ช่วงหลังๆ มานี้ เราชอบถามตัวเองบ่อยมากว่า จริงๆ แล้วเรากำลังเดินไปทางไหนกันแน่
ตอนเด็กเคยตอบได้ง่ายนะว่าอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร มันดูชัดไปหมด แต่พอโตขึ้นมา คำตอบพวกนั้นมันค่อยๆ หายไปแบบไม่รู้ตัว
กลายเป็นว่าใช้ชีวิตไปวันๆ ทำในสิ่งที่ควรทำ มากกว่าสิ่งที่อยากทำ แล้วก็ปล่อยให้เวลามันเดินไปเรื่อยๆ
บางทีก็นั่งคิดว่า หรือเรามีความฝันอยู่แล้ว แต่แค่ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับมันจริงๆ หรือเปล่า
หรือบางทีก็คิดอีกมุม ว่าเราคงเป็นคนที่ไม่ได้มีความฝันยิ่งใหญ่อะไร แค่อยากมีชีวิตที่โอเคในแบบของตัวเองก็พอ
มันไม่ได้เศร้านะ แต่มันออกไปทางว่างๆ มากกว่า เหมือนยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหลายทาง แต่ยังไม่รู้จะเลือกไปทางไหน
แล้วก็แปลกดี ที่ถึงจะยังไม่รู้ แต่เราก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่หยุด เหมือนมีอะไรบางอย่างข้างในที่ยังผลักให้เราไปต่อ
บางทีความฝันมันอาจจะไม่ได้ต้องชัดตั้งแต่แรกก็ได้ มันอาจจะค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ระหว่างทางที่เราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ
ตอนนี้เลยแค่บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไรถ้ายังไม่รู้ แค่ยังไม่หยุดเดินก็น่าจะพอแล้ว
บางทีก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ความฝันของตัวเองคืออะไร
ตอนเด็กเคยตอบได้ง่ายนะว่าอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร มันดูชัดไปหมด แต่พอโตขึ้นมา คำตอบพวกนั้นมันค่อยๆ หายไปแบบไม่รู้ตัว
กลายเป็นว่าใช้ชีวิตไปวันๆ ทำในสิ่งที่ควรทำ มากกว่าสิ่งที่อยากทำ แล้วก็ปล่อยให้เวลามันเดินไปเรื่อยๆ
บางทีก็นั่งคิดว่า หรือเรามีความฝันอยู่แล้ว แต่แค่ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับมันจริงๆ หรือเปล่า
หรือบางทีก็คิดอีกมุม ว่าเราคงเป็นคนที่ไม่ได้มีความฝันยิ่งใหญ่อะไร แค่อยากมีชีวิตที่โอเคในแบบของตัวเองก็พอ
มันไม่ได้เศร้านะ แต่มันออกไปทางว่างๆ มากกว่า เหมือนยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหลายทาง แต่ยังไม่รู้จะเลือกไปทางไหน
แล้วก็แปลกดี ที่ถึงจะยังไม่รู้ แต่เราก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่หยุด เหมือนมีอะไรบางอย่างข้างในที่ยังผลักให้เราไปต่อ
บางทีความฝันมันอาจจะไม่ได้ต้องชัดตั้งแต่แรกก็ได้ มันอาจจะค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ระหว่างทางที่เราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ
ตอนนี้เลยแค่บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไรถ้ายังไม่รู้ แค่ยังไม่หยุดเดินก็น่าจะพอแล้ว