IMF ชี้ “ไทย” อยู่ในกลุ่มเสี่ยงวิกฤตพลังงาน แนะ “รัฐบาล” บริหารจัดการให้ดี เผย “เอเชีย” กระทบสุด
.
.
IMF ชี้ “ไทย” อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงต่อวิกฤตพลังงาน เหตุพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซถึง 8% ของ GDP แนะ “รัฐบาล” บริหารจัดการให้ดี เน้นช่วยกลุ่มเปราะบางแบบเฉพาะเจาะจง เผยแนวโน้มเศรษฐกิจ “เอเชีย” เจอ “ภาวะช็อกด้านพลังงาน” มากที่สุดในโลก
.
นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการแผนกเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ให้คำแนะนำด้านนโยบายการเงินแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยว่า ควรพิจารณาระงับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อน เพื่อรักษาพื้นที่ในการดำเนินนโยบาย หรือ Policy Space ไว้ใช้ยามจำเป็นในอนาคต แม้อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันจะยังอยู่ในระดับต่ำก็ตาม โดยย้ำว่านโยบายการเงินต้องมีความคล่องตัวต่อสถานการณ์โลก
.
สำหรับสถานะทางการคลัง IMF ประเมินระดับหนี้สาธารณะของไทยที่ร้อยละ 65 ถึง 66 ว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ โดยควรยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานแบบทั่วไป และเปลี่ยนเป็นการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง หรือ Targeted Support แก่ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อลดภาระงบประมาณและปล่อยให้กลไกราคาทำงานอย่างแท้จริง
.
ในระยะยาว IMF เน้นย้ำให้ไทยเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในพลังงานทางเลือกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนต่อภาวะช็อกด้านราคาพลังงานในอนาคต
.
โดย นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ระบุอีกว่า แม้เศรษฐกิจเอเชียจะก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยพื้นฐานที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด วงจรสินค้าเทคโนโลยีที่ช่วยหนุนการส่งออก และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย แต่ปัจจัยบวกเหล่านี้กำลังถูกบดบังด้วยผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
.
ข้อมูลจาก IMF ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจเอเชียมีการใช้พลังงานสูงมาก โดยสัดส่วนการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นราว 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงกว่ายุโรปเกือบ 2 เท่า นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตในภูมิภาค ทำให้เอเชียต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิสูงถึง 2.5% ของ GDP
.
ผู้อำนวยการ IMF ชี้ว่า นี่คือภาวะช็อกที่จะส่งผลกระทบต่อเอเชียมากกว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งสิ่งที่จะเห็นคือ เงินเฟ้อที่สูงขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง และสถานะดุลบัญชีเดินสะพัดที่ย่ำแย่ลง
.
IMF คาดการณ์ว่าในกรณีทั่วไป การเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียจะชะลอตัวจาก 5% ในปี 2568 ลงมาอยู่ที่ 4.4% ในปี 2569 และ 4.2% ในปี 2570 แต่ในกรณีที่เลวร้าย หากสงครามรุนแรงขึ้น การเติบโตของเอเชียอาจลดลงสะสม 1 – 2% ภายในปี 2570
.
นายกฤษณะเสริมว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อไม่เพียงแต่จะทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น แต่อาจทำให้เกิดการขาดแคลน เคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน รวมถึงก๊าซที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและอาหาร ซึ่งจะทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงและเฉียบพลันยิ่งขึ้น
.
.
ขนส่งอีสาน โอดรถบรรทุก 3 หมื่นคัน ลงทะเบียนไม่ได้ วอนรัฐช่วยค่าน้ำมันทุกกลุ่ม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10212508
.
ภาคขนส่งอีสาน โอดรถบรรทุก 3 หมื่นคัน ลงทะเบียนไม่ได้ วอนรัฐช่วยค่าน้ำมันทุกกลุ่ม ลั่นเสียภาษีเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้
.
วันที่ 17 เม.ย. 2569 นาย
กิตติศักดิ์ ประเทืองชัยศรี นายกสมาคมขนส่งภาคอีสาน เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐเปิดให้รถภาคขนส่งลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จึงประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งบริษัท, ห้างหุ้นส่วนและอิสระจำนวน 610 แห่ง มีรถบรรทุกสินค้ากว่า 5 หมื่นคัน แยกเป็นประเภทสินค้าเกษตร 60% วัสดุก่อสร้างและสินค้าโรงงานตามสัดส่วน ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ
.
