มนุษย์ทุกคนได้ให้คำสัญญาตั้งแต่เป็นวิญญาณ ยืนยันว่า พระเจ้ามีหนึ่งเดียว ก่อนเกิดบนโลกใบนี้

1. พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาอยู่ใน 4 โลก คือ
1) โลกแห่งวิญญาณ (อาลัม อัล-อัรวาฮ์) วิญญาณมนุษย์ทั้งหมดสัญญายืนยันว่า อัลลอฮฺเป็นพระเจ้าที่แท้จริงเท่านั้น
- เป็นโลกแรกที่อัลลอฮฺทรงรวมวิญญาณของมนุษย์ทั้งหมดตั้งแต่อดีตจนถึงอนาคตเอาไว้ด้วยกัน
- ในโลกนี้ พระองค์ทรงให้วิญญาณทุกดวงปฏิญาณตนและยืนยันว่าพระองค์คือพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริง
- ดังนั้น มนุษย์ทุกคนจึงเกิดมาพร้อมกับ "ฟิฏเราะฮ์" (สัญชาตญาณบริสุทธิ์ที่ตระหนักถึงพระเจ้า)

2) โลกมนุษย์ (อาลัม ดุนยา) มนุษย์เกิดมาใช้ชีวิตเพื่อทดสอบ รอการสอบสวนตอบแทน
- โลกนี้คือ "สถานที่แห่งการทดสอบ" มนุษย์มีโอกาสใช้ชีวิตบนโลกนี้เพียง "ครั้งเดียว" เพื่อเคารพภักดีต่อพระองค์ จึงไม่มีการระลึกชาติ ไม่มีกลับชาติมาเกิด
- สะสมเสบียงความดี
- มีความยำเกรง (ทำตามคำสั่งใช้ของพระเจ้า และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม)

3) โลกหลังความตาย (อาลัม บัรซัค) มีการสอบสวนและลงโทษบางส่วน รอวันสิ้นโลก และวันฟื้นคืนชีพ
- "บัรซัค" แปลว่า สิ่งขวางกั้น เป็นโลกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างดุนยากับอาคิเราะฮ์ (เริ่มนับตั้งแต่เข้าสู่หลุมฝังศพหรือกุโบร์) ในโลกนี้ จึงไม่มีการติดต่อระหว่างคนเป็นกับคนตาย
- มีการสอบสวนจากมลาอิกะฮ์ (เทวทูต)
- มีการลงโทษหรือให้รับความสุขล่วงหน้าบางส่วน
- รอวันกิยามะฮ์ (วันสิ้นโลกและฟื้นคืนชีพ) ณ วันสิ้นโลก จะมีเสียงเป่าแตรครั้งแรก ทุกสรรพสิ่งจะตายหมด โลกและจักรวาลพังพินาศ

4) โลกหน้า (อาลัม อาคิเราะฮฺ) มนุษย์ฟื้นคืนชีพ รับการสอบสวน ชั่งความดี-ชั่ว และไปสวรรค์-นรก
เป็นโลกสุดท้ายที่เป็นของจริงและนิรันดร์ มีขั้นตอนสรุปดังนี้
(1) หลังจากเสียงเป่าแตรครั้งที่สอง จะมีฝนตก และมนุษย์ทุกคนตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาเหมือนต้นไม้งอก
(2) รวมตัวกันที่ทุ่งมะฮฺชัร
(3) เข้าสู่กระบวนการสอบสวน ชั่งผลบุญและความบาปบนตาชั่ง
(4) ดื่มน้ำเกาซัรสำหรับประชาชาติของนบีมุฮัมมัดที่ปฏิบัติตามท่าน (ประชาชาติของท่านนบี คือ มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาหลังจากยุคที่ท่านนบีเริ่มเผยแพร่ศาสนาจนถึงวันสิ้นโลก)
(5) ข้ามสะพาน (อัศ-ศิรอฏ) ที่ทอดผ่านเหนือนรก ผู้ผ่านมุ่งหน้าไปสวรรค์ ส่วนผู้ที่ตกจะตกลงสู่นรก
(6) แยกย้ายไปสู่ที่พำนักสุดท้าย คือ "สวรรค์" (สำหรับผู้ศรัทธาและทำความดี) หรือ "นรก" (สำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธาและทำความชั่ว) ซึ่งมุสลิมบางคนอาจถูกชำระโทษในนรกชั่วคราว เมื่อหมดบาปก็จะได้เข้าสวรรค์ วัลอิยาซุบิลลาฮฺ ขอให้เราได้เข้าสวรรค์โดยไม่ต้องผ่านการลงโทษใดๆ

พระองค์ทรงให้ศาสนทูต ศาสดาทุกท่านเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้มนุษย์เตรียมตัวและเตรียมพร้อมกลับไปหาพระองค์ในสภาพที่ดี ในสภาพที่พระองค์พอพระทัย การศึกษาอัลกุรอานและหะดีษ จะทำให้มนุษย์เข้าใจชีวิต ไม่หลงทางตามชัยฏอนที่คอยหลอกล่อให้มนุษย์ทำผิด และพร้อมรับบททดสอบได้ดีขึ้น อินชาอัลลอฮฺ


- - -
2. มนุษย์ทุกคนได้ให้คำสัญญาตั้งแต่เป็นวิญญาณ ยืนยันว่าอัลลอฮฺทรงเป็นพระเจ้า ก่อนเกิดบนโลกใบนี้

สำหรับโลกแรก โลกแห่งวิญญาณนั้น มีรายละเอียด พร้อมหลักฐานในอัลกุรอานและหะดีษไว้ ดังนี้

มนุษย์ทำสัญญาฉบับแรกกับอัลลอฮฺไว้ อัลลอฮฺให้มลาอิกะฮฺลูบหลังของอาดัม วิญญาณออกมาหมดเลย อัลลอฮฺเรียกวิญญาณทั้งหมดประชุม และถามว่า “ฉันไม่ใช่เป็นพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าหรือ” วิญญาณทุกดวงยอมรับและตอบว่า “เรายืนยันว่า ท่านเป็นพระผู้อภิบาลของพวกเราจริงๆ” เพราะวิญญาณเห็นอัลลอฮฺ

และต่อมาวิญญาณกลับมาอยู่ในร่างมนุษย์เหมือนเดิม มองไม่เห็นอัลลอฮฺ แต่นบีมาสอนว่า เบื้องหลังความสำเร็จคือ อัลลอฮฺ ฉะนั้นจะทำอะไร นึกถึงอัลลอฮฺให้หมด เมื่อวิญญาณกลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ เริ่มทรยศต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา วัลอิยาซุบิลลาฮฺ (ขอพระองค์ทรงคุ้มครองเราให้พ้นจากสิ่งนี้)

หลักฐานมีในอัลกุรอานและหะดีษ ดังนี้

คำสัญญาของมนุษย์ต่อผู้สร้าง

– “และจงรำลึกขณะที่พระเจ้าของเจ้าได้เอาจากลูกหลานของอาดัม ซึ่งลูกๆ ของพวกเขาจากหลังของพวกเขา และให้พวกเขายืนยันตัวของพวกเขาเอง (โดยตอบคำถามที่ว่า) ข้ามิใช่พระเจ้าของพวกเจ้าดอกหรือ พวกเขากล่าวว่าใช่ขอรับ พวกข้าพระองค์ขอยืนยัน (มิฉะนั้น) พวกเจ้าจะกล่าวในวันกิยามะฮฺว่า แท้จริงพวกข้าพระองค์ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือไม่ก็พวกเจ้าจะกล่าวว่า ที่จริงนั้นบรรพบุรุษของพวกข้าพระองค์ได้ให้มีภาคีขึ้นมาก่อนและพวกเราเป็นลูกหลานที่มาหลังจากพวกเขา แล้วพระองค์จะทรงทำลายพวกเรา เนื่องด้วยการกระทำของบรรดาผู้ที่ทำให้เสียกระนั้นหรือ และในทำนองนั้นแหละเราจะแจกแจงโองการทั้งหลาย เพื่อว่าพวกเขาจะกลับมา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ 172-174)

– จาก อิบนุอับบาส เล่าว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงอัลลอฮฺทรงเอาคำมั่นสัญญาจากหลังของอาดัม ณ นะอฺมาน (คือหุบเขาในทุ่งอะรอฟะฮ์) ในวันอะรอฟะฮ์ และทรงให้ลูกหลานทั้งหมดที่พระองค์ทรงสร้างออกมาจากกระดูกสันหลังของเขา แล้วทรงกระจายพวกเขาต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์เสมือนฝูงมด หลังจากนั้นพระองค์ทรงตรัสกับพวกเขาโดยตรง พระองค์ทรงตรัสถามว่า “ข้ามิใช่พระเจ้าของพวกเจ้าดอกหรือ พวกเขากล่าวว่า ใช่ขอรับ พวกข้าพระองค์ขอยืนยัน (มิฉะนั้น) พวกเจ้าจะกล่าวในวันกิยามะฮฺว่า แท้จริงพวกข้าพระองค์ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้”” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอะอฺรอฟ 172) (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอะหมัด เลขที่ 2455)


- - -
3. ผู้สร้างทรงสร้างมนุษย์มีความบริสุทธิ์ เที่ยงตรง มุ่งสู่สัจธรรม

มนุษย์ทุกคนต่างใฝ่หาความจริง ค้นหาความหมายในชีวิต เราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร ตายแล้วไปไหน มีสวรรค์-นรกจริงไหม ลึกๆ แล้วทุกคนต่างต้องการรู้เรื่องนี้ ซึ่งอัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างมนุษย์และทุกสรรพสิ่งได้สร้างให้เรามีหัวใจที่ต้องการรู้สัจธรรมเหล่านั้น
- ทารกทุกคนบริสุทธิ์ตั้งแต่เกิด รู้ว่ามีผู้สร้าง แต่พ่อแม่ของเขาทำให้เขานับถือศาสนาอื่น
- พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้มีความเที่ยงตรง มุ่งสู่สัจธรรม แต่ชัยฏอนคือสาเหตุเบื้องหลัง ทำให้มนุษ์หันเหออกไปจากสัจธรรม
- จึงเป็นสาเหตุที่ทำว่าทำไมจึงมีการต่อต้านอิสลาม เพราะชัยฏอนนั้นอยู่เบื้องหลัง พวกมันไม่ต้องการให้มนุษย์รู้สัจธรรม
- แต่คนใดที่ต้องการรู้ความจริง พระองค์จะทรงให้ทางนำแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ อินชาอัลลอฮฺ

– จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ไม่มีทารกคนใดถูกให้กำเนิดมา เว้นแต่เขาจะถูกให้กำเนิดมาบนความบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ (ศรัทธาและรู้ถึงเอกภาพของผู้สร้าง) แล้วบิดามารดาของเขาทำให้เขาเป็นชาวยิว หรือทำให้เขาเป็นคริสเตียน หรือทำให้เขาเป็นผู้บูชาไฟ เหมือนกับสัตว์ที่ให้กำเนิดลูกสัตว์ออกมาในสภาพสมบูรณ์ครบถ้วน พวกท่านพบเห็นตัวใดในหมู่พวกมันหูแหว่งบ้างไหม” หลังจากนั้น ท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์กล่าวว่า ‘และพวกท่านจงอ่านเถิด หากพวกท่านประสงค์ “ธรรมชาติของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการสร้างของอัลลอฮฺ”‘ (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรรูม 30) (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2658)

– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวคุฏบะฮ์ (คำเทศนา) ในวันหนึ่งว่า “พึงทราบเถิด แท้จริงพระผู้อภิบาลของฉันได้ทรงบัญชาให้ฉันสอนพวกท่านในสิ่งที่พวกท่านไม่รู้ จากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสอนฉันในวันนี้ ‘ทรัพย์สินทั้งหมดที่ข้าได้มอบให้แก่บ่าวนั้นเป็นสิ่งที่อนุมัติ และแท้จริงข้าได้สร้างบ่าวของข้าทั้งหมดมาในสภาพที่เที่ยงตรง (มุ่งสู่สัจธรรม) และแท้จริงบรรดาชัยฏอนได้มาหาพวกเขา แล้วพวกมันก็หันเหพวกเขาออกไปจากศาสนาของพวกเขา และพวกมันได้ทำให้สิ่งที่ข้าได้อนุมัติแก่พวกเขากลายเป็นสิ่งต้องห้ามแก่พวกเขา และพวกมันได้สั่งใช้พวกเขาให้ตั้งภาคีต่อข้าในสิ่งที่ข้าไม่ได้ประทานหลักฐานใดๆ ลงมาเกี่ยวกับมัน’…” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2865)


- - -
4. พระองค์เป็นพระเจ้าที่แท้จริง ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกแล้ว นอกจากพระองค์
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะกลับมาหาพระองค์ทั้งตัวทั้งใจ กลับมาให้คำวามสำคัญต่อผู้สร้างเป็นลำดับแรก เสียที

ดังที่พระองค์ทรงเตือนไว้ในอัลกุรอานความว่า
"และแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงทำให้หัวเราะ และทรงทำให้ร้องไห้ และแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงทำให้ตาย และทรงทำให้เป็น และแท้จริงพระองค์ทรงสร้างสามีภรรยาคู่หนึ่ง เป็นเพศชาย และเพศหญิง และแท้จริง พระองค์ทรงทำให้เขาร่ำรวย และทรงทำให้เขายากจน เวลาที่ใกล้เข้ามา (วันกิยามะฮฺ) ได้ใกล้เข้ามาแล้ว ไม่มีผู้ใดที่จะปัดเป่าให้พ้นไปได้ นอกจากอัลลอฮฺ พวกเจ้ายังคงแปลกใจต่อคำกล่าวนี้อีกหรือ และพวกเจ้ายังคงหัวเราะ และยังไม่ร้องไห้ และพวกเจ้ายังคงหลงระเริงลืมตัว ดังนั้น พวกเจ้าจงสุญูดต่ออัลลอฮฺเถิด และจงเคารพภักดีต่อพระองค์เถิด" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนัจมฺ 43-45, 48, 57-62) (คำอธิบาย สุญูด แปลว่า กราบ)


วัลลอฮุอะอฺลัม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่