มาถึงตอนสุดท้ายของเรื่อง สาเหตุสำคัญที่จะปกป้องเราให้พ้นจากไสยศาสตร์และอัลอัยน์ (สายตาริษยา)
แม้ชีวิตเราไม่ได้เจอเรื่องไสยศาสตร์ และขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้ห่างไกลจากเรื่องนี้
แต่บทเรียนวันนี้ ทำให้เราเข้าใจญิน ชัยฏอนมากขึ้น ว่ามันมารบกวนมนุษย์แบบไหน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหูแว่ว ภาพหลอน
ญิน ชัยฏอน อาจไม่ได้มาเพราะไสยศาสตร์ แต่จะมาเป็นบททดสอบแก่มนุษย์ เพื่อจะได้เข้าใกล้อัลลอฮฺมากขึ้น
หากเราขอความคุ้มครองจากพระองค์ ขอดุอาอฺให้ปลอดภัยจากสิ่งนี้ พระองค์ก็จะทรงคุ้มครองเรา อินชาอัลลอฮฺ
หากใครมีอาการหูแว่ว ภาพหลอน อย่าลืมทำ 3 สิ่งนี้ ซึ่งสำคัญมากๆ รวมทั้งจากเนื้อหาด้านล่างนี้
1. อ่านอัซการ เป็นบทดุอาอฺอ่านตอนเช้า-เย็น ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากชัยฏอน และสิ่งไม่ดีต่างๆ
2. อ่าน 2 อายะฮฺสุดท้ายของอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ ตั้งแต่ตอนเริ่มเข้ามัฆริบ (ดวงอาทิตย์ตก)
3. รักษาน้ำละหมาด ชัยฏอนจะไม่มารบกวน อินชาอัลลอฮฺ
รอซูลบอกไว้ว่า ญิน ชัยฏอน อยู่ในสิ่งที่ไม่ดี รวมทั้งสิ่งเหล่านี้
1. ภาพสิ่งชีวิต ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รอซูลจึงไม่ให้ทำภาพสิ่งมีชีวิต เพราะมีโทษ
2. ของใช้ในบ้าน ของตกแต่งบ้าน ของโบราณ ของใช้บางอย่างมีภาพสิ่งมีชีวิตอยู่บนฉลากสินค้า รอซูลจึงให้เคลียร์สิ่งเหล่านี้
3. ซากสัตว์ เช่น เปลือกหอยต่างๆ สาเหตุหนึ่งที่นอนไม่หลับ
ลองเคลียร์ดู สังเกตได้ว่าใจสงบขึ้น อาการป่วยก็ทุเลาลง เพราะเมื่อเคลียร์สิ่งเหล่านี้ ก็ไม่มีที่อยู่ของชัยฏอน/ญิน อินชาอัลลอฮฺ
ญิน ชัยฏอน ไม่ใช่ผี เป็นสิ่งถูกสร้างที่อัลลอฮฺสร้างขึ้นมา เป็นบททดสอบมนุษย์ อย่าได้ทำผิดตามคำกระซิบกระซาบของมัน
(มันคอยกระซิบกระซาบในใจ และอยู่รอบตัว โดยที่มันเห็นเรา แต่เราไม่เห็นมัน
และมันสามารถทำร้ายร่างกายและสมองมนุษย์ จึงเป็นสาเหตุเบื้องหลังของอาการเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจ)
อิบลีส ชัยฏอน จะทำให้มนุษย์หลงผิด เว้นแต่ผู้มีใจบริสุทธิ์
