การดูดวงจันทร์ของทุกพื้นที่ เพื่อกำหนดเดือนใหม่ หรือวันเริ่มวันถือศีลอด หรือวันอีดิ้ล เป็นไปตามพื้นที่นั้น

การที่อัลลอฮฺ ทรงสร้างโลกเป็นวงกลม ในเวลาเดียวกัน
แต่ละประเทศมีกลางวัน-กลางคืนต่างกัน
แม้กระทั่งไทย กับมาเลเซีย เวลายังต่างกัน 1 ชั่วโมง
นั้นมีความดีซ่อนอยู่

“และดวงจันทร์นั้น เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่ง จนกระทั่งมันได้กลายมาเป็นเช่นกิ่งอินทผลัมแห้ง (ตัฟซีร: ดวงจันทร์ก็เช่นเดียวกัน พระองค์ทรงกำหนดให้มันโคจรไปตามตำแหน่งของมันซึ่งมีอยู่ 28 ตำแหน่ง ใน 28 คืน ทุกคืนมันจะโคจรอยู่ในตำแหน่งของมันโดยไม่คลาดเคลื่อนหรือออกนอกตำแหน่ง ทั้งนี้เพื่อให้มนุษย์ได้รู้จัก วัน เดือน ปี และการคำนวณ ดวงจันทร์เริ่มขึ้นเป็นจันทร์เสี้ยวแล้วมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกระทั่งเต็มดวงเมื่อกลางเดือน และมีขนาดเล็กลงจนกระทั่งมีสภาพคล้ายกิ่งอินทผลัมแห้งเมื่อปลายเดือน) ดวงอาทิตย์ก็ไม่สมควร (อนุมัติ) แก่มันที่จะไล่ตามใกล้ดวงจันทร์ และกลางคืนก็จะไม่ล้ำหน้ากลางวัน และทั้งหมดนั้นจะเวียนว่ายอยู่ในจักรราศี” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺยาซีน 39-40 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)

ดังนั้น การที่จะถือว่าวันใดเริ่มถือศีลอด หรือเริ่มวันรายอ (คือวันอิดิ้ลฟิตริ หรืออิดิ้ลอัฎฮา)
ก็เป็นไปตามที่อัลลอฮฺกำหนด คือ ทรงให้เห็นดวงจันทร์ในคืนนั้น วันรุ่งขึ้นก็เริ่มเดือนใหม่
หากไม่เห็นก็เป็นวันถัดไปแทน

หากจะยึดในพื้นที่ใดให้เหมือนกันทั้งโลก ก็คงเหมือนการมีโลกเป็นทรงแบน
เห็นดวงจันทร์เหมือนกัน ก็เริ่มเดือนใหม่เหมือนกัน

การที่แต่ละประเทศมีการกำหนดวันถือศีลอด หรือวันรายอต่างกันตามการเห็นดวงจันทร์ที่ต่างกันนั้น
มีความดีซ่อนอยู่ เช่น ถ้าในปีนี้ เดือนรอมฎอน หรือเดือนซุลฮิจญะฮฺ เริ่มเดือนต่างกัน เราช้ากว่า
เมื่อเราเห็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางที่ทำอิบาดะฮฺ มุ่งหน้าไปก่อน (เริ่มเดือนใหม่ก่อน)
ทำให้เราต้องกระตือรือล้น ตั้งใจทำความดีในวันที่เหลือ หรือเตรียมตัวรับเดือนใหม่หลังจากเขา

แม้การกำหนดเดือนใหม่ล่าช้า เพราะไม่เห็นเดือน เดือนใหม่จึงเริ่มวันมะรืน
นั้นมีความดีซ่อนอยู่ สำหรับคนที่ลืมดูการกำหนดดวงจันทร์
เขายังมีเวลาเตรียมตัวทัน และคนที่ยังเคลียร์งานบางอย่างให้ทันก่อนเดือนใหม่
เขาจะได้ทำทัน

อิสลามมีแนวทางในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการแสดงความจงรักภักดี(ทำอิบาดะฮฺ) ที่ชัดเจน
ผ่านอัลกุรอานและหะดีษ การที่แต่ละประเทศกำหนดเดือนต่างกันนั้น จึงไม่ใช่แค่การเชื่อฟังผู้นำในประเทศ
แต่คือการเชื่อฟังผู้นำแห่งมนุษยชาติ คือ นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
พระองค์ให้เดือนใหม่เป็นวันไหน..ก็วันนั้น

หากเรายึดตามบางพื้นที่ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ โดยที่เห็นดวงจันทร์ต่างกัน
ในอดีตย่อมมีปัญหาแน่ๆ เพราะไม่มีออนไลน์ ต้องม้าเร็วบอกกันเลยทีเดียว
แต่แม้ยุคนี้จะมีออนไลน์ แต่ชั่วโมงต่างกัน จะใช้ชีวิตลำบาก แต่อิสลามนั้นเรียบง่าย
เช่น ไทยต้องรอผลดึกมาก จากฝั่งประเทศส่วนกลางในการกำหนดเดือนใหม่
แต่ตามเกณฑ์มาตรฐานของไทยคือกำหนดเวลา 2 ทุ่ม ก็ประกาศแล้ว
เป็นเวลาที่เหมาะสมในการเตรียมตัวเริ่มเดือนใหม่
หรือยังมีเวลาอีกวัน ในการเคลียร์ก่อนเริ่มเดือนใหม่อีก 1 วัน

มีหะดีษหนึ่งที่อธิบายชัดเจนว่า การเห็นดวงจันทร์ในพื้นที่ประเทศต่างกัน
สามารถใช้กำหนดวันถือศีลอด หรือวันอีดิ้ลฟิตริ หรืออิดิ้ลอัฎฮา ต่างกันได้
ดังนี้

กุร็อยบ์ กล่าวว่า อุมมุลฟัฏล์ บินตุ อัลฮาริษ ได้ส่งเขา (ฟัฏล์ ลูกชายของนาง) ไปยังมุอาวิยะฮฺในซีเรีย เขาจึงไปที่นั่นและทำสิ่งที่นางต้องการจนเสร็จสิ้น ในขณะที่อยู่ที่นั่น เดือนเราะมะฎอนได้เริ่มต้นแล้ว เขากล่าวว่า “ฉันเห็นดวงจันทร์ใหม่ในวันศุกร์” หลังจากนั้น ฉันได้กลับมายังมะดีนะฮฺในตอนท้ายของเดือน อับดุลลอฮฺ บินอับบาส ถามฉันเกี่ยวกับดวงจันทร์ใหม่ของเดือนเราะมะฎอนว่า “ท่านเห็นมันเมื่อใด?” ฉันกล่าวว่า “ฉันเห็นมันตอนคืนวันศุกร์” เขากล่าวว่า “ท่านเห็นมันโดยตัวของท่านเองใช่ไหม?” ฉันตอบว่า “ใช่ และคนอื่นก็เห็นด้วย ดังนั้น พวกเขาจึงถือศีลอดกันและมุอาวิยะฮฺก็ถือศีลอดด้วย” ดังนั้น เขาจึงกล่าวว่า “แต่เราเห็นมันในคืนวันเสาร์ ดังนั้น เราจะถือศีลอดของเราต่อไปจนกว่าจะครบสามสิบวันหรือจนกว่าเราจะเห็นดวงจันทร์ใหม่ของเดือนเชาวาล” ฉันกล่าวว่า “การเห็นดวงจันทร์ของมุอาวิยะฮฺใช้ไม่ได้สำหรับท่าน?” เขากล่าวว่า “ไม่ นี่คือสิ่งที่ท่านรอซูลุลลอฮฺสั่งเรา”  (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 1087)



วัลลอฮุอะอฺลัม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่