ของยามีมากกว่าความเสี่ยงอย่างชัดเจน
___
📍สรุป
Statin เป็นยาที่มีประโยชน์จริง
ช่วยลด LDL และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
และหลอดเลือดสมองได้จริง
.
ผลข้างเคียงมีได้ แต่ส่วนใหญ่ เกิดน้อยมาก และหลายอย่างที่คนชอบกลัวกันนั้น จากหลักฐานที่ดีในปัจจุบัน ไม่ได้พบว่าเกี่ยวข้องกับ Statin จริง
.
ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หมอแนะนำให้ใช้ยา Statin อย่าเพิ่งโยนยาทิ้งเพียงเพราะได้ยินคำเล่าลือจากคนอื่น สิ่งที่ควรทำที่สุดคือคุยกับแพทย์เรื่องความเสี่ยงของตัวเองเป็นรายบุคคน เพราะสุดท้ายแล้ว การรักษาที่ดีไม่ใช่การกลัวผลข้างเคียงจนไม่กล้ารักษา แต่คือการชั่งน้ำหนักให้ถูกว่า อะไรให้ประโยชน์กับเรามากกว่าในระยะยาว

CR เพจ Doctor Tany
⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่