ภาพรวมกลุ่มรถบรรทุกสินค้าไม่ประจำทาง หมวดทะเบียน 70 หรือป้ายเหลืองดำเนินการได้ตามปกติ แต่รถบรรทุกส่วนบุคคล หมวดทะเบียน 80 หรือป้ายพื้นสีขาวตัวอักษรสีดำ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 (ประมาณ 3 หมื่นคัน) ของจำนวนรถบรรทุกสินค้าทั้งหมดไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากประกอบกิจการของตนเองไม่ได้รับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไป จึงติดในเงื่อนไขที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา
.
นาย
กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องพิจารณาให้ความสำคัญกลุ่ม 80 ด้วย เขาก็เสียภาษีเหมือนกันแต่ไม่ได้ประโยชน์ในส่วนนี้ เพียงแต่เป็นคนละประเภทการประกอบกิจการขนส่งสินค้า เช่น ขนหิน ขนทรายไปส่งให้ลูกค้า ขากลับเปลี่ยนขนสินค้าประเภทอื่น เพื่อบริหารต้นทุนให้วิ่งแต่ละเที่ยวคุ้มกับค่าเชื้อเพลิง ซึ่งหน้างานก็รับจ้างเหมือนกัน
.
นาย
กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผลกระทบราคาเชื้อเพลิงเริ่มผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แต่ราคาว่าจ้างก็ต้องว่ากันไปตามราคาน้ำมันดีเซลที่ยังผันผวนไม่นิ่ง ก่อนหน้านี้ปรับราคากันทุก 15 วัน ขณะนี้กลุ่มโรงงานขนาดใหญ่ปรับทุก 7 วัน โดยอ้างอิงตามราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ปตท.
.
นาย
กิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝากถึงรัฐบาลให้รีบเข้ามาดูแลในส่วนที่ตกหล่น ควรกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ดำเนินการซอฟต์โลนหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น ชาวสิบล้อจำนวนมากประกอบอาชีพเชิงเดี่ยวและหลายรายอยู่กับไฟแนนซ์ หนีกันไปไหนไม่ได้ ดิ้นรนหาเงินมาหมุนเวียน ถ้าหยุดวิ่งก็ขาดส่งโดนยึดรถ
.
นาย
กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่ไปกองอยู่กับค่าน้ำมัน วิ่งไปก็แทบไม่เห็นกำไร ก่อนหน้านี้ก็ลำบากกันมากอยู่แล้ว หากสายป่านไม่ยาวก็ต้องล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ
.
.
‘เท้ง’ ชี้รัฐบาลพลเรือนต้องชิงนำแนวทางสันติภาพดับไฟใต้ เร่งคลายปมคดีลอบยิง สส. ฟื้นฟูความเชื่อมั่น
https://www.dailynews.co.th/news/5787863/
.
‘เท้ง’ชี้รัฐบาลพลเรือนต้องชิงนำแนวทางสันติภาพดับไฟใต้ เร่งคลายปมคดีลอบยิง สส.ฟื้นฟูความเชื่อมั่น หวัง ‘นายกฯ’ ใช้โอกาสลงพื้นที่วันนี้ฟังความเห็นรอบด้าน พร้อมจี้ปฏิรูปโครงสร้างงานความมั่นคง
.
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ตนและพรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาด้วยความกังวล เพราะนอกจากความรุนแรงในระยะหลังที่ยกระดับสูงขึ้นทั้งในแง่ของปริมาณและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ยังพบว่าความตึงเครียดและหวาดระแวงระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ก็มีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์ลอบยิงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชาติเมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงที่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงต่อตัวผู้บงการ เจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของทั้งกองทัพและ กอ.รมน. แม้จะมีความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี แต่ยังมีคำถามที่ประชาชนยังคงกังขา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงไปยังผู้บงการในการก่อเหตุครั้งนี้
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ความไม่ชัดเจนในเหตุการณ์ความรุนแรงหลายกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกับความคลุมเครือในกรณีการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ รวมไปถึงล่าสุดคือการสื่อสารของท่านแม่ทัพภาคได้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์กำลังจะบานปลาย จนกระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้มีการย้ายแม่ทัพภาคจากเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่
.
