การที่เรายังไม่ทำความดี เท่าที่ควร
อาจเพราะยังไม่รู้ว่า ทำดีแล้วได้อะไร
หากเรารู้ว่ามีผลบุญ การตอบแทนมากมาย
เราจะไม่ย่อท้อในการทำดี
ดังนั้น ทำดีต่อไปนะ
ผู้ศรัทธาจะได้รับผลตอบแทนทั้งโลกนี้และโลกหน้า
ส่วนผู้ที่ยังไม่ศรัทธาก็จะยังได้รับผลตอบแทน แต่เฉพาะในโลกนี้ อย่างครบถ้วน
พระองค์ทรงสัญญาไว้แล้ว จะไม่ทำให้รางวัลของผู้ทำความดีสูญหาย
"และเจ้าจงอดทน เพราะแท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้รางวัลของผู้ทำความดีสูญหาย" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฮูด 115)
อ้างอิง จากอัลกุรอานและหะดีษ
อดทนทำความดี
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ผู้ใดปรารถนาให้ริสกีของเขาขยับขยายมากขึ้น และให้อายุขัยของเขายืนนานขึ้น ก็
จงเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 2067, มุสลิม เลขที่ 2557)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “มุสลิมเป็นพี่น้องของมุสลิมด้วยกัน ดังนั้น เขาต้องไม่กดขี่ข่มเหงเขา และต้องไม่ส่งเขาให้ศัตรู ใครที่
ช่วยมุสลิมในยามสิ้นหวัง อัลลอฮฺจะทรงช่วยเขาในวันฟื้นคืนชีพ และใครที่
รักษาความลับของมุสลิม จะได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺในโลกหน้า” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 2442 และมุสลิม เลขที่ 2580)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ใครที่
ช่วยบรรเทาทุกข์ยากลำบากของพี่น้องของเขาจากเคราะห์กรรมในโลกนี้ อัลลอฮฺจะทรงช่วยบรรเทาความทุกข์ยากลำบากของเขาในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ ใครที่
บรรเทาทุกข์คนที่ตกทุกข์ได้ยาก อัลลอฮฺจะทรงทำสิ่งต่างๆ ให้ง่ายสำหรับเขาในโลกหน้า และใครที่
ปิดบังความผิดของมุสลิมคนหนึ่ง อัลลอฮฺจะทรงปิดบังความผิดของเขาในโลกหน้า อัลลอฮฺจะทรงสนับสนุนบ่าวของพระองค์ตราบใดที่บ่าวคนนั้นสนับสนุนพี่น้องของเขา” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2699)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ใครก็ตามที่
ยกหนี้ให้ลูกหนี้ หรือลดหนี้ให้เขา วันกิยามะฮฺจะอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งพระบัลลังก์ของอัลลอฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดที่
ปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของพี่น้องของเขา แน่นอนอัลลอฮฺจะทรงปกป้องใบหน้าของเขาจากไฟนรกในวันกิยามะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอัตติรมีซีย์ เลขที่ 1931)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “
ผู้ใดเชิญชวนไปสู่ทางนำ เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ที่กระทำตามเขา โดยที่ผลบุญของพวกเขานั้นจะไม่ลดน้อยลงแต่ประการใด และผู้ใดที่เชิญชวนไปสู่การหลงผิด เขาจะได้รับบาปเท่ากับบาปของผู้ที่กระทำตามเขา โดยบาปของพวกเขานั้นจะไม่ได้ลดน้อยลงแต่ประการใด” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2674)
- ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ฉันเป็นผู้รับรองบ้านหลังหนึ่งในชานสวรรค์ สำหรับ