"มันกล่าวว่า โอ้ พระเจ้าของข้าพระองค์ได้โปรดประวิงเวลาให้แก่ข้าพระองค์จนถึงวันฟื้นคืนชีพด้วยเถิด พระองค์ตรัสว่า ดังนั้น แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกประวิงเวลา จนกระทั่งถึงวันแห่งเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว (ตัฟซีร: ขอพระองค์ทรงผ่อนผันและประวิงเวลาไปจนกระทั่งวันที่มนุษย์ถูกฟื้นคืนชีพจากกุบูร แต่พระองค์ทรงผ่อนผันให้มัน จนกระทั่งเวลาแห่งการเป่าสังข์ครั้งแรก ซึ่งมนุษย์จะตายกันหมด เมื่อถึงเวลานั้นหน้าที่ของเจ้าก็จะสิ้นสุด) มันกล่าวว่า ดังนั้นด้วยพระอำนาจของพระองค์ท่าน แน่นอนข้าพระองค์ก็จะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ในหมู่พวกเขาที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น" (ตัฟซีร: มารร้ายผู้ถูกสาปแช่งกล่าวว่า “ข้าพระองค์ขอสาบานด้วยพระอำนาจของพระองค์ท่าน ข้าพระองค์จะทำให้ลูกหลานอาดัมทั้งหมดหลงผิด เว้นแต่บรรดาผู้ที่พระองค์ท่านให้เขามีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออิบาดะฮฺต่อพระองค์ท่าน และบรรดาผู้ที่พระองค์ท่านคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากข้าพระองค์)
(อัลกุรอาน ซูเราะฮฺศอด 77-83 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
- - เข้าสู่เนื้อหากันเลย - -
- - -
เรื่องราวไสยศาสตร์ บทเรียนเตือนใจ
ที่นครมาดีนะฮ์จะมีหน่วยงานที่คอยสอดส่อง จับคนที่เป็นนักไสยศาสตร์ ครั้งหนึ่ง เขาไปจับนักไสยศาสตร์หรือหมอผีได้คนหนึ่ง คนคนนี้อาศัยอยู่บนภูเขา มีกระต๊อบอยู่ข้างบนภูเขา แอบทำไสยศาสตร์อยู่ข้างบน
พอจับได้แล้ว ก่อนที่ศาลจะตัดสินพิพากษาคดี ผู้ชายคนนั้นยอมรับสารภาพความผิด เขาบอกว่า คนที่มาหาเขามากที่สุดคือ ผู้หญิง สาเหตุที่ผู้หญิงเหล่านั้นมาทำมากที่สุด ไสยศาสตร์ที่ทำมากที่สุดคือ
1. สิหฺรุน ฮาวาติฟ (ไสยศาสตร์แห่งเสียงกระซิบ)
2. คือการทำไสยศาสตร์ที่ทำให้สามีภรรยานั้นทะเลาะกันแตกแยกกัน
จนกระทั่งครั้งหนึ่งเขาไปจับอีกคนหนึ่งได้ สืบได้ว่าเป็นคนที่มาหาหมอผีคนนี้ ผู้หญิงคนนี้ทำไสยศาสตร์ใส่คนในบ้านถึง 3 คน ทำใส่แม่ยาย น้าสะใภ้ และอีกคน เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปจับเขา ยังคิดเลยว่า มันมีแบบนี้เลยหรือ ถึงขั้นที่ว่าทำร้ายคนที่อยู่ในบ้านด้วยกัน
เวลาที่คนทำไสยศาสตร์หมอผี เขาต้องเขียนยันต์ตามคำสั่งของชัยฏอน พอเขียนแล้ว ชัยฏอนก็จะต้องไปหาเป้าหมาย ไปประจำอยู่กับเป้าหมายที่ถูกทำไสยศาสตร์ พอไปอยู่กับคนๆ นั้นแล้ว ก็ไปสร้างภาพหลอนทำให้คนๆ นั้นกลัวทั้งเวลานอนหลับ มาหาในตอนฝัน มาในรูปของสัตว์ดุร้าย จะเป็นหมา จะเป็นอะไรก็ตาม ดุร้ายจนเจ้าตัวกลัว พอตื่นหันไปทางนู้นหูแว่ว ใครเรียก มองหาไม่เห็นมี พอไม่มีเขากลัว ไปตรงนั้น เห็นเงาอะไรแวบๆ กลัว นี่คือ สิหฺรุน ฮาวาติฟ (ไสยศาสตร์แห่งเสียงกระซิบ) ในบางครั้งเกิดภาพหลอนในบ้าน เห็นหมาอยู่บนตู้เย็น เห็นอีกา จนหลอนไปหมด นักไสยศาสตร์หมอผีคนนี้บอกว่าผู้หญิงมาทำประเภทนี้มากที่สุด เขาสืบสาวราวเรื่องจนกระทั่งผู้หญิงผู้ชายคนนี้เขาสารภาพ
