ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว ทุกเรื่องราวถูกบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว

อัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลกและจักรวาล
เป็นผู้สร้างมนุษย์ และทุกสรรพสิ่งในโลกนี้
ได้กำหนดทุกอย่างไว้อย่างดี ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว ภายใต้การอนุมัติของพระองค์
แม้จะเป็นสิ่งไม่ดี ก็จะมีความดีซ่อนอยู่ในนั้น
บางคนอาจจะเข้าใจ และหลายคนอาจไม่เข้าใจ
สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิ่งวิจารณ์ในสิ่งที่เราไม่รู้ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ดี

หลายคนพูดออกมาโดยไม่รู้ ยุติธรรมหรือ ที่เกิดสิ่งนี้ สิ่งนั้น
ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงสร้างทุกอย่าง ทรงรู้ดีที่สุด ว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นแล้วดีกับเขา
แต่การที่ใครคนหนึ่งทำชั่ว แล้วมาอ้างว่า ทุกอย่างพระเจ้ากำหนดไว้แล้ว นั้นไม่เหมาะสม
เพราะคนๆ นั้นเป็นผู้เลือกที่จะทำชั่วเอง ที่พระองค์อนุมัติให้เกิดได้ เพราะมีความดีซ่อนอยู่
เช่น คนๆ นั้นต่อมาได้กลับเนื้อกลับตัว สำนึกและกลายเป็นคนดี
หรือเป็นข้อเตือนใจให้คนอื่น ไม่เป็นเยี่ยงอย่าง

แต่เมื่อคนๆ หนึ่งได้เผลอทำผิดพลาด ทำบาปไป แล้วเขาได้กลับตัวเรียบร้อยแล้ว
นั่นจึงจะเรียกว่า สิ่งนี้ได้กำหนดไว้แล้ว เพราะเขาผ่านการทำผิด และได้เห็นผลลัพธ์หลังจากการทำผิด คือเขาคิดได้

เพื่อจะได้เข้าใจในเรื่องการกำหนดสภาวการณ์ต่างๆ และยอมรับข้อกำหนดของพระองค์ได้ดีขึ้น มาอ่านหะดีษกัน

1. สิ่งแรกที่พระองค์ทรงสร้างคือปากกา และทรงสั่งให้ปากกาบันทึกทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว

รายงานหะดีษจาก อับดิ้ลวาฮิด บุตรสุลัยม์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : ข้าพเจ้าได้มาที่มักกะห์ได้พบกับอะตออุบุตรอะบีรอบาห์ ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า : โอ้ อะบูมุฮำหมัด แท้จริงชาวบัสเราะห์ได้วิจารณ์กันในเรื่องกำหนดการของอัลลอฮฺ เขา (อะตออ) ได้กล่าวว่า : โอ้ลูกรัก เจ้าเคยอ่านอัลกุรอานไหม? ข้าพเจ้าตอบว่า : ครับเคยอ่าน เขากล่าวว่า เจ้าจงอ่านซูเราะฮฺอัซซุครุฟ และข้าพเจ้าได้อ่าน “ฮา มีม ขอสาบานด้วยคัมภีร์อันชัดแจ้ง แท้จริงเราได้ทำให้คัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาอาหรับ เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้สติปัญญา และแท้จริงอัลกุรอานนั้นอยู่ในแม่บทแห่งคัมภีร์ (อัลเลาฮุลมะฮฺฟูซ) ณ ที่เรา คือสูงส่งพรั่งพร้อมด้วยปรัชญา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซุครุฟ 1-4)

อะตออฺกล่าวว่า : ท่านทราบไหมว่า แม่บทแห่งคัมภีร์คืออะไร? ข้าพเจ้ากล่าวว่า อัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ทรงรู้ยิ่ง เขากล่าวว่า : แท้จริงมันเป็นคัมภีร์ที่อัลลอฮฺได้ทรงบันทึกไว้ก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน ในนั้นบันทึกว่า ฟิรเอาน์เป็นชาวนรก ในนั้นบันทึกว่า สองมือของอะบีละฮับต้องพินาศ อะตออุได้กล่าวว่า : ต่อมาข้าพเจ้าได้พบกับอัลวะลีด บุตรอุบาดะห์ บุตรซอมิต ซึ่งเป็นอัครสาวกของท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ข้าพเจ้าได้ถามเขาว่า : อะไรคือคำสั่งเสียของบิดาของท่านขณะเสียชีวิต? เขาตอบว่า : บิดาของฉัน ได้เรียกฉันแล้วกล่าวแก่ฉันว่า โอ้ลูกรัก เจ้าจงยำเกรงอัลลอฮฺ พึงทราบเถิดว่า เจ้าจะไม่ได้ยำเกรงอัลลอฮฺ จนกว่าเจ้าจะศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ศรัทธาต่อกำหนดการของอัลลอฮฺทั้งหมด ทั้งกำหนดดีและกำหนดชั่ว ดังนั้น ถ้าหากเจ้าตายโดยยึดมั่นนอกจากนี้ เจ้าจะได้เข้านรก

ความจริงฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงสิ่งแรกที่อัลลอฮฺได้ทรงสร้างขึ้นคือปากกา” พระองค์ตรัสว่า ‘เจ้าจงเขียน’ ปากกาได้ถามว่า “ข้าพเจ้าจะเขียนอะไร?” พระองค์ตรัสว่า ‘เจ้าจงเขียนกำหนดการสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และที่จะเกิดขึ้นไปจนไม่มีที่สิ้นสุด’”
(หะดีษ (กุดซีย์) เศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรมีซีย์ เลขที่ 2155)


2. มนุษย์ทุกคนเลือกกระทำตามที่เขาได้มุ่งไป (มุ่งทำดี-ทำชั่ว) พระองค์กำหนดสถานการณ์ตามที่พวกเขามุ่งไป
แม้จะทำผิด พระองค์ก็ทรงเตือนผ่านสิ่งต่างๆ แต่เขาจะคิดได้หรือไม่ เขามีสิทธิ์เลือก แต่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ

รายงานหะดีษ จากอบู อัล-อัสวัด อัล-ดูอาลี ได้กล่าวว่า : ท่านอิมรอน บุตร ฮุซอยน์ (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) ได้กล่าวแก่ฉันว่า ‘ท่านมีความเห็นอย่างไรในสิ่งที่ผู้คนกระทำในวันนี้ และพวกเขามุมานะในสิ่งนั้น มันถูกกำหนดไว้แล้วเหนือพวกเขา และผ่านพ้นไปแล้วในพวกเขา จากตักดีรที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว หรือว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาจะเผชิญกับมันในอนาคต จากสิ่งที่นบีของพวกเขาได้นำมายังพวกเขา และหลักฐานได้ถูกยืนยันเหนือพวกเขาแล้ว?’ แล้วฉันจึงตอบว่า ‘ไม่ใช่เช่นนั้น แต่เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วเหนือพวกเขา และผ่านพ้นไปแล้วเหนือพวกเขา’ แล้วท่านอิมรอนก็ถามกลับว่า ‘ถ้าเป็นเช่นนั้น มันจะไม่เป็นการอยุติธรรมดอกหรือ?’ ฉันรู้สึกตกใจกลัวอย่างรุนแรงจากคำถามนั้น และฉันได้ตอบไปว่า ‘ทุกๆ สรรพสิ่งเป็นสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮฺ และเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ดังนั้น พระองค์จึงไม่ทรงถูกตั้งคำถามในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ แต่พวกเขาทั้งหลายต่างหากที่จะต้องถูกสอบสวน’ เขาจึงกล่าวแก่ฉันว่า ‘ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน ฉันไม่ได้มีเจตนาสิ่งใดในสิ่งที่ฉันได้ถามท่านไป นอกจากเพื่อที่ฉันจะทดสอบสติปัญญาของคุณ’

(ท่านอิมรอนเล่าต่อว่า) เขาได้กล่าวว่า : แท้จริงชายสองคนจากเผ่ามุซัยนะห์ได้มาหาท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วทั้งสองได้กล่าวว่า ‘โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ โปรดบอกข้าพเจ้าเถิด มนุษย์จะกระทำอย่างไรในวันนี้ และใช้ความมุมานะในวันนี้ สิ่งที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วเหนือพวกเขา และผ่านพ้นไปแล้ว หรือในสิ่งที่พวกเขาจะเผชิญกับมันในอนาคต’ ท่านนบีตอบว่า “ไม่ใช่เช่นนั้น แต่เป็นสิ่งที่ได้ถูกกำหนดเหนือพวกเขาไว้แล้ว และได้ยืนยันเรื่องนี้ไว้ในคัมภีร์ของอัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่และเกรียงไกรว่า “และด้วยชีวิต และที่พระองค์ทรงทำให้มันสมบูรณ์ แล้วพระองค์ทรงดลใจมันให้รู้ทางชั่วของมันและทางสำรวมของมัน”” (อัลกุรอาน 91:7-8)

(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 2650)


3. ผู้ศรัทธาและกระทำความดี พระองค์จะให้โอกาส กำหนดสถานการณ์ในการได้ทำความดีโดยง่าย
พระองค์ทรงรอบรู้ไปไกลถึงทางที่เขาเลือกไป และบั้นปลายชีวิตของเขาว่า เขาจะได้เป็นชาวสวรรค์ หรือลงนรก
(วัลอิยาซุบิลลาฮฺ ขออัลลอฮฺทรงปกป้องเราให้พ้นจากการลงโทษในนรกเถิด)
รายงานหะดีษ จากอะลี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : ปรากฏว่าท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั่งอยู่ในวันหนึ่ง ในมือของท่านมีไม้เรียว ท่านใช้มันคุ้ยดิน ท่านเงยศีรษะขึ้นแล้วกล่าวว่า “ไม่มีชีวิตใดจากพวกท่านทั้งหลายนอกจากจะรู้ที่พำนักของเขาแล้วทั้งสวรรค์และนรก” พวกเราได้กล่าวว่า ‘โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ดังนั้นเราจะทำอาม้าลเพื่ออะไร เราจะไม่ทิ้งอาม้าลกันหรือ’ ท่านกล่าวว่า “พวกท่านจงทำเถิด ทั้งหมดล้วนสะดวกที่จะกระทำตามสิ่งที่เขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมัน” หลังจากนั้นท่านได้อ่าน “ส่วนผู้ที่บริจาคและยำเกรง (อัลลอฮฺ) และเชื่อมั่นในสิ่งที่ดี เราก็จะให้เขาได้รับความสะดวกอย่างง่ายดาย และส่วนผู้ที่ตระหนี่และถือว่ามีพอเพียงแล้ว และปฏิเสธสิ่งที่ดีงาม เราก็จะให้เขาได้รับความลำบากอย่างง่ายดาย” (อัลกุรอาน 92:5-10) (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2647)