ผู้ที่ละทิ้งการโต้เถียง แม้เขาจะเป็นฝ่ายถูก และบ้านหลังหนึ่งกลางสวรรค์ สำหรับผู้ที่ละทิ้งการโกหก แม้จะพูดเล่น และบ้านหลังหนึ่งในสวรรค์ชั้นสูงสุด สำหรับ
ผู้ที่มีมารยาทดีงาม” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูด เลขที่ 4800)
- “และ โอ้ กลุ่มชนของฉัน จงขออภัยโทษต่อพระผู้อภิบาลของพวกท่าน และ
จงกลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์ พระองค์จะทรงส่งเมฆ (น้ำฝน) มาเหนือพวกท่านให้หลั่งน้ำฝนลงมาอย่างมากมาย และจะทรงเพิ่มพลังเป็นทวีคูณให้แก่พวกท่าน และพวกท่านอย่าผินหลัง (ให้แก่พระองค์) ในสภาพของผู้กระทำผิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฮูด 52)
- "และสวนสวรรค์จะถูกนำให้มาใกล้แก่บรรดาผู้ยำเกรง มันมิได้อยู่ไกลเลย นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าได้ถูกสัญญาไว้สำหรับทุกคนที่สำนึกผิด (หันหน้าเข้าหาอัลลอฮฺ) ผู้รักษาบัญญัติ (ของอัลลอฮฺ) ผู้ที่เกรงกลัวพระผู้ทรงกรุณาปรานีโดยทางลับ และมาหา (พระองค์) ด้วยจิตใจที่
สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว พวกเจ้าจงเข้าไปในสวนสวรรค์ด้วยความศานติ นั่นคือวันแห่งการพำนักอยู่ตลอดกาล สำหรับพวกเขาจะได้รับสิ่งที่พวกเขาพึงประสงค์ในสวนสวรรค์ และ ณ ที่เรานั้นยังมีอีกมากมาย" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺก็อฟ 31-35)
- - -
อดทนไม่ทำชั่ว/ไม่ทำผิด/ไม่ทำสิ่งไม่ดี
– ครั้งหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “คนที่เป็นที่รัก ณ อัลลอฮฺที่สุด คือ คนที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์มากที่สุด” นบีกล่าวต่อไปว่า “การงานที่เป็นที่รัก ณ อัลลอฮฺมากที่สุด คือ การทำให้มุสลิมคนหนึ่งมีความสุข หรือขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความลำบากใจ ปัญหาในชีวิตของเขา หรือการให้อภัยในหนี้สินของเขา การปลดหนี้ของเขา หรือการให้อาหารคนๆ หนึ่งที่หิวโหย จริงๆ แล้ว การที่ฉันได้เดินเข้าไปช่วยพี่น้องที่ต้องการความช่วยเหลือ มันเป็นสิ่งที่ฉันรักที่จะทำมัน ยิ่งกว่าการพาตัวฉันเองเข้าไปอยู่ในมัสญิดมาดีนะห์เป็นเวลาหนึ่งเดือน และใครก็ตามที่
กลืนความโกรธของเขา อัลลอฮฺจะช่วยปกปิดความผิดพลาดของเขา และใครก็ตามที่
ข่มความโมโหของเขา แม้ว่าเขาสามารถจะเอาคืนได้ก็ตาม แล้วอัลลอฮฺจะช่วยปกป้องหัวใจของเขาในวันพิพากษา และใครก็ตามที่เดินร่วมทางกับพี่น้องในการเติมเต็มความจำเป็นของคนๆ นั้น จนกระทั่งคนๆ นั้นได้ปลอดภัย แล้วอัลลอฮฺจะทำให้การเดินของเขาข้ามสะพานศิรอตในวันอาคิเราะฮฺเป็นความมั่นคง” (หะดีษเศาะฮีหฺ รายงานโดย อิบนุอุมัร)
- อุปมาของสวนสวรรค์ซึ่งบรรดาผู้ยำเกรงได้ถูกสัญญาไว้ในสวนสวรรค์นั้นมีธารน้ำหลายสายที่ไม่ผันแปร (ทั้งรสและกลิ่น) และธารน้ำนมหลายสาย ที่รสชาติของมันไม่เปลี่ยนแปลง และ
ธารน้ำจัณฑ์ (เหล้า) หลายสายเป็นที่โอชะอร่อยแก่ผู้ดื่ม และธารน้ำผึ้งที่สะอาดบริสุทธิ์หลายสาย และสำหรับพวกเขาในสวนสวรรค์นั้นมีผลไม้หลายชนิด (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺมุฮัมมัด 15)