“
ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสที่จะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนใต้ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรอบด้านและเปิดกว้าง ความตึงเครียดที่กำลังสุกงอมนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้นำประเทศจะได้ตั้งหลักและมองหาหนทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนี้” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
หัวหน้าพรรคประชาชน ยังกล่าวย้ำด้วยว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ของผู้นำประเทศ เพราะทุกการตัดสินใจทางการเมืองจะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรีจะต้องประเมินทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบด้านและเลือกหนทางที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนและประเทศชาติ ตนอยากให้รัฐบาลมีความมุ่งมั่นจริงจังกับแนวทางการเมืองที่มุ่งเน้นส่งเสริมการพูดคุยสันติภาพเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่
.
“
รัฐบาลต้องยืนยันหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและไม่ใช้ความรุนแรงเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหา เพราะการมุ่งเน้นที่การใช้กำลังหรือการควบคุมความคิดของประชาชนจะยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจมากยิ่งขึ้น” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
นาย
ณัฐพงษ์ ยังกล่าวย้ำว่าความคืบหน้าของคดีการลอบสังหารนายกมลศักดิ์ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นฟูความไว้วางใจของประชาชน ในฐานะผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านต้องแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังกับการดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาและไม่เลือกปฏิบัติ การเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกรณีนี้จะเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง ตนคาดหวังว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูลและสัมผัสความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยตรง ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังมุมมองและการประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานในพื้นที่อีกด้วย
.
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจะต้องใช้วิกฤติความเชื่อมั่นในขณะนี้เพื่อพิจารณาแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างของหน่วยงานความมั่นคงอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดรับกับทิศทางใหญ่ที่รัฐบาลพลเรือนจะต้องเป็นผู้กำหนด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติภาพและกระบวนการสันติภาพที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองต่อข้อเสนอในขณะนี้ให้มีการยุติการปฏิบัติการข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าแพร่มลทินซึ่งทำลายบรรยากาศของการสร้างสันติภาพ
.
.
“ลิซ่า” โต้พิรุธจ้างสื่อโพสต์ละ 7 พัน ยันควักเงินกองทุน กกต. เคลียร์ชัดโปร่งใส
.
รองโฆษก ปชน. แจงยิบปมจ้าง “สเปคเตอร์ ซี” ผลิตคอนเทนต์เฟซบุ๊ก ชี้เป็นไปตาม TOR กกต. ทุกพรรคมีสิทธิ์ใช้
.
วันที่ 17 เมษายน 2569 นางสาวภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับรายละเอียดการจ้างบริษัท สเปคเตอร์ ซี ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์บนเพจเฟซบุ๊กของพรรค ซึ่งระบุราคาไว้ที่โพสต์ละ 7,000 บาท โดยยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างถูกต้อง
.
น.ส.ภคมน ระบุว่า เงินส่วนนี้มาจาก “กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง” ซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนบริจาคผ่านภาษีและเงินอุดหนุนที่ กกต. จัดสรรให้พรรคการเมืองทุกปี การจะใช้เงินส่วนนี้มีเงื่อนไขว่าพรรคต้องนำเสนอโครงการและส่งหลักฐานชิ้นงานประกอบการเบิกจ่าย ดังนั้นการระบุจำนวนชิ้นงานและราคาในโพสต์ จึงเป็นความจริงที่ต้องแจ้งให้ กกต. ทราบเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นบรรทัดฐานปกติที่ทุกพรรคมีสิทธิ์ทำได้แต่อาจจะไม่ได้เลือกใช้ในรูปแบบเดียวกัน
JJNY : 5in1 IMF ชี้ไทยเสี่ยงวิกฤต│ขนส่งอีสานโอด│เท้งชี้รบ.พลเรือนต้องชิงนำ│ลิซ่าโต้พิรุธจ้างสื่อ│ผนึกกำลัง ยุติสงคราม
.
นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการแผนกเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ให้คำแนะนำด้านนโยบายการเงินแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยว่า ควรพิจารณาระงับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อน เพื่อรักษาพื้นที่ในการดำเนินนโยบาย หรือ Policy Space ไว้ใช้ยามจำเป็นในอนาคต แม้อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันจะยังอยู่ในระดับต่ำก็ตาม โดยย้ำว่านโยบายการเงินต้องมีความคล่องตัวต่อสถานการณ์โลก
.
สำหรับสถานะทางการคลัง IMF ประเมินระดับหนี้สาธารณะของไทยที่ร้อยละ 65 ถึง 66 ว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ โดยควรยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาพลังงานแบบทั่วไป และเปลี่ยนเป็นการให้ความช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจง หรือ Targeted Support แก่ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพ เพื่อลดภาระงบประมาณและปล่อยให้กลไกราคาทำงานอย่างแท้จริง
.