- - -
คนที่ถูกทำไสยศาสตร์ทั้งหมดมีอยู่ 3 จำพวก
1. กลุ่มที่หนึ่ง โดนง่าย
โดนทั้งหมด แปลว่า โดนง่ายมาก เวลาทำไสยศาสตร์ใส่คนกลุ่มนี้ ส่งชัยฏอนตัวธรรมดา ส่งญินแบบอ่อนๆ ไป ก็โดน สาเหตุที่คนกลุ่มนี้โดนง่าย เพราะ
1)ไม่รักษาละหมาด
2)ไม่อ่านอัซการเช้าเย็น ไม่อ่านดุอาอฺ
3)ไม่อ่านอัลกุรอาน แปลว่าทำไสยศาสตร์ใส่เมื่อไหร่ โดนตลอด คนๆ นั้นไม่มีโล่ป้องกัน
2. กลุ่มที่สอง โดนบ้าง ไม่โดนบ้าง
เขาบอกว่า เวลาทำใส่คนกลุ่มนี้เหนื่อย เพราะบางครั้งโดน บางครั้งไม่โดน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ส่งชัยฏอนออกไป ณ เวลานั้น เขาบอกบางครั้งส่งญินออกไปแล้ว ญินได้ยินเสียง มองเห็นไกลๆ เพราะญินต้องมาที่ตัวคนๆ นั้น พอมองเห็นไกลๆ แล้วเข้าไปใกล้ๆ หายไป ญินมองไม่เห็น แต่ในบางครั้งได้ยินเสียง มองเห็น เจอตัว เพราะ
1) ในช่วงเวลานั้นคนๆ นั้นยังไม่ละหมาด
2) คนๆ นั้นอ่านอัลกุรอาน แต่อ่านบ้างไ ม่อ่านบ้าง ลืม ขี้เกียจไม่อ่าน ช่วงเวลาที่ไม่อ่านไม่รักษา เวลาที่เขาทำไสยศาสตร์ใส่ก็จะโดน แต่ถ้าหากว่ามาในช่วงเวลาที่รักษาอาม้าล รักษาละหมาด รักษาการอ่านอัลกุรอาน รักษาดุอาอฺเช้าเย็น ก็จะไม่โดน
3. กลุ่มที่สาม ทำเท่าไหร่ ก็ไม่โดน
เขาบอกว่า เขาแปลกใจมากถึงขนาดที่ว่าทำไสยศาสตร์ใส่เท่าไหร่ก็ไม่โดน ส่งญินไปเท่าไหร่ ก็ไม่เจอตัว เขาเล่าบอกว่า
– ตอนแรกส่งญินธรรมดา ทำไสยศาสตร์ก่อนเขียนยันต์มาเรียบร้อย เขียนเสร็จ ส่งชัยฏอนตัวธรรมดาไป พอชัยฏอนไปหาที่บ้าน กลับมาบอกหมอผีว่า มองไม่เห็น หาเขาไม่เจอ (ญินธรรมดาที่ไม่ค่อยร้าย ไม่มีผลเสียกับคนดีๆ แต่มีผลกับคนที่เขาไม่รักษาอาม้าล)
– หมอผีทำไสยศาสตร์ใหม่แรงขึ้นกว่าเดิม พอทำแรงขึ้นกว่าเดิม คราวนี้ส่งมารอดะห์ไปหาที่บ้าน หาไม่เจอ กลับมาบอกว่า หาไม่เจอ มองไม่เห็น (มารอดะห์เป็นญินอีกกลุ่มหนึ่ง ญินมีหลายจำพวก มารอดะห์จะเป็นญินที่มีกำลังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา สร้างขึ้นมาเป็นบททดสอบ ให้พวกเขามีกำลังมากกว่าญินกลุ่มแรก แปลว่า ญินตัวนี้ร้ายหน่อย มีกำลังและญินพวกนี้จะถูกล่ามโซในเดือนรอมฎอน บรรดาญินร้ายๆ ถูกล่าม)
– หมอผีทำไสยศาสตร์ครั้งที่สามหนักกว่าเดิม แรงกว่าเดิม ส่งอิฟรีตไป ซึ่งเป็นญินที่มีกำลังมากกว่าญินธรรมดากลุ่มแรก และมีกำลังมากกว่ามารอดะห์ พอส่งอีฟรีสไป กลับมาบอกไม่รู้ ไม่เจอ