– “โดยอยู่บนเตียงที่ประดับด้วยทองคำ พวกเขานอนเอกเขนกอยู่บนนั้น โดยผินหน้าเข้าหากัน มีเด็กๆ ที่มีอายุเช่นนั้น วนเวียนรับใช้พวกเขาตลอดไป ถ้วยภาชนะใหญ่ และแก้วที่มีหู แล
ะจอกใส่สุราที่ไหลรินมา พวกเขาจะไม่มึนศรีษะ และไม่หมดสติ เมื่อดื่มสุรานั้น และผลไม้หลากชนิด ตามแต่พวกเขาจะเลือกกิน และเนื้อนกที่พวกเขาอยากรับประทาน และหญิงสาวที่มีนัยน์ตาคมสวยงาม ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี ทั้งนี้เป็นการตอบแทนเนื่องจากความดีที่พวกเขากระทำไว้ ในสวนสวรรค์นั้นพวกเขาจะไม่ได้ยินคำพูดที่ไร้สาระ และเป็นบาป เว้นแต่คำกล่าวที่ว่า ศานติ ศานติ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลวากิอะฮฺ 15-26)
“แท้จริงเราได้บังเกิดพวกนาง เป็นกรณีพิเศษจริงๆ แล้วเราได้ทำให้
พวกนางเป็นสาวพรหมจรรย์ เป็นที่น่ารักชื่มชมแก่คู่ครอง อยู่ในวัยสาวคราวเดียวกัน (ตัฟซีร: อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงบังเกิดหญิงสาวมีความงดงามเป็นเลิศ มีฐานะสูงส่งเพรียบพร้อมทุกๆ ด้าน บรรดาสาวเหล่านั้นเป็นสาวพรหมจรรย์ ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกสงวนไว้ พวกนางจะครอบครองหัวใจคู่ครองของนางด้วยคำพูดที่ไพเราะอ่อนหวาน มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดวงตามีเสน่ห์ ชวนให้หลงใหลเคลิบเคลิ้มยิ่งนัก พวกนางอยู่ในวัยเดียวกันทั้งหมดคือในวัย 33 ปี) สำหรับกลุ่มทางขวา (ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา) (คือ)กลุ่มชนจากรุ่นก่อนๆ และกลุ่มชนจากรุ่นหลังๆ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลวากิอะฮฺ 35-40 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
- “และสำหรับผู้ที่ยำเกรง ต่อการยืนหน้าพระพักตร์แห่งพระเจ้าของเขา (เขาจะได้) สวนสวรรค์สองแห่ง” (ตัฟซีร: สำหรับผู้ที่เกรงกลัวต่อการยืนหน้าพระพักตร์ที่หน้าลาน เพื่อการตัดสินในวันกิยามะฮฺ แล้วเขาก็จงรักภักดีเชื่อฟังปฏิบัติตามข้อใช้และละเว้นไม่กระทำสิ่งที่เป็นข้อห้าม สำหรับเขาผู้นั้นจะได้รับการตอบแทนด้วยการครอบครองส
วนสวรรค์ 2 แห่ง แห่งหนึ่งสำหรับตัวของเขา และอีกแห่งหนึ่งสำหรับภรรยา และคนรับใช้ของเขา) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรเราะฮฺมาน 46 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
- ชนเหล่านั้นแหละ สำหรับพวกเขาจะได้รับสวนสวรรค์หลากหลายเป็นที่พำนัก มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของพวกเขา ในสวนสวรรค์พวกเขาจะได้
ประดับกำไลทอง และสวมอาภรณ์สีเขียวทำด้วยผ้าไหมละเอียดและผ้าไหมหยาบ นอนเอกเขนกบนเตียงในสวรรค์ เป็นการตอบแทนที่ดียิ่งและเป็นพำนักที่ดีเยี่ยม
- รายงานจากท่านอะบูฮุรอยเราะฮฺ ได้เล่าว่า ท่านได้ถามท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับลักษณะของสวนสวรรค์ ท่านอบูฮุรอยเราะฮฺถามท่านนบีว่า ‘สวรรค์ถูกสร้างมาจากอะไรบ้าง?’ ท่านนบีตอบว่า “