ในระยะยาว IMF เน้นย้ำให้ไทยเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในพลังงานทางเลือกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนต่อภาวะช็อกด้านราคาพลังงานในอนาคต
.
โดย นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF ระบุอีกว่า แม้เศรษฐกิจเอเชียจะก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยพื้นฐานที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด วงจรสินค้าเทคโนโลยีที่ช่วยหนุนการส่งออก และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย แต่ปัจจัยบวกเหล่านี้กำลังถูกบดบังด้วยผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
.
ข้อมูลจาก IMF ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจเอเชียมีการใช้พลังงานสูงมาก โดยสัดส่วนการใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นราว 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงกว่ายุโรปเกือบ 2 เท่า นอกจากนี้ ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตในภูมิภาค ทำให้เอเชียต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิสูงถึง 2.5% ของ GDP
.
ผู้อำนวยการ IMF ชี้ว่า นี่คือภาวะช็อกที่จะส่งผลกระทบต่อเอเชียมากกว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งสิ่งที่จะเห็นคือ เงินเฟ้อที่สูงขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง และสถานะดุลบัญชีเดินสะพัดที่ย่ำแย่ลง
.
IMF คาดการณ์ว่าในกรณีทั่วไป การเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียจะชะลอตัวจาก 5% ในปี 2568 ลงมาอยู่ที่ 4.4% ในปี 2569 และ 4.2% ในปี 2570 แต่ในกรณีที่เลวร้าย หากสงครามรุนแรงขึ้น การเติบโตของเอเชียอาจลดลงสะสม 1 – 2% ภายในปี 2570
.
นายกฤษณะเสริมว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อไม่เพียงแต่จะทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น แต่อาจทำให้เกิดการขาดแคลน เคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน รวมถึงก๊าซที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและอาหาร ซึ่งจะทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงและเฉียบพลันยิ่งขึ้น
.
ขนส่งอีสาน โอดรถบรรทุก 3 หมื่นคัน ลงทะเบียนไม่ได้ วอนรัฐช่วยค่าน้ำมันทุกกลุ่ม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10212508
.
ภาคขนส่งอีสาน โอดรถบรรทุก 3 หมื่นคัน ลงทะเบียนไม่ได้ วอนรัฐช่วยค่าน้ำมันทุกกลุ่ม ลั่นเสียภาษีเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้
.
วันที่ 17 เม.ย. 2569 นายกิตติศักดิ์ ประเทืองชัยศรี นายกสมาคมขนส่งภาคอีสาน เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐเปิดให้รถภาคขนส่งลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จึงประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งบริษัท, ห้างหุ้นส่วนและอิสระจำนวน 610 แห่ง มีรถบรรทุกสินค้ากว่า 5 หมื่นคัน แยกเป็นประเภทสินค้าเกษตร 60% วัสดุก่อสร้างและสินค้าโรงงานตามสัดส่วน ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ
.
ภาพรวมกลุ่มรถบรรทุกสินค้าไม่ประจำทาง หมวดทะเบียน 70 หรือป้ายเหลืองดำเนินการได้ตามปกติ แต่รถบรรทุกส่วนบุคคล หมวดทะเบียน 80 หรือป้ายพื้นสีขาวตัวอักษรสีดำ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 (ประมาณ 3 หมื่นคัน) ของจำนวนรถบรรทุกสินค้าทั้งหมดไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากประกอบกิจการของตนเองไม่ได้รับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไป จึงติดในเงื่อนไขที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา
.
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องพิจารณาให้ความสำคัญกลุ่ม 80 ด้วย เขาก็เสียภาษีเหมือนกันแต่ไม่ได้ประโยชน์ในส่วนนี้ เพียงแต่เป็นคนละประเภทการประกอบกิจการขนส่งสินค้า เช่น ขนหิน ขนทรายไปส่งให้ลูกค้า ขากลับเปลี่ยนขนสินค้าประเภทอื่น เพื่อบริหารต้นทุนให้วิ่งแต่ละเที่ยวคุ้มกับค่าเชื้อเพลิง ซึ่งหน้างานก็รับจ้างเหมือนกัน
.
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนผลกระทบราคาเชื้อเพลิงเริ่มผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แต่ราคาว่าจ้างก็ต้องว่ากันไปตามราคาน้ำมันดีเซลที่ยังผันผวนไม่นิ่ง ก่อนหน้านี้ปรับราคากันทุก 15 วัน ขณะนี้กลุ่มโรงงานขนาดใหญ่ปรับทุก 7 วัน โดยอ้างอิงตามราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ปตท.