– สุดท้าย เจ้าหน้าที่ไปสืบสาวราวเรื่องว่า คนๆ นี้คือใคร สอบถามว่าคุณใช้ชีวิตแบบไหน คำตอบคือ ผู้ชายคนนั้นมามัสยิดเป็นประจำ ละหมาดเสร็จแล้วก็อ่านอัลกุรอาน รักษาการอ่านอัลกุรอานอยู่เป็นประจำ อ่านดุอาอฺเช้า-เย็นทุกวัน และอ่านซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺทุกวันศุกร์
อัลลอฮฺบอกไว้ในอัลกุรอาน “และเมื่อเจ้าอ่านอัลกุรอาน เราได้กางม่านที่ถูกซ่อนไว้ กั้นระหว่างเจ้าและบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอิสรออฺ 45)
บรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลก ในที่นี้ก็คือชัยฏอนที่มาทำไสยศาสตร์ และหมอผี เราจะให้มีม่านกั้นระหว่างเจ้าและพวกเขา แปลว่าพวกเขามองไม่เห็นพวกเจ้า ด้วยเหตุนี้เอง เวลาที่ญินและชัยฏอนมาแล้วจะทำไสยศาสตร์ใส่ ไม่โดนเพราะมองไม่เห็น เพราะเขารักษาอาม้าล เขามีอิบาดะฮฺ เขามีการงานที่ปกป้องตัวของเขาให้พ้นจากญิน ชัยฏอน พ้นจากไสยศาสตร์ และพ้นจากสายตาที่ร้อนหรือสายตาของคนที่อิจฉาริษยานั่นเอง
นั่นคือความประเสริฐของของการอ่านอัลกุรอาน การละหมาด และการมาที่มัสยิด คือความดีงามที่ท่านรอซูลส่งเสริมให้เราปฏิบัติ แต่ถ้าหากว่าเรามามัสยิดแบบมานั่งพูดเรื่องดุนยานั้นจะไม่ได้รับความดีงาม จะไม่ได้รับการปกป้องจากอัลลอฮฺ เพราะอัลลอฮฺ ตะอาลา ไม่ได้สั่งใช้ให้มามัสญิดเพราะเรื่องของดุนยา แต่มาเพื่อปฏิบัติอิบาดะฮฺ
รายงานจากท่านอนัส บิน มาลิก เล่าว่า: ขณะที่พวกเราอยู่ในมัสยิดร่วมกับท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มีชายอาหรับชนบทคนหนึ่งเข้ามา แล้วเขาก็ยืนปัสสาวะในมัสยิด บรรดาศอฮาบะฮฺจึงกล่าวขึ้นว่า “หยุด หยุด!” ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า “พวกท่านอย่าได้ขัดจังหวะเขา ปล่อยเขาเถิด” พวกเขาก็ปล่อยเขาไว้จนกระทั่งเขาปัสสาวะเสร็จ ต่อมาท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เรียกเขามา แล้วกล่าวแก่เขาว่า “แท้จริงมัสยิดเหล่านี้ ไม่ใช่สถานที่สำหรับปัสสาวะหรือสิ่งสกปรกใดๆ แต่มันถูกสร้างมาเพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮฺ การละหมาด และการอ่านอัลกุรอาน” (หรือตามที่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้) จากนั้นท่านจึงสั่งชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้น เขาก็ได้นำถังน้ำมาแล้วราดมันลงไปบนปัสสาวะนั้น (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 285)
วัลลอฮุอะอฺลัม