อิฐแต่ละก้อนทำมาจากเงิน อิฐบางก้อนทำมาจากทองคำ(ก่อสลับกันไป) ปูนที่ฉาบทำมาจากชะมดเชียงที่มีกลิ่นหอม กรวดทรายจะเป็นไข่มุกและเพชรพลอย ดินหรือทรายบางที่จะเป็นสีเหลืองอร่ามเหมือนสีหญ้าฝรั่น ใครที่เข้าไปแล้วจะพบแต่ความสุขสบาย จะไม่มีความทุกข์ ไม่มีความกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอมตะ ไม่มีวันตาย เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้นจะใหม่อยู่เสมอ ชาวสวรรค์จะหนุ่มสาวอยู่เสมอ ไม่มีแก่ชรา ไม่สิ้นสลาย” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรฺมีซีย์ และอัดดาริมีย์)
- "และเราจะเพิ่มพูนให้แก่พวกเขา ซึ่ง
ผลไม้และเนื้อตามที่พวกเขาต้องการ (ตัฟซีร: นอกเหนือจากสิ่งที่พวกเขาได้รับความสุขนานาประการแล้ว เราก็จะให้พวกเขาได้รับความโปรดปรานเพิ่มขึ้นอีกทางด้านโภชนาการ เช่น เนื้อชนิดต่าง ๆ และผลไม้หลากชนิดตามที่พวกเขาต้องการ) พวกเขาจะแลกเปลี่ยนถ้วยแก้วกันในสวรรค์ จะไม่มีการพูดจาตลกคะนอง และไม่มีการทำบาป มีเด็กวัยรุ่นของพวกเขาวนเวียนรับใช้พวกเขา เสมือนว่าพวกเขา เช่นไข่มุกถูกปกปิดไว้" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏฏูร 22-24 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
- “แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาได้ประสบความสำเร็จแล้ว บรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนในเวลาละหมาดของพวกเขา และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็น
ผู้ผินหลังให้จากเรื่องไร้สาระต่างๆ และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้บริจาคซะกาต และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้รักษา (ไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของ) ทวารของพวกเขา เว้นแต่แก่บรรดาภรรยาของพวกเขา หรือที่มือขวาของพวกเขาครอบครอง (คือทาสี) ในกรณีเช่นนั้นพวกเขาจะไม่ถูกตำหนิ ฉะนั้นผู้ใดแสวงหาอื่นจากนั้น ชนเหล่านั้นพวกเขาก็เป็นผู้ละเมิด และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้เอาใจใส่ต่อสิ่งที่ได้รับมอบหมายของพวกเขา และสัญญาของพวกเขา และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้รักษาการละหมาดของพวกเขา ชนเหล่านี้แหละพวกเขาเป็นทายาท ซึ่งพวกเขาจะได้รับมรดกสวนสวรรค์ชั้นฟิรเดาส์ พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน 1-11)
- ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริง ในสวนสวรรค์มีตลาดหนึ่งซึ่งชาวสวรรค์จะไปยังที่นั่นทุกวันศุกร์ แล้วลมจากทางเหนือจะพัดพามาและสัมผัสใบหน้าและเสื้อผ้าของพวกเขา ทำให้
พวกเขางดงามและสง่างามยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขากลับไปหาครอบครัวของพวกเขา พวกเขาก็จะสวยงามและสง่างามกว่าเดิม ครอบครัวของพวกเขาจะกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป” และพวกเขาจะตอบว่า “และพวกท่านก็เช่นกัน ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2833)
- "และสำหรับพวกท่านในสวนสวรรค์นั้น
จะได้สิ่งที่จิตใจของพวกท่านปรารถนา และสำหรับพวกท่านในสวนสวรรค์นั้นจะได้ในสิ่งที่พวกท่านเรียกร้อง" (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺฟุศศิลัต 31)