4. ในเมื่อทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว จะเจอเรื่องดี อย่าดีใจเยอะจนลืมตัว แต่ถ้าเจอเรื่องเสียใจ อย่าทุกข์นาน
“ไม่มีเคราะห์กรรมอันใดเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้ และไม่มีแม้แต่ในตัวของพวกเจ้าเอง เว้นแต่ได้มีไว้ในบันทึกก่อนที่เราจะบังเกิดมันขึ้นมา แท้จริงนั่นมันเป็นการง่ายสำหรับอัลลอฮฺ (ตัฟซีร: สิ่งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้เช่น เคราะห์กรรมต่างๆ เป็นต้นว่าความแห้งแล้ง แผ่นดินไหว การสูญเสียพืชผล การเจ็บไข้ได้ป่วย ความยากจน และการสูญเสียลูกหลานญาติพี่น้อง ทั้งหมดนี้ได้ถูกบันทึกไว้ใน อัลลูหฺ อัลมะฮฺฟูซแล้ว พร้อมด้วยจำนวน ขนาด วิธีการ วันเวลาและสถานที่ของมัน ทั้งนี้ก่อนที่พระองค์จะทรงให้เกิดขึ้น) เพื่อพวกเจ้าจะได้ไม่ต้องเสียใจต่อสิ่งที่ได้สูญเสียไปจากพวกเจ้า และไม่ดีใจต่อสิ่งที่พระองค์ทรงประทานแก่พวกเจ้า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลหะดีด 22-23 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)


- - -
หากเกิดอะไรขึ้นในชีวิต
ดีใจ ชูโกรฺ ขอบคุณอัลลอฮฺ
ทุกข์ใจ อดทน ขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ
พระองค์ทรงช่วยได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งการเปลี่ยนความรู้สึกจากเศร้าเป็นสุข พระองค์เท่านั้นที่เปลี่ยนได้
ขาดกำลังใจ ขอจากผู้สร้างกำลังใจดีที่สุดเลย
อย่าพยายามพึ่งตัวเองเลย มันเหนื่อยนะ พึ่งอัลลอฮฺกันเถอะนะ จะได้ไม่ต้องแบกไว้คนเดียว

การขอพร ขอความช่วยเลือต่อพระองค์ แม้ปัญหายังไม่คลี่คลายในทันที
แต่สิ่งที่คนขอจะได้เลยคือความสงบใจ ถ้าเขามอบหมายผลลัพธ์ต่อพระองค์ (เรียกว่า ตะวักกัล) เราปล่อยภาระอันหนักอึ้งนี้ ส่งให้ผู้สร้างแล้ว สบายใจขึ้น
หรือแม้แต่จะขอทางออก ไม่ใช่ว่า ขอแล้วนิ่งนอนใจ เพราะเมื่อมีการขอพรที่ดี พระองค์จะนำพาหัวใจเราให้มีความพยายามที่จะลงมือกระทำไปพร้อมๆ กับการที่พระองค์จะทรงให้ทางออก พระองค์จะทรงให้เรามองเห็น คิดไอเดียดีๆ หรือมีคนมาบอกวิธี อะไรย่อมเป็นไปได้

หากยำเกรงพระองค์จริง สิ่งไม่คาดคิดจะเกิดขึ้น ด้วยเดชานุภาพต่ออัลลอฮฺ แค่เชื่อในอัลลอฮฺเท่านั้น
เพราะ 1 ใน 99 พระนามของพระองค์คือ อัลมุญีบ - ผู้ทรงตอบสนองการขอพร (ผู้ทรงตอบรับบ่าวของพระองค์ในทุกเรื่อง และทรงรับการวิงวอนขอจากสรรพสิ่งทั้งปวงอยู่ตลอดเวลา)

เหนื่อยแค่ไหน ทุกข์แค่ไหน เจออะไร ดีไม่ดี
แค่...กลับมาหาพระองค์ กลับมาพึ่งพระองค์ ผู้สร้างคุณ ผู้เป็นพระเจ้าที่แท้จริง

วัลลอฮุอะอฺลัม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่