.
นายกิตติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝากถึงรัฐบาลให้รีบเข้ามาดูแลในส่วนที่ตกหล่น ควรกระจายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ดำเนินการซอฟต์โลนหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น ชาวสิบล้อจำนวนมากประกอบอาชีพเชิงเดี่ยวและหลายรายอยู่กับไฟแนนซ์ หนีกันไปไหนไม่ได้ ดิ้นรนหาเงินมาหมุนเวียน ถ้าหยุดวิ่งก็ขาดส่งโดนยึดรถ
.
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่ไปกองอยู่กับค่าน้ำมัน วิ่งไปก็แทบไม่เห็นกำไร ก่อนหน้านี้ก็ลำบากกันมากอยู่แล้ว หากสายป่านไม่ยาวก็ต้องล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ
.
.
‘เท้ง’ ชี้รัฐบาลพลเรือนต้องชิงนำแนวทางสันติภาพดับไฟใต้ เร่งคลายปมคดีลอบยิง สส. ฟื้นฟูความเชื่อมั่น
https://www.dailynews.co.th/news/5787863/
.
‘เท้ง’ชี้รัฐบาลพลเรือนต้องชิงนำแนวทางสันติภาพดับไฟใต้ เร่งคลายปมคดีลอบยิง สส.ฟื้นฟูความเชื่อมั่น หวัง ‘นายกฯ’ ใช้โอกาสลงพื้นที่วันนี้ฟังความเห็นรอบด้าน พร้อมจี้ปฏิรูปโครงสร้างงานความมั่นคง
.
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ตนและพรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาด้วยความกังวล เพราะนอกจากความรุนแรงในระยะหลังที่ยกระดับสูงขึ้นทั้งในแง่ของปริมาณและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ยังพบว่าความตึงเครียดและหวาดระแวงระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ก็มีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์ลอบยิงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชาติเมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงที่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงต่อตัวผู้บงการ เจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของทั้งกองทัพและ กอ.รมน. แม้จะมีความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี แต่ยังมีคำถามที่ประชาชนยังคงกังขา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงไปยังผู้บงการในการก่อเหตุครั้งนี้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ความไม่ชัดเจนในเหตุการณ์ความรุนแรงหลายกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกับความคลุมเครือในกรณีการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ รวมไปถึงล่าสุดคือการสื่อสารของท่านแม่ทัพภาคได้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์กำลังจะบานปลาย จนกระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้มีการย้ายแม่ทัพภาคจากเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่
.
“ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสที่จะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนใต้ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรอบด้านและเปิดกว้าง ความตึงเครียดที่กำลังสุกงอมนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้นำประเทศจะได้ตั้งหลักและมองหาหนทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนี้” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
หัวหน้าพรรคประชาชน ยังกล่าวย้ำด้วยว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ของผู้นำประเทศ เพราะทุกการตัดสินใจทางการเมืองจะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรีจะต้องประเมินทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบด้านและเลือกหนทางที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนและประเทศชาติ ตนอยากให้รัฐบาลมีความมุ่งมั่นจริงจังกับแนวทางการเมืองที่มุ่งเน้นส่งเสริมการพูดคุยสันติภาพเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่
.
“รัฐบาลต้องยืนยันหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและไม่ใช้ความรุนแรงเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหา เพราะการมุ่งเน้นที่การใช้กำลังหรือการควบคุมความคิดของประชาชนจะยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจมากยิ่งขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวย้ำว่าความคืบหน้าของคดีการลอบสังหารนายกมลศักดิ์ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นฟูความไว้วางใจของประชาชน ในฐานะผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านต้องแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังกับการดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาและไม่เลือกปฏิบัติ การเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกรณีนี้จะเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง ตนคาดหวังว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูลและสัมผัสความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยตรง ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังมุมมองและการประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานในพื้นที่อีกด้วย
.
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจะต้องใช้วิกฤติความเชื่อมั่นในขณะนี้เพื่อพิจารณาแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างของหน่วยงานความมั่นคงอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดรับกับทิศทางใหญ่ที่รัฐบาลพลเรือนจะต้องเป็นผู้กำหนด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติภาพและกระบวนการสันติภาพที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองต่อข้อเสนอในขณะนี้ให้มีการยุติการปฏิบัติการข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าแพร่มลทินซึ่งทำลายบรรยากาศของการสร้างสันติภาพ
.
.