สาเหตุสำคัญที่จะปกป้องเราให้พ้นจากไสยศาสตร์และอัลอัยน์ (สายตาริษยา) ตอนที่ 2 วิธีการรักษาและป้องกัน

การรักษาโรคอัลอัยน์ (สายตาริษยา)
หากว่าเรารู้ว่าใครคือคนที่เป็นต้นเหตุของการมอง หรือพูดที่ริษยาเรา หรือชมเราไม่หยุด รู้ได้อย่างไร
1) รู้จากนิสัยของเขา และสิ่งที่เกิดขึ้น จนเป็นที่รู้กันว่า คนๆ นี้เป็นคนที่ริษยาและตาร้อน
2) รู้จากคนที่ชมเราเป็นประจํา

ให้เราสังเกตจากคน 2 ลักษณะนี้ หากเรารู้และมั่นใจแล้ว ท่านรอซูลบอกว่า 
1. ไปหาคนที่มองเราด้วยความริษยา ไปหาเขา 
2. ไปขอให้คนๆ นั้น อาบน้ำลงในกะละมังใบใหญ่ ให้คนๆ นั้น ที่เขามองเราด้วยความริษยา ลงไปอยู่ในกะละมังนั้น ให้อาบน้ำ ตักน้ำ ราดล้างชำระล้างไม่ต้องถูสบู่ เอาน้ำเปล่าล้างตัวตั้งแต่ศีรษะทั้งหมดเลย ทั้งตัว 
3. ล้างเสร็จแล้วเอาน้ำที่เป็นร่องรอยที่มาจากการอาบของคนๆ นั้นไปราดข้างหลังของคนป่วยโดยให้คนป่วยนั่ง หรือนอน หรือยืน ราดตั้งแต่ศีรษะ ราดข้างหลัง อย่าราดข้างหน้า จากศีรษะลงไปข้างล่างเลย ราดทีเดียว 
4. ราดเสร็จ อัลลอฮฺให้หายเป็นปลิดทิ้งเลย เป็นความเมตตาของอัลลอฮฺ ตะอาลา สาเหตุเกิดมาจากการมองของคนๆ หนึ่ง อัลลอฮฺ ตะอาลา ก็ให้ยารักษาอยู่ในร่างกายของคนๆ นั้น  

จากอิบนุอับบาส : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ดวงตาชั่วร้ายเป็นเรื่องจริง และถ้าอะไรบางอย่างเร็วกว่าสิ่งที่ได้ถูกกำหนดไว้ มันก็คือผลของดวงตาที่ชั่วร้าย และถ้าท่านถูกขอให้ชำระล้างร่างกาย(เพื่อรักษา) การถูกดวงตาที่ชั่วร้ายจ้องมอง จงทำ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2188)

หะดีษรายงานจาก อบู อุมามะฮฺ อิบนุ สะฮ์ลฺ อิบนุ ฮะนีฟ เล่าว่า บิดาของเขาเล่าให้ฟังว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกเดินทางพร้อมศอฮาบะฮฺไปยังมักกะฮฺ แล้วในรายงานก็บอกว่า จากนั้นสะฮฺลฺก็มีอาการเจ็บ แล้วเขาก็ถูกนำมาพบกับท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม มีคนถามท่านว่า ‘โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ ท่านจะช่วยดูสะฮฺลฺหน่อยได้ไหม? ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺว่าเขาไม่อาจยกหัวขึ้นได้ และยังไม่ฟื้นเลย’ ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ถามว่า “พวกท่านคาดคิดว่ามีใครเป็นสาเหตุบ้างไหม?” บรรดาศอบะฮฺตอบว่า ‘อามิรฺ อิบนุ เราะบีอะฮฺ ได้มองดูเขา’ (หมายถึงเขาเป็นคนที่น่าจะทำ อัยน์ กับสะฮฺลฺ)

ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวเตือนค่อนข้างหนักว่า “ด้วยเหตุอันใดเล่าที่พวกท่านคนใดคนหนึ่งจะฆ่าพี่น้องของเขา? ทางที่ดีสมควรอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ท่านถูกใจแล้วให้ท่านกล่าวตับรีก (คือกล่าวดุอาอฺอันเป็นสิริมงคลให้ เช่น กล่าวว่า บารอกัลลอฮุ ฟีกะ หรือ มาชาอัลลอฮฺ เป็นต้น – ผู้แปล)

