ดุอาอฺ คำวิงวอน ขอพร เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ

1. ดุอาอฺนบียูนุส นบีมูซา ขอทางออก ขอให้ง่ายดาย
– “แล้วเขาก็ร้องเรียนท่ามกลางความมืดทึบทะมึนว่า (อ่านว่า: ลาอิลาฮะ อิลลาอันต้า ซุบฮาน้าก้า อินนี กุนตู้ มินัซซอลี่มีน)
“ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์แห่งพระองค์ท่าน แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย” ดังนั้นเราได้ตอบรับการร้องเรียนของเขา และเราได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากความทุกข์ระทมและเช่นเดียวกันนี้ เราช่วยบรรดาผู้ศรัทธา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัมบิยาอฺ 87-88)

– “เขากล่าวว่า (อ่านว่า: ร็อบบิชเราะฮฺลี ศ็อดรี วะยัซซิรฺลี อัมรี วะหฺลุล อุกดะตัม มินลิซานี ยัฟกอฮูเกาลี)
“ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดเปิดอกของข้าพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด และทรงโปรดทำให้การงานของข้าพระองค์ ง่ายดายแก่ข้าพระองค์ด้วย และทรงโปรดแก้ปมจากลิ้นของข้าพระองค์ด้วย เพื่อให้พวกเขาเข้าใจคำพูดของข้าพระองค์” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฏอฮา 25-28)


2. ดุอาอฺอิบรอฮีม ขอให้คลายกังวล
– “บรรดาที่ผู้คนได้กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงมีผู้คนได้ชุมนุมสำหรับพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงกลัวพวกเขาเถิด แล้วมันได้เพิ่มการอีมานแก่พวกเขา และพวกเขากล่าวว่าอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ที่พอเพียงแก่เราแล้ว และเป็นผู้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม แล้วพวกเขาได้กลับมา พร้อมด้วยความกรุณาจากอัลลอฮฺ และความโปรดปราน(จากพระองค์) โดยมิได้มีอันตรายใดๆ ประสบแก่พวกเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 173-174)
(อ่านว่า: หัสบุนัลลอฮุ วะ นิอฺมัล วะกีล) “อัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ที่พอเพียงแก่เราแล้ว และเป็นผู้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม”
“ท่านนบีอิบรอฮีมได้กล่าวมัน ในช่วงที่ถูกโยนลงไฟในกองไฟ ท่านนบีมุฮัมมัดก็ได้กล่าวเช่นกัน ในตอนที่มีผู้คนกล่าวกับท่านว่า แท้จริงมีผู้คนได้ชุมนุม เพื่อโจมตีพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงกลัวพวกเขาเถิด แต่ทว่า มันกลับเพิ่มความศรัทธาแก่พวกเขา(บรรดาผู้ศรัทธา)” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 4563)


3. ขอความคุ้มครอง เมื่อออกจากบ้าน
– จากท่านอนัส บิน มาลิก รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “เมื่อชายคนหนึ่งได้ออกจากบ้านของเขา แล้วเขากล่าวว่า
بِسْمِ اللَّهِ تَوَكَّلْتُ عَلَى اللَّهِ، لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللهِ
(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ข้าพระองค์ขอมอบหมายต่ออัลลอฮฺ ไม่มีพลังและไม่มีอำนาจใดๆ นอกจากด้วยอัลลอฮฺเท่านั้น)”
ท่านนบีกล่าวต่อว่า “จะมีเสียงกล่าวขึ้นในเวลานั้นว่า ‘ท่านได้รับการชี้นำแล้ว ท่านได้รับความเพียงพอแล้ว และท่านได้รับการปกป้องแล้ว’ แล้วบรรดาชัยฏอนก็หลบหลีกออกไปจากเขา จากนั้นชัยฏอนตนหนึ่งกล่าวกับอีกตนหนึ่งว่า ‘ท่านจะจัดการอย่างไรกับชายผู้ที่ได้รับการชี้นำ ได้รับความเพียงพอ และได้รับการปกป้องแล้ว?’” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ 5095)