เรื่องราวไสยศาสตร์ บทเรียนเตือนใจ (รู้จักลักษณะญิน ชัยฏอนที่รบกวนมนุษย์ สาเหตุของอาการหูแว่ว ภาพหลอน)
แม้ชีวิตเราไม่ได้เจอเรื่องไสยศาสตร์ และขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้ห่างไกลจากเรื่องนี้
แต่บทเรียนวันนี้ ทำให้เราเข้าใจญิน ชัยฏอนมากขึ้น ว่ามันมารบกวนมนุษย์แบบไหน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหูแว่ว ภาพหลอน
ญิน ชัยฏอน อาจไม่ได้มาเพราะไสยศาสตร์ แต่จะมาเป็นบททดสอบแก่มนุษย์ เพื่อจะได้เข้าใกล้อัลลอฮฺมากขึ้น
หากเราขอความคุ้มครองจากพระองค์ ขอดุอาอฺให้ปลอดภัยจากสิ่งนี้ พระองค์ก็จะทรงคุ้มครองเรา อินชาอัลลอฮฺ
หากใครมีอาการหูแว่ว ภาพหลอน อย่าลืมทำ 3 สิ่งนี้ ซึ่งสำคัญมากๆ รวมทั้งจากเนื้อหาด้านล่างนี้
1. อ่านอัซการ เป็นบทดุอาอฺอ่านตอนเช้า-เย็น ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พ้นจากชัยฏอน และสิ่งไม่ดีต่างๆ
2. อ่าน 2 อายะฮฺสุดท้ายของอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ ตั้งแต่ตอนเริ่มเข้ามัฆริบ (ดวงอาทิตย์ตก)
3. รักษาน้ำละหมาด ชัยฏอนจะไม่มารบกวน อินชาอัลลอฮฺ
รอซูลบอกไว้ว่า ญิน ชัยฏอน อยู่ในสิ่งที่ไม่ดี รวมทั้งสิ่งเหล่านี้
1. ภาพสิ่งชีวิต ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รอซูลจึงไม่ให้ทำภาพสิ่งมีชีวิต เพราะมีโทษ
2. ของใช้ในบ้าน ของตกแต่งบ้าน ของโบราณ ของใช้บางอย่างมีภาพสิ่งมีชีวิตอยู่บนฉลากสินค้า รอซูลจึงให้เคลียร์สิ่งเหล่านี้
3. ซากสัตว์ เช่น เปลือกหอยต่างๆ สาเหตุหนึ่งที่นอนไม่หลับ
ลองเคลียร์ดู สังเกตได้ว่าใจสงบขึ้น อาการป่วยก็ทุเลาลง เพราะเมื่อเคลียร์สิ่งเหล่านี้ ก็ไม่มีที่อยู่ของชัยฏอน/ญิน อินชาอัลลอฮฺ
ญิน ชัยฏอน ไม่ใช่ผี เป็นสิ่งถูกสร้างที่อัลลอฮฺสร้างขึ้นมา เป็นบททดสอบมนุษย์ อย่าได้ทำผิดตามคำกระซิบกระซาบของมัน
(มันคอยกระซิบกระซาบในใจ และอยู่รอบตัว โดยที่มันเห็นเรา แต่เราไม่เห็นมัน
และมันสามารถทำร้ายร่างกายและสมองมนุษย์ จึงเป็นสาเหตุเบื้องหลังของอาการเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจ)
อิบลีส ชัยฏอน จะทำให้มนุษย์หลงผิด เว้นแต่ผู้มีใจบริสุทธิ์