จากนั้นท่านก็สั่งอามิรฺว่า “จงอาบน้ำให้เขา” อามิรฺจึงล้างหน้า สองมือถึงแขน หัวเข่าทั้งสอง เท้าทั้งสอง และส่วนที่อยู่ด้านในผ้านุ่งของเขา ให้น้ำที่ได้จากการล้างนั้นลงไปกักในภาชนะ จากนั้นก็เอาน้ำนั้นไปราดบนตัวสะฮฺลฺ โดยมีชายคนหนึ่งช่วยราดให้ตั้งแต่ศรีษะจนถึงหลังของเขา แล้วเทภาชนะนั้นที่บริเวณหลัง เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว สะฮฺลฺก็ฟื้นขึ้นมาและสามารถร่วมเดินทางไปกับคนอื่นได้และหายเป็นปลิดทิ้ง

(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอะหฺมัด เลขที่ 16076 และอิบนุมาญะฮฺ เลขที่ 3509)


- - -
สรุปวิธีการรักษาโรคอัลอัยน์
1. อาบน้ำให้คนป่วย โดยใช้ร่องรอยน้ำจากคนมอง (รู้สาเหตุ)

1) อาบน้ำคนที่มอง ตามที่อธิบายข้างต้น
2) อาบน้ำละหมาด แบบไหนปกติเลย ลงไปในกะละมัง  แล้วเอาน้ำนั้น ไปราดคนป่วย
3) อาบน้ำละหมาด แต่มีการล้างหัวเข่าทั้งสองแล้วก็ล้างปลายผ้า ผ้าโสร่งหรือโต๊บของเรา ด้านในของคนที่มอง
4) แต่ถ้าหากว่าเขาไม่ยอมรับ บรรดาอุลามาอฺบอกว่า ให้ไปเอาร่องรอยของคนๆ นั้นที่เรามั่นใจว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราได้รับผลร้าย  เช่น แก้วน้ำที่เขากิน แล้วน้ำมันเหลืออยู่ เอาน้ำนั้นมาเทใส่กะละมังพร้อมกับล้างที่ขอบแก้วที่มีรอยปากของเขา แก้วน้ำหรือขวดน้ำ หรือแม้แต่เสื้อผ้าของเขา หมวกเสื้อกางเกงที่ยังไม่ได้ซัก เอาไปใส่น้ำในกะละมังแล้วขยี้ อย่าใส่ผงซักฟอก เอาน้ำที่ได้จากร่องรอยไปราดหลังคนป่วย

มีเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นผู้หญิงคนหนึ่งอาเจียนบ่อย นานสองปี ไปหาหมอ หมอบอกปกติดี จนกระทั่งมีญาติใกล้ชิดเขาคนหนึ่ง เป็นคนมีความรู้ ถามว่า “ฉันว่าคุณโดนอัลอัยน์แล้ว คุณสงสัยใครไหม” ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า “สงสัยผู้ชายคนนั้น” เขาก็เลยบอกว่า “ไปขอน้ำเขามาได้ไหม” ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า “เขาไม่ให้หรอก เพราะระหว่างฉันกับเขามีปัญหากัน เขาไม่มีทางให้” เขาจึงคอยดูว่าผู้ชายคนนั้น ในบ้าน เขาเดินไปตรงไหน รอยเท้าเปล่า เขาก็จะเอาผ้าไปเช็ดรอยเท้าของคนนั้น แล้วเอาไปใส่ในกะละมัง แล้วก็บิดผ้านั้นให้แห้ง แล้วเอาน้ำที่ได้ไปราดผู้หญิงคนนั้น อัลลอฮุ ตะอาลา ให้ผู้หญิงคนนั้นหายจากการอาเจียน 