4. ขอความคุ้มครอง ให้พ้นจากชัยฏอน
– อุษมาน บินอบุลอาศ ได้มาหาท่านนบี และพูดกับท่านว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺ ชัยฏอนรบกวนการนมาซของฉันและทำให้ฉันสับสนในการอ่านกุรอาน” ท่านรอซูลกล่าวว่า “มันคือชัยฏอนที่ถูกเรียกว่า คินซับ ดังนั้น ถ้าท่านรู้สึกว่ามันอยู่ใกล้ๆ จงกล่าวว่า “อะอูซุบิลลาฮิ มินฮู” (ฉันขอความคุ้มครอง ต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากมัน) หลังจากนั้น ให้พ่นลม ถ่มน้ำลายเบาๆ (เป่าลมเบาๆ ออกมาโดยไม่มีน้ำลาย) ทางด้านซ้ายของท่านสามครั้ง” อุษมานกล่าวว่า “ฉันได้ทำเช่นนั้น และอัลลอฮฺได้ทรงเอามันไปจากฉัน” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่  2203)


5. ขอความคุ้มครอง และบรรเทาภาระเมื่อเผชิญบททดสอบ (สองอายะฮฺสุดท้ายของซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ (อายะฮฺ 285-286)
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดอ่านสองอายะฮฺสุดท้ายของซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ (อายะฮฺ 285-286) ในเวลากลางคืน ดังนั้นสองอายะฮฺดังกล่าวย่อมเป็นการเพียงพอสำหรับเขา (ในการคุ้มครองเขา)” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 5008 และมุสลิม เลขที่ 875)

– อบูฮุร็อยเราะฮฺ เล่าว่า : เมื่ออายะฮฺกุรอานถูกประทานแก่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ว่า “สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ และถ้าหากพวกเจ้าเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเจ้า หรือปกปิดมันไว้ก็ตาม อัลลอฮฺจะทรงนำสิ่งนั้นมาชำระสอบสวนแก่พวกเจ้า แล้วพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง” (อัลกุรอาน 2:284)

บรรดาสาวกของท่านรอซูลุลลอฮฺพบว่า อายะฮฺนี้เป็นสิ่งที่ยากสำหรับพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงได้ไปหาท่านรอซูลุลลอฮฺ และคุกเข่ากล่าวว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺ เราถูกสั่งในสิ่งที่เราสามารถทำ นั่นคือ การถือศีลอด การนมาซ การญิฮาด และการให้ทาน แต่อายะฮฺได้ถูกประทานมายังท่าน และเราพบว่ามันยากสำหรับพวกเรา” ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “พวกท่านต้องการที่จะพูด สิ่งที่ชาวคัมภีร์ก่อนพวกท่านพูดว่า “เราได้ยินและเราไม่เชื่อฟัง” กระนั้นหรือ? แต่จงกล่าวว่า “เราได้ยิน และเราเชื่อฟัง และขอการอภัยโทษจากพระองค์ และยังพระองค์ที่เราจะกลับไป” เมื่อผู้คนกล่าวเช่นนั้น
อัลลอฮฺได้ประทานอายะฮฺลงมาว่า “รอซูลนั้น (นบีมุฮัมมัด) ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เขา จากพระเจ้าของเขา และมุอฺมินทั้งหลายก็ศรัทธาด้วย ทุกคนศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และมลาอิกะฮฺของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดารอซูลของพระองค์ (พวกเขากล่าวว่า) เราจะไม่แยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดารอซูลของพระองค์ และพวกเขาได้กล่าวว่า เราได้ยินแล้ว และได้ปฏิบัติตามแล้ว การอภัยโทษจากพระองค์เท่านั้นที่พวกเราปรารถนา โอ้พระเจ้าของพวกเรา และยังพระองค์นั้น คือการกลับไป” (อัลกุรอาน 2:285) เมื่อพวกเขาได้ยินและเชื่อฟัง

ดังนั้น อัลลอฮฺได้ประทานอายะฮฺที่บอกถึงการบรรเทาภาระว่า “อัลลอฮฺจะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น ชีวิตนั้นจะได้รับการตอบแทนดีในสิ่งที่เขาได้แสวงหาไว้ และชีวิตนั้นจะได้รับการลงโทษในสิ่งชั่วที่เขาได้แสวงหาไว้ โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าเอาโทษแก่เราเลย หากพวกเราลืม หรือผิดพลาดไป” อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า “ได้” (พวกเขากล่าวว่า) “โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าได้บรรทุกภาระหนักใด ๆ แก่พวกเรา เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบรรทุกมัน แก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเรามาแล้ว” พระองค์ทรงกล่าวว่า “ได้” (พวกเขากล่าวว่า) “โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าให้พวกเราแบกสิ่งที่ไม่มีกำลังใด ๆ แก่พวกเราที่จะแบกมันได้” พระองค์ทรงกล่าวว่า “ได้” (พวกเขากล่าวว่า) “และโปรดได้ทรงอภัยแก่พวกเราและยกโทษให้แก่พวกเรา และเมตตาแก่พวกเราด้วยเถิด พระองค์นั้น คือ ผู้ปกครองของพวกเรา ดังนั้นโปรดได้ทรงช่วยเหลือพวกเราให้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาด้วยเถิด” (อัลกุรอาน 2:286) พระองค์ทรงกล่าวว่า “ได้”

(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 110)


6. ขอความคุ้มครอง ขอให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติและความชั่วร้าย (อยู่ในบทอัซการเช้า-เย็น)
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยละเลยที่จะอ่านดุอาอฺนี้ทุกๆ เช้าและเย็น
อ่านว่า “อัลลอฮุมมะ อินนี อัซอะลุกัล อัฟวะ วัลอาฟิยะตะ ฟิดดุนยา วัลอาคิเราะฮฺ อัลลอฮุมมะ อินนี อัซอะลุกัล อัฟวะ วัลอาฟิยะตะ ฟีดีนี วะดุนยายะ วะอะฮฺลี วะมาลี อัลลอฮุมมัซตุร เอารอตี วะอามิน เราอาตี อัลลอฮุมมะฮฺฟัศนี มินบัยนิ ยะดัยยะ วะมิน ค็อลฟี วะอัน ยะมีนี วะอัน ชิมาลี วะมิน เฟากี วะอะอูซุ บิอะเซาะมะติกะ อันอุฆตาละ มิน ตะห์ตี”

ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ ได้โปรดประทานอภัยและความปลอดภัย (แก่ฉัน) ทั้งในโลก ดุนยาและอาคิเราะฮฺ โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ โปรดประทานอภัยและความปลอดภัยในศาสนาของฉัน โลกดุนยาของฉัน ครอบครัวของฉัน และทรัพย์สินของฉัน โอ้อัลลอฮฺ โปรดปกปิดเอาเราะฮฺ (สิ่งที่บกพร่องในตัวฉันและความลับที่ผู้อื่นไม่ควรรู้เห็น) ของฉัน และขอได้โปรดประทานความสงบเยือกเย็นในใจของฉัน โอ้อัลลอฮฺ ขอได้โปรดคุ้มครองฉันจาก (ความชั่วร้ายที่อยู่) เบื้องหน้าของฉัน เบื้องหลังของฉัน เบื้องขวาของฉัน เบื้องซ้ายของฉัน และเบื้องบนของฉัน และฉันขอความคุ้มครองด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์จากการถูกจู่โจมจากเบื้องล่างของฉัน (หมายถึงธรณีพิบัติ เช่น แผ่นดินสูบ ฯลฯ)”

(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูด เลขที่ 5074, อิบนุ มาญะฮฺ เลขที่ 3871, อัล-ฮากิม เล่ม 1 หน้า 517 และอิบนุฮิบบาน เลขที่ 961)


7. ดุอาอฺเมื่อฝนตกหนัก
– จากท่านอนัส บินมาลิก กล่าวว่า : ขณะที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังกล่าวคุฏบะฮฺวันศุกร์ ผู้คนก็ได้ลุกขึ้นร้องเรียก โดยกล่าวว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺครับ ฝนไม่ตกลงมาเลย จนต้นไม้แห้งเหี่ยวไปหมด และปศุสัตว์ก็ล้มตายเป็นจำนวนมาก ได้โปรดขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺประทานน้ำฝนแก่พวกเราด้วยเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงขอดุอาอฺว่า “โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานน้ำฝนให้กับพวกเราด้วยเถิด” ท่านกล่าว 2 ครั้ง
ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ เราไม่ได้เห็นเมฆบางๆ เลยกระทั่งเมฆหนาปรากฏ แล้วฝนก็ตกลงมา ท่านรอซูลุลลอฮฺได้ลงมาจากมิมบัรแล้วทำการละหมาด การละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว แต่ฝนยังตกลงมาจนถึงวันศุกร์ถัดไป เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ยืนกล่าวคุฏบะฮฺ ผู้คนก็ร้องเรียกท่านอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า ‘บ้านเรือนเสียหายและถนนหนทางก็ถูกตัดขาดแล้วครับ ได้โปรดขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺกันมันออกไปจากพวกเราด้วยเถิด’ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิสัลลัม ยิ้ม แล้วท่านก็ขอดุอาอฺว่า
اللَّهُمَّ حَوَالَيْنَا وَلاَ عَلَيْنَا

“โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานน้ำฝนรอบตัวเรา และอย่าให้ลงมาบนพวกเรา (จนเป็นอันตราย) เลย”
เมืองนครมะดีนะฮฺจึงกลับมาสงบ และน้ำฝนก็ตกลงมาเฉพาะบริเวณโดยรอบเท่านั้น ไม่มีน้ำฝนตกลงในเมืองมะดีนะฮฺเลย แม้แต่เม็ดเดียว แล้วฉัน (อนัส) ก็ได้มองไปยัง (ท้องฟ้าของ) เมืองมะดีนะฮฺ ปรากฏว่ามันเหมือนมงกุฎ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 1021)


8. ขอสิ่งที่ดีทดแทน เมื่อเจอบททดสอบ
– “บรรดาผู้ที่เมื่อมีเคราะห์ร้ายมาประสบแก่พวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า ‘อินนาลิลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน’ (แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงพวกเราจะกลับไปยังพระองค์) ชนเหล่านี้แหละพวกเขาจะได้รับคำชมเชย และการเอ็นดูเมตตาจากพระเจ้าของพวกเขาและชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ได้รับข้อแนะนำอันถูกต้อง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 156-157)

– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ไม่มีบ่าวคนใดที่ประสบกับความทุกข์ยากใดๆ แล้วเขาก็กล่าว 2 ดุอาอฺนี้ เว้นแต่อัลลอฮฺจะทรงประทานผลบุญเนื่องจากความทุกข์ยากนั้นของเขา และจะทรงทดแทนมันด้วยสิ่งที่ดีกว่า” 
1. ให้กล่าวว่า “อินนาลิลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน” (แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงพวกเราจะกลับไปยังพระองค์) 
2. ขอดุอาอฺ “อัลลอฮุมมะญุรนี ฟีมุซีบะตีย์ วะอัคลิฟลี คอยร็อนมินฮา”
ความหมาย – “โอ้ อัลลอฮฺ ขอทรงตอบแทนผลบุญแก่ฉันในความทุกข์โศกของฉันนี้ และขอทรงทดแทนให้ฉันซึ่งสิ่งที่ดีกว่า” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่