"มันกล่าวว่า โอ้ พระเจ้าของข้าพระองค์ได้โปรดประวิงเวลาให้แก่ข้าพระองค์จนถึงวันฟื้นคืนชีพด้วยเถิด พระองค์ตรัสว่า ดังนั้น แท้จริงเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกประวิงเวลา จนกระทั่งถึงวันแห่งเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว (ตัฟซีร: ขอพระองค์ทรงผ่อนผันและประวิงเวลาไปจนกระทั่งวันที่มนุษย์ถูกฟื้นคืนชีพจากกุบูร แต่พระองค์ทรงผ่อนผันให้มัน จนกระทั่งเวลาแห่งการเป่าสังข์ครั้งแรก ซึ่งมนุษย์จะตายกันหมด เมื่อถึงเวลานั้นหน้าที่ของเจ้าก็จะสิ้นสุด) มันกล่าวว่า ดังนั้นด้วยพระอำนาจของพระองค์ท่าน แน่นอนข้าพระองค์ก็จะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ในหมู่พวกเขาที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น" (ตัฟซีร: มารร้ายผู้ถูกสาปแช่งกล่าวว่า “ข้าพระองค์ขอสาบานด้วยพระอำนาจของพระองค์ท่าน ข้าพระองค์จะทำให้ลูกหลานอาดัมทั้งหมดหลงผิด เว้นแต่บรรดาผู้ที่พระองค์ท่านให้เขามีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออิบาดะฮฺต่อพระองค์ท่าน และบรรดาผู้ที่พระองค์ท่านคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากข้าพระองค์)
(อัลกุรอาน ซูเราะฮฺศอด 77-83 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
- - เข้าสู่เนื้อหากันเลย - -
- - -
เรื่องราวไสยศาสตร์ บทเรียนเตือนใจ
ที่นครมาดีนะฮ์จะมีหน่วยงานที่คอยสอดส่อง จับคนที่เป็นนักไสยศาสตร์ ครั้งหนึ่ง เขาไปจับนักไสยศาสตร์หรือหมอผีได้คนหนึ่ง คนคนนี้อาศัยอยู่บนภูเขา มีกระต๊อบอยู่ข้างบนภูเขา แอบทำไสยศาสตร์อยู่ข้างบน
พอจับได้แล้ว ก่อนที่ศาลจะตัดสินพิพากษาคดี ผู้ชายคนนั้นยอมรับสารภาพความผิด เขาบอกว่า คนที่มาหาเขามากที่สุดคือ ผู้หญิง สาเหตุที่ผู้หญิงเหล่านั้นมาทำมากที่สุด ไสยศาสตร์ที่ทำมากที่สุดคือ
1. สิหฺรุน ฮาวาติฟ (ไสยศาสตร์แห่งเสียงกระซิบ)
2. คือการทำไสยศาสตร์ที่ทำให้สามีภรรยานั้นทะเลาะกันแตกแยกกัน
จนกระทั่งครั้งหนึ่งเขาไปจับอีกคนหนึ่งได้ สืบได้ว่าเป็นคนที่มาหาหมอผีคนนี้ ผู้หญิงคนนี้ทำไสยศาสตร์ใส่คนในบ้านถึง 3 คน ทำใส่แม่ยาย น้าสะใภ้ และอีกคน เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปจับเขา ยังคิดเลยว่า มันมีแบบนี้เลยหรือ ถึงขั้นที่ว่าทำร้ายคนที่อยู่ในบ้านด้วยกัน
เวลาที่คนทำไสยศาสตร์หมอผี เขาต้องเขียนยันต์ตามคำสั่งของชัยฏอน พอเขียนแล้ว ชัยฏอนก็จะต้องไปหาเป้าหมาย ไปประจำอยู่กับเป้าหมายที่ถูกทำไสยศาสตร์ พอไปอยู่กับคนๆ นั้นแล้ว ก็ไปสร้างภาพหลอนทำให้คนๆ นั้นกลัวทั้งเวลานอนหลับ มาหาในตอนฝัน มาในรูปของสัตว์ดุร้าย จะเป็นหมา จะเป็นอะไรก็ตาม ดุร้ายจนเจ้าตัวกลัว พอตื่นหันไปทางนู้นหูแว่ว ใครเรียก มองหาไม่เห็นมี พอไม่มีเขากลัว ไปตรงนั้น เห็นเงาอะไรแวบๆ กลัว นี่คือ สิหฺรุน ฮาวาติฟ (ไสยศาสตร์แห่งเสียงกระซิบ) ในบางครั้งเกิดภาพหลอนในบ้าน เห็นหมาอยู่บนตู้เย็น เห็นอีกา จนหลอนไปหมด นักไสยศาสตร์หมอผีคนนี้บอกว่าผู้หญิงมาทำประเภทนี้มากที่สุด เขาสืบสาวราวเรื่องจนกระทั่งผู้หญิงผู้ชายคนนี้เขาสารภาพ
- - -
คนที่ถูกทำไสยศาสตร์ทั้งหมดมีอยู่ 3 จำพวก
1. กลุ่มที่หนึ่ง โดนง่าย
โดนทั้งหมด แปลว่า โดนง่ายมาก เวลาทำไสยศาสตร์ใส่คนกลุ่มนี้ ส่งชัยฏอนตัวธรรมดา ส่งญินแบบอ่อนๆ ไป ก็โดน สาเหตุที่คนกลุ่มนี้โดนง่าย เพราะ
1)ไม่รักษาละหมาด
2)ไม่อ่านอัซการเช้าเย็น ไม่อ่านดุอาอฺ
3)ไม่อ่านอัลกุรอาน แปลว่าทำไสยศาสตร์ใส่เมื่อไหร่ โดนตลอด คนๆ นั้นไม่มีโล่ป้องกัน
2. กลุ่มที่สอง โดนบ้าง ไม่โดนบ้าง
เขาบอกว่า เวลาทำใส่คนกลุ่มนี้เหนื่อย เพราะบางครั้งโดน บางครั้งไม่โดน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ส่งชัยฏอนออกไป ณ เวลานั้น เขาบอกบางครั้งส่งญินออกไปแล้ว ญินได้ยินเสียง มองเห็นไกลๆ เพราะญินต้องมาที่ตัวคนๆ นั้น พอมองเห็นไกลๆ แล้วเข้าไปใกล้ๆ หายไป ญินมองไม่เห็น แต่ในบางครั้งได้ยินเสียง มองเห็น เจอตัว เพราะ
1) ในช่วงเวลานั้นคนๆ นั้นยังไม่ละหมาด
2) คนๆ นั้นอ่านอัลกุรอาน แต่อ่านบ้างไ ม่อ่านบ้าง ลืม ขี้เกียจไม่อ่าน ช่วงเวลาที่ไม่อ่านไม่รักษา เวลาที่เขาทำไสยศาสตร์ใส่ก็จะโดน แต่ถ้าหากว่ามาในช่วงเวลาที่รักษาอาม้าล รักษาละหมาด รักษาการอ่านอัลกุรอาน รักษาดุอาอฺเช้าเย็น ก็จะไม่โดน
3. กลุ่มที่สาม ทำเท่าไหร่ ก็ไม่โดน
เขาบอกว่า เขาแปลกใจมากถึงขนาดที่ว่าทำไสยศาสตร์ใส่เท่าไหร่ก็ไม่โดน ส่งญินไปเท่าไหร่ ก็ไม่เจอตัว เขาเล่าบอกว่า
– ตอนแรกส่งญินธรรมดา ทำไสยศาสตร์ก่อนเขียนยันต์มาเรียบร้อย เขียนเสร็จ ส่งชัยฏอนตัวธรรมดาไป พอชัยฏอนไปหาที่บ้าน กลับมาบอกหมอผีว่า มองไม่เห็น หาเขาไม่เจอ (ญินธรรมดาที่ไม่ค่อยร้าย ไม่มีผลเสียกับคนดีๆ แต่มีผลกับคนที่เขาไม่รักษาอาม้าล)
– หมอผีทำไสยศาสตร์ใหม่แรงขึ้นกว่าเดิม พอทำแรงขึ้นกว่าเดิม คราวนี้ส่งมารอดะห์ไปหาที่บ้าน หาไม่เจอ กลับมาบอกว่า หาไม่เจอ มองไม่เห็น (มารอดะห์เป็นญินอีกกลุ่มหนึ่ง ญินมีหลายจำพวก มารอดะห์จะเป็นญินที่มีกำลังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา สร้างขึ้นมาเป็นบททดสอบ ให้พวกเขามีกำลังมากกว่าญินกลุ่มแรก แปลว่า ญินตัวนี้ร้ายหน่อย มีกำลังและญินพวกนี้จะถูกล่ามโซในเดือนรอมฎอน บรรดาญินร้ายๆ ถูกล่าม)
– หมอผีทำไสยศาสตร์ครั้งที่สามหนักกว่าเดิม แรงกว่าเดิม ส่งอิฟรีตไป ซึ่งเป็นญินที่มีกำลังมากกว่าญินธรรมดากลุ่มแรก และมีกำลังมากกว่ามารอดะห์ พอส่งอีฟรีสไป กลับมาบอกไม่รู้ ไม่เจอ
– สุดท้าย เจ้าหน้าที่ไปสืบสาวราวเรื่องว่า คนๆ นี้คือใคร สอบถามว่าคุณใช้ชีวิตแบบไหน คำตอบคือ ผู้ชายคนนั้นมามัสยิดเป็นประจำ ละหมาดเสร็จแล้วก็อ่านอัลกุรอาน รักษาการอ่านอัลกุรอานอยู่เป็นประจำ อ่านดุอาอฺเช้า-เย็นทุกวัน และอ่านซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺทุกวันศุกร์
อัลลอฮฺบอกไว้ในอัลกุรอาน “และเมื่อเจ้าอ่านอัลกุรอาน เราได้กางม่านที่ถูกซ่อนไว้ กั้นระหว่างเจ้าและบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอิสรออฺ 45)
บรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลก ในที่นี้ก็คือชัยฏอนที่มาทำไสยศาสตร์ และหมอผี เราจะให้มีม่านกั้นระหว่างเจ้าและพวกเขา แปลว่าพวกเขามองไม่เห็นพวกเจ้า ด้วยเหตุนี้เอง เวลาที่ญินและชัยฏอนมาแล้วจะทำไสยศาสตร์ใส่ ไม่โดนเพราะมองไม่เห็น เพราะเขารักษาอาม้าล เขามีอิบาดะฮฺ เขามีการงานที่ปกป้องตัวของเขาให้พ้นจากญิน ชัยฏอน พ้นจากไสยศาสตร์ และพ้นจากสายตาที่ร้อนหรือสายตาของคนที่อิจฉาริษยานั่นเอง
นั่นคือความประเสริฐของของการอ่านอัลกุรอาน การละหมาด และการมาที่มัสยิด คือความดีงามที่ท่านรอซูลส่งเสริมให้เราปฏิบัติ แต่ถ้าหากว่าเรามามัสยิดแบบมานั่งพูดเรื่องดุนยานั้นจะไม่ได้รับความดีงาม จะไม่ได้รับการปกป้องจากอัลลอฮฺ เพราะอัลลอฮฺ ตะอาลา ไม่ได้สั่งใช้ให้มามัสญิดเพราะเรื่องของดุนยา แต่มาเพื่อปฏิบัติอิบาดะฮฺ
รายงานจากท่านอนัส บิน มาลิก เล่าว่า: ขณะที่พวกเราอยู่ในมัสยิดร่วมกับท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มีชายอาหรับชนบทคนหนึ่งเข้ามา แล้วเขาก็ยืนปัสสาวะในมัสยิด บรรดาศอฮาบะฮฺจึงกล่าวขึ้นว่า “หยุด หยุด!” ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า “พวกท่านอย่าได้ขัดจังหวะเขา ปล่อยเขาเถิด” พวกเขาก็ปล่อยเขาไว้จนกระทั่งเขาปัสสาวะเสร็จ ต่อมาท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เรียกเขามา แล้วกล่าวแก่เขาว่า “แท้จริงมัสยิดเหล่านี้ ไม่ใช่สถานที่สำหรับปัสสาวะหรือสิ่งสกปรกใดๆ แต่มันถูกสร้างมาเพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮฺ การละหมาด และการอ่านอัลกุรอาน” (หรือตามที่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้) จากนั้นท่านจึงสั่งชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้น เขาก็ได้นำถังน้ำมาแล้วราดมันลงไปบนปัสสาวะนั้น (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 285)
วัลลอฮุอะอฺลัม