วัลลอฮุอะอฺลัม
อดทนทำความดี จะไม่เสียโอกาสดีๆ ในชีวิต
อาจเพราะยังไม่รู้ว่า ทำดีแล้วได้อะไร
หากเรารู้ว่ามีผลบุญ การตอบแทนมากมาย
เราจะไม่ย่อท้อในการทำดี
ดังนั้น ทำดีต่อไปนะ
ผู้ศรัทธาจะได้รับผลตอบแทนทั้งโลกนี้และโลกหน้า
ส่วนผู้ที่ยังไม่ศรัทธาก็จะยังได้รับผลตอบแทน แต่เฉพาะในโลกนี้ อย่างครบถ้วน
พระองค์ทรงสัญญาไว้แล้ว จะไม่ทำให้รางวัลของผู้ทำความดีสูญหาย
"และเจ้าจงอดทน เพราะแท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้รางวัลของผู้ทำความดีสูญหาย" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฮูด 115)
อ้างอิง จากอัลกุรอานและหะดีษ
อดทนทำความดี
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ผู้ใดปรารถนาให้ริสกีของเขาขยับขยายมากขึ้น และให้อายุขัยของเขายืนนานขึ้น ก็จงเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 2067, มุสลิม เลขที่ 2557)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “มุสลิมเป็นพี่น้องของมุสลิมด้วยกัน ดังนั้น เขาต้องไม่กดขี่ข่มเหงเขา และต้องไม่ส่งเขาให้ศัตรู ใครที่ช่วยมุสลิมในยามสิ้นหวัง อัลลอฮฺจะทรงช่วยเขาในวันฟื้นคืนชีพ และใครที่รักษาความลับของมุสลิม จะได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺในโลกหน้า” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 2442 และมุสลิม เลขที่ 2580)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ใครที่ช่วยบรรเทาทุกข์ยากลำบากของพี่น้องของเขาจากเคราะห์กรรมในโลกนี้ อัลลอฮฺจะทรงช่วยบรรเทาความทุกข์ยากลำบากของเขาในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ ใครที่บรรเทาทุกข์คนที่ตกทุกข์ได้ยาก อัลลอฮฺจะทรงทำสิ่งต่างๆ ให้ง่ายสำหรับเขาในโลกหน้า และใครที่ปิดบังความผิดของมุสลิมคนหนึ่ง อัลลอฮฺจะทรงปิดบังความผิดของเขาในโลกหน้า อัลลอฮฺจะทรงสนับสนุนบ่าวของพระองค์ตราบใดที่บ่าวคนนั้นสนับสนุนพี่น้องของเขา” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2699)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ใครก็ตามที่ยกหนี้ให้ลูกหนี้ หรือลดหนี้ให้เขา วันกิยามะฮฺจะอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งพระบัลลังก์ของอัลลอฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดที่ปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของพี่น้องของเขา แน่นอนอัลลอฮฺจะทรงปกป้องใบหน้าของเขาจากไฟนรกในวันกิยามะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอัตติรมีซีย์ เลขที่ 1931)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดเชิญชวนไปสู่ทางนำ เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ที่กระทำตามเขา โดยที่ผลบุญของพวกเขานั้นจะไม่ลดน้อยลงแต่ประการใด และผู้ใดที่เชิญชวนไปสู่การหลงผิด เขาจะได้รับบาปเท่ากับบาปของผู้ที่กระทำตามเขา โดยบาปของพวกเขานั้นจะไม่ได้ลดน้อยลงแต่ประการใด” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2674)
- ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ฉันเป็นผู้รับรองบ้านหลังหนึ่งในชานสวรรค์ สำหรับผู้ที่ละทิ้งการโต้เถียง แม้เขาจะเป็นฝ่ายถูก และบ้านหลังหนึ่งกลางสวรรค์ สำหรับผู้ที่ละทิ้งการโกหก แม้จะพูดเล่น และบ้านหลังหนึ่งในสวรรค์ชั้นสูงสุด สำหรับผู้ที่มีมารยาทดีงาม” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูด เลขที่ 4800)
- “และ โอ้ กลุ่มชนของฉัน จงขออภัยโทษต่อพระผู้อภิบาลของพวกท่าน และจงกลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์ พระองค์จะทรงส่งเมฆ (น้ำฝน) มาเหนือพวกท่านให้หลั่งน้ำฝนลงมาอย่างมากมาย และจะทรงเพิ่มพลังเป็นทวีคูณให้แก่พวกท่าน และพวกท่านอย่าผินหลัง (ให้แก่พระองค์) ในสภาพของผู้กระทำผิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฮูด 52)
- "และสวนสวรรค์จะถูกนำให้มาใกล้แก่บรรดาผู้ยำเกรง มันมิได้อยู่ไกลเลย นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าได้ถูกสัญญาไว้สำหรับทุกคนที่สำนึกผิด (หันหน้าเข้าหาอัลลอฮฺ) ผู้รักษาบัญญัติ (ของอัลลอฮฺ) ผู้ที่เกรงกลัวพระผู้ทรงกรุณาปรานีโดยทางลับ และมาหา (พระองค์) ด้วยจิตใจที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว พวกเจ้าจงเข้าไปในสวนสวรรค์ด้วยความศานติ นั่นคือวันแห่งการพำนักอยู่ตลอดกาล สำหรับพวกเขาจะได้รับสิ่งที่พวกเขาพึงประสงค์ในสวนสวรรค์ และ ณ ที่เรานั้นยังมีอีกมากมาย" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺก็อฟ 31-35)
- - -
อดทนไม่ทำชั่ว/ไม่ทำผิด/ไม่ทำสิ่งไม่ดี
– ครั้งหนึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “คนที่เป็นที่รัก ณ อัลลอฮฺที่สุด คือ คนที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์มากที่สุด” นบีกล่าวต่อไปว่า “การงานที่เป็นที่รัก ณ อัลลอฮฺมากที่สุด คือ การทำให้มุสลิมคนหนึ่งมีความสุข หรือขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความลำบากใจ ปัญหาในชีวิตของเขา หรือการให้อภัยในหนี้สินของเขา การปลดหนี้ของเขา หรือการให้อาหารคนๆ หนึ่งที่หิวโหย จริงๆ แล้ว การที่ฉันได้เดินเข้าไปช่วยพี่น้องที่ต้องการความช่วยเหลือ มันเป็นสิ่งที่ฉันรักที่จะทำมัน ยิ่งกว่าการพาตัวฉันเองเข้าไปอยู่ในมัสญิดมาดีนะห์เป็นเวลาหนึ่งเดือน และใครก็ตามที่กลืนความโกรธของเขา อัลลอฮฺจะช่วยปกปิดความผิดพลาดของเขา และใครก็ตามที่ข่มความโมโหของเขา แม้ว่าเขาสามารถจะเอาคืนได้ก็ตาม แล้วอัลลอฮฺจะช่วยปกป้องหัวใจของเขาในวันพิพากษา และใครก็ตามที่เดินร่วมทางกับพี่น้องในการเติมเต็มความจำเป็นของคนๆ นั้น จนกระทั่งคนๆ นั้นได้ปลอดภัย แล้วอัลลอฮฺจะทำให้การเดินของเขาข้ามสะพานศิรอตในวันอาคิเราะฮฺเป็นความมั่นคง” (หะดีษเศาะฮีหฺ รายงานโดย อิบนุอุมัร)
- อุปมาของสวนสวรรค์ซึ่งบรรดาผู้ยำเกรงได้ถูกสัญญาไว้ในสวนสวรรค์นั้นมีธารน้ำหลายสายที่ไม่ผันแปร (ทั้งรสและกลิ่น) และธารน้ำนมหลายสาย ที่รสชาติของมันไม่เปลี่ยนแปลง และธารน้ำจัณฑ์ (เหล้า) หลายสายเป็นที่โอชะอร่อยแก่ผู้ดื่ม และธารน้ำผึ้งที่สะอาดบริสุทธิ์หลายสาย และสำหรับพวกเขาในสวนสวรรค์นั้นมีผลไม้หลายชนิด (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺมุฮัมมัด 15)
– “โดยอยู่บนเตียงที่ประดับด้วยทองคำ พวกเขานอนเอกเขนกอยู่บนนั้น โดยผินหน้าเข้าหากัน มีเด็กๆ ที่มีอายุเช่นนั้น วนเวียนรับใช้พวกเขาตลอดไป ถ้วยภาชนะใหญ่ และแก้วที่มีหู และจอกใส่สุราที่ไหลรินมา พวกเขาจะไม่มึนศรีษะ และไม่หมดสติ เมื่อดื่มสุรานั้น และผลไม้หลากชนิด ตามแต่พวกเขาจะเลือกกิน และเนื้อนกที่พวกเขาอยากรับประทาน และหญิงสาวที่มีนัยน์ตาคมสวยงาม ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกพิทักษ์รักษาไว้อย่างดี ทั้งนี้เป็นการตอบแทนเนื่องจากความดีที่พวกเขากระทำไว้ ในสวนสวรรค์นั้นพวกเขาจะไม่ได้ยินคำพูดที่ไร้สาระ และเป็นบาป เว้นแต่คำกล่าวที่ว่า ศานติ ศานติ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลวากิอะฮฺ 15-26)
“แท้จริงเราได้บังเกิดพวกนาง เป็นกรณีพิเศษจริงๆ แล้วเราได้ทำให้พวกนางเป็นสาวพรหมจรรย์ เป็นที่น่ารักชื่มชมแก่คู่ครอง อยู่ในวัยสาวคราวเดียวกัน (ตัฟซีร: อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงบังเกิดหญิงสาวมีความงดงามเป็นเลิศ มีฐานะสูงส่งเพรียบพร้อมทุกๆ ด้าน บรรดาสาวเหล่านั้นเป็นสาวพรหมจรรย์ ประหนึ่งไข่มุกที่ถูกสงวนไว้ พวกนางจะครอบครองหัวใจคู่ครองของนางด้วยคำพูดที่ไพเราะอ่อนหวาน มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดวงตามีเสน่ห์ ชวนให้หลงใหลเคลิบเคลิ้มยิ่งนัก พวกนางอยู่ในวัยเดียวกันทั้งหมดคือในวัย 33 ปี) สำหรับกลุ่มทางขวา (ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา) (คือ)กลุ่มชนจากรุ่นก่อนๆ และกลุ่มชนจากรุ่นหลังๆ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลวากิอะฮฺ 35-40 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
- “และสำหรับผู้ที่ยำเกรง ต่อการยืนหน้าพระพักตร์แห่งพระเจ้าของเขา (เขาจะได้) สวนสวรรค์สองแห่ง” (ตัฟซีร: สำหรับผู้ที่เกรงกลัวต่อการยืนหน้าพระพักตร์ที่หน้าลาน เพื่อการตัดสินในวันกิยามะฮฺ แล้วเขาก็จงรักภักดีเชื่อฟังปฏิบัติตามข้อใช้และละเว้นไม่กระทำสิ่งที่เป็นข้อห้าม สำหรับเขาผู้นั้นจะได้รับการตอบแทนด้วยการครอบครองสวนสวรรค์ 2 แห่ง แห่งหนึ่งสำหรับตัวของเขา และอีกแห่งหนึ่งสำหรับภรรยา และคนรับใช้ของเขา) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรเราะฮฺมาน 46 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
- ชนเหล่านั้นแหละ สำหรับพวกเขาจะได้รับสวนสวรรค์หลากหลายเป็นที่พำนัก มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของพวกเขา ในสวนสวรรค์พวกเขาจะได้ประดับกำไลทอง และสวมอาภรณ์สีเขียวทำด้วยผ้าไหมละเอียดและผ้าไหมหยาบ นอนเอกเขนกบนเตียงในสวรรค์ เป็นการตอบแทนที่ดียิ่งและเป็นพำนักที่ดีเยี่ยม
- รายงานจากท่านอะบูฮุรอยเราะฮฺ ได้เล่าว่า ท่านได้ถามท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับลักษณะของสวนสวรรค์ ท่านอบูฮุรอยเราะฮฺถามท่านนบีว่า ‘สวรรค์ถูกสร้างมาจากอะไรบ้าง?’ ท่านนบีตอบว่า “อิฐแต่ละก้อนทำมาจากเงิน อิฐบางก้อนทำมาจากทองคำ(ก่อสลับกันไป) ปูนที่ฉาบทำมาจากชะมดเชียงที่มีกลิ่นหอม กรวดทรายจะเป็นไข่มุกและเพชรพลอย ดินหรือทรายบางที่จะเป็นสีเหลืองอร่ามเหมือนสีหญ้าฝรั่น ใครที่เข้าไปแล้วจะพบแต่ความสุขสบาย จะไม่มีความทุกข์ ไม่มีความกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอมตะ ไม่มีวันตาย เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้นจะใหม่อยู่เสมอ ชาวสวรรค์จะหนุ่มสาวอยู่เสมอ ไม่มีแก่ชรา ไม่สิ้นสลาย” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรฺมีซีย์ และอัดดาริมีย์)
- "และเราจะเพิ่มพูนให้แก่พวกเขา ซึ่งผลไม้และเนื้อตามที่พวกเขาต้องการ (ตัฟซีร: นอกเหนือจากสิ่งที่พวกเขาได้รับความสุขนานาประการแล้ว เราก็จะให้พวกเขาได้รับความโปรดปรานเพิ่มขึ้นอีกทางด้านโภชนาการ เช่น เนื้อชนิดต่าง ๆ และผลไม้หลากชนิดตามที่พวกเขาต้องการ) พวกเขาจะแลกเปลี่ยนถ้วยแก้วกันในสวรรค์ จะไม่มีการพูดจาตลกคะนอง และไม่มีการทำบาป มีเด็กวัยรุ่นของพวกเขาวนเวียนรับใช้พวกเขา เสมือนว่าพวกเขา เช่นไข่มุกถูกปกปิดไว้" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏฏูร 22-24 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
- “แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาได้ประสบความสำเร็จแล้ว บรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนในเวลาละหมาดของพวกเขา และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้ผินหลังให้จากเรื่องไร้สาระต่างๆ และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้บริจาคซะกาต และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้รักษา (ไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของ) ทวารของพวกเขา เว้นแต่แก่บรรดาภรรยาของพวกเขา หรือที่มือขวาของพวกเขาครอบครอง (คือทาสี) ในกรณีเช่นนั้นพวกเขาจะไม่ถูกตำหนิ ฉะนั้นผู้ใดแสวงหาอื่นจากนั้น ชนเหล่านั้นพวกเขาก็เป็นผู้ละเมิด และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้เอาใจใส่ต่อสิ่งที่ได้รับมอบหมายของพวกเขา และสัญญาของพวกเขา และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้รักษาการละหมาดของพวกเขา ชนเหล่านี้แหละพวกเขาเป็นทายาท ซึ่งพวกเขาจะได้รับมรดกสวนสวรรค์ชั้นฟิรเดาส์ พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน 1-11)
- ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริง ในสวนสวรรค์มีตลาดหนึ่งซึ่งชาวสวรรค์จะไปยังที่นั่นทุกวันศุกร์ แล้วลมจากทางเหนือจะพัดพามาและสัมผัสใบหน้าและเสื้อผ้าของพวกเขา ทำให้พวกเขางดงามและสง่างามยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขากลับไปหาครอบครัวของพวกเขา พวกเขาก็จะสวยงามและสง่างามกว่าเดิม ครอบครัวของพวกเขาจะกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป” และพวกเขาจะตอบว่า “และพวกท่านก็เช่นกัน ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2833)
- "และสำหรับพวกท่านในสวนสวรรค์นั้น จะได้สิ่งที่จิตใจของพวกท่านปรารถนา และสำหรับพวกท่านในสวนสวรรค์นั้นจะได้ในสิ่งที่พวกท่านเรียกร้อง" (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺฟุศศิลัต 31)
วัลลอฮุอะอฺลัม