2. การใช้รุกยะห์ ดุอาอฺปัดเป่ารักษา ตามนบี


- - -
เวลาที่เห็นอะไรที่ชอบ หรือสวยงาม ควรทำอย่างไร
1. ท่านรอซูลสอนให้ขอดุอาอฺ (ขอพร)
2. ไม่ใช่ทำเหมือนคนสมัยก่อน เห็นเด็กหน้าตาน่ารัก บางคนบอก น่ารักจังเลย อย่าพูดให้พูดน่าเกลียด ทำไม กลัวอัลอัยน์ เกรงว่าชัยฏอนจะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งการกระทำนี้ไม่ถูก บางคนถึงขั้นไม่กล้าชมเลย 
3. ท่านรอซูลสอนให้พูดว่า “มาชาอัลลอฮฺ ” (พระประสงค์ของอัลลอฮฺ)  หรือ “บารอกัลลอฮุ ฟีกะ” (ขออัลลอฮ์ทรงประทานความจำเริญ (บารอกะฮฺ) ให้แก่ท่าน) ฉะนั้นเวลาที่เราเห็นสิ่งที่สวย ประทับใจ ให้เราพูดติดปากเลย เห็นลูกเราเหมือนกัน  “แต่งตัวสวย มาชาอัลลอฮุ” ไม่ใช่ “วันนี้มันสวยเหลือเกิน” คำพูดแบบนี้แหละ ทำให้เกิดเรื่องร้ายมากต่อมาก ยิ่งถ้าพูดไปด้วยความริษยา อันตรายมันเกิดกับเรา วันกิยามะฮฺ เราจะถูกสอบสวนนะ   
4. แต่หากว่าเราเห็นในสิ่งที่ไม่ดีพูดว่า “ซุบฮานัลลอฮฺ” (มหาบริสุทธิ์ยิ่งเเด่อัลลอฮฺ)


- - -
การป้องกัน  ปกป้องตัวเราให้พ้นจากอัลอัยน์และไสยศาสตร์

1. สำคัญที่สุด คือ ตักวา (ความยำเกรง)
ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คือ การปฏิบัติคุณงามความดีตามคําสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และออกห่างจากความชั่ว  เพราะเกรงกลัวการลงโทษของอัลลอฮฺ

แต่ละคนมีความยำเกรงไม่เท่ากัน เพราะ
1) ความรู้ไม่เท่ากัน
2) การปฏิบัติตามความรู้ก็ไม่เท่ากัน

- “และผู้ใดยำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงประทานทางออกให้แก่เขา” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏเฏาะลาก 2)

- “และผู้ใดยำเกรงต่ออัลลอฮฺ พระองค์จะทรงทำให้กิจการของเขาสะดวกง่ายดายแก่เขา” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏเฏาะลาก 4) 

ฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความยําเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พระองค์จะปกป้องเราให้พ้นจากสิ่งที่เลวร้ายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแผนการร้ายของคน ญิน หรือชัยฏอน

- “และถ้าพวกเจ้าอดทน และยำเกรงแล้วไซร้ อุบายของพวกเขาก็ย่อมไม่เป็นอันตรายแก่พวกเจ้าแต่อย่างใด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงล้อม ซึ่งสิ่งที่พวกเขากระทำกัน” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 120)

ก่อนที่เราจะยําเกรง เราต้องอดทนเสียก่อน
– อดทนทำความดี เวลาทําอิบาดะห์ ต้องใช้ความอดทน ต้องต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับนัฟซู ชัยฏอน ง่วงก็ง่วง เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ต้องอดทน
– อดทนที่จะไม่ทําชั่ว เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะละเว้นจากความชั่ว
– เมื่อเราอดทนทั้งสองอย่าง แปลว่า เรามีความยําเกรง และเมื่อเรามีความยําเกรง อัลลอฮฺจะทรงปกป้องตัวเราให้พ้นจากความเลวร้ายทั้งหลาย

จากท่านอับดุลลอฮฺ บินอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า : ฉันเคยอยู่ด้านหลังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วท่านก็ได้กล่าวว่า “เจ้าเด็กน้อย ฉันจะสอนคำพูดบางอย่างแก่เจ้า (คือ) เจ้าจงพิทักษ์รักษาอัลลอฮฺ แล้วพระองค์จะทรงพิทักษ์รักษาเจ้า เจ้าจงพิทักษ์รักษาอัลลอฮฺ แล้วเจ้าจะพบพระองค์อยู่ต่อหน้าเจ้า (คือ ช่วยเหลือเจ้า), เมื่อเจ้าจะวิงวอน เจ้าก็จงวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ และเมื่อเจ้าจะขอความช่วยเหลือ ก็จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ และจงรู้ไว้เถิดว่า หากมนุษยชาติทั้งหมดได้ร่วมมือกันเพื่อให้คุณใดๆ แก่เจ้า พวกเขาจะไม่สามารถให้คุณใดๆ แก่เจ้า นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดแก่เจ้าแล้วเท่านั้น และหากพวกเขาร่วมมือกันเพื่อให้โทษ (หรือทำอันตราย) ใดๆ ต่อเจ้า พวกเขาก็จะไม่สามารถให้โทษใดๆ แก่เจ้า นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดแก่เจ้าแล้วเท่านั้น ปากกาถูกยกขึ้นแล้ว และแผ่นจารึกก็แห้งแล้ว” (หะดีษหะสันเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรมิซีย์ เลขที่ 2516)

รักษาอัลลอฮฺ แปลว่า รักษาบทบัญญัติ ข้อสั่งใช้ ข้อห้าม แล้วอัลลอฮฺ ตะอาลา จะทรงปกป้องและรักษา  จะทรงช่วยเหลือเวลาที่ได้รับความยากลําบาก  

เมื่อไหร่ก็ตามที่มนุษย์มีความกลัว มันเป็นผลมาจากหัวใจของเรา
1)ไม่มีอีมาน
2)ไม่มีความยําเกรง
เพราะถ้าหากเรามีความยําเกรง อัลลอฮฺจะปกป้องเราให้พ้นจากความหวาดกลัว 

- ยิ่งเรามีอีมานเท่าใด มีความยําเกรงมากเท่าใด เราจะไม่กลัวมนุษย์ ไม่กลัวญิน/ชัยฏอน ไม่กลัวความเลวร้าย ไม่กลัวคนที่ทําสิ่งที่ไม่ดี เพราะเรามั่นใจในอัลลอฮฺ
- ย้อนกลับมาหาความรู้หมดเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความรู้ เราจะรู้จักอัลลอฮฺ และเมื่อไหร่ที่เรารู้จักอัลลอฮฺ เราจะเกรงกลัวพระองค์ และเมื่อไหร่ที่เราเกรงกลัวพระองค์ เราจะไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดเพราะอัลลอฮฺปกป้องเรา และเมื่อนั้นสิ่งต่างๆ จะเกรงกลัวเรา 
- ฉะนั้น สิ่งที่สําคัญที่สุดคือ ความยําเกรงต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา 


2. ตะวักกัล (มอบหมายต่อพระองค์)
มอบหมายต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา พร้อมกับหลักความเชื่อมั่นที่ถูกต้อง แต่จริงๆ ภาษาอาหรับใช้ “อัตตะวักกุล” ส่วน ตะวักกัล เป็นคํากริยา 
ถ้าเรามีหลักความเชื่อไม่ถูกต้อง ไม่มีทางที่จะปกป้องตัวเราได้ เพราะไปหวังกับสิ่งอื่น เช่น หมอผี แต่ถ้าเรามีหลักความเชื่อที่ถูกต้อง มอบหมายต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อัลลอฮฺ ตะอาลา จะปกป้องเรา 
“และผู้ใดมอบหมายแด่อัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงเป็นผู้พอเพียงแก่เขา แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงบรรลุในกิจการของพระองค์โดยแน่นอน สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนั้น อัลลอฮฺทรงกำหนดกฎสภาวะไว้แล้ว” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏเฏาะลาก 3) 


3. อิคลาส (บริสุทธิ์ใจ)
จะต้องมีความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
อิบลีสสาบานต่ออัลลอฮฺ “มันกล่าวว่า ดังนั้นด้วยพระอำนาจของพระองค์ท่าน แน่นอนข้าพระองค์ก็จะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ในหมู่พวกเขาที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺศอด 82-83)


- - -
>>ตอนต่อไป การป้องกันจากสายตาริษยา 5 วิธีสุดท้าย คือ
"การกลับเนื้อกลับตัว ทำใจให้สบาย เศาะดะเกาะฮฺ ปิดเรื่องดีเป็นความลับ และอ่านอัซการ"


วัลลอฮุอะอฺลัม
- - -
เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ หัวข้อ
“สาเหตุสำคัญที่จะปกป้องเราให้พ้นจากไสยศาสตร์และอัลอัยน์”
สอนโดย อ.อัสมัน มีสมบูรณ์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่