(13) THE "ER" SOUND
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 18
ก่อนเริ่มวันนี้ สรุปสระเสียงยาวที่เราเรียนกันไปแล้ว...
1. "
สระอี" ที่สะกดเป็น
-ee, -ea, -ie (และอื่น ๆ) เช่น agree, leave, believe
2. "
สระอู" ที่สะกดเป็น
-oo, -ue, -ew เช่น food, blue, new
3. "
สระอา" ที่สะกดเป็น
-ar, -a, -ear เช่น far, father, heart
4. "
สระออ" ที่สะกดเป็น
-or, -aw, -oar เช่น chord, law, board
สระเสียงยาวตัวที่ 5 (เป็นสระเสียงยาวตัวสุดท้าย และเป็นสระลำดับที่ 13 ในซีรีส์ Phonics นี้) ที่เราจะศึกษากันวันนี้คือ “สระเออ” (The “er” sound) ที่มีสัญลักษณ์โฟเนติกส์ /
ɜː/
_______________
13. “
สระเออ” (The “er” sound —> /ɜː/) มีวิธีสะกด 6 แบบ
📌 ตัวสะกดหลัก 3 แบบ
👉🏻 “-
er” เช่น
person, serve, her, verb, nerd
(อ่าน เพอ-เซิ่น, เซิฟ, เฮอ, เฟิบ, เนิด)
คำอื่น ๆ เช่น germ, term, verse, mercy, servant
👉🏻 “
-ir” เช่น
first, bird, girl, third, shirt
(อ่าน เฟิสทฺ, เบิด, เกิล, เธิด, เชิท)
คำอื่น ๆ เช่น dirt, stir, birth, skirt, sir
👉🏻 “-
ur” เช่น
turn, nurse, church, hurt, fur
(อ่าน เทิน, เนิส, เชิทชฺ, เฮิท, เฟอ)
คำอื่น ๆ เช่น blur, curve, burn, purse, surface
. . . . .
📌 ตัวสะกดรอง 1 แบบ
👉🏻 “
-ear” เช่น
learn, yearn, early, pearl, search
(อ่าน เลิน, เยิน, เออ-ลี, เพิล, เสิช)
คำอื่น ๆ เช่น earth, heard, rehearse, earn
. . . . .
📌 ตัวสะกดพิเศษ 2 แบบ (เจอแค่ไม่กี่คำ)
👉🏻 “
wor-” (-or ที่ขึ้นต้นด้วย w) เช่น
word, work, world
(อ่าน เวิด, เวิค, เวิลดฺ)
รวมไปถึง
worm, worth, worse, worry*
👉🏻 “-
our” เช่น
journey, courtesy, adjourn
(อ่าน เจอ-นี, เคอ-เทอะ-สี, เออะ-เจิน)
รวมไปถึง
scourge, courage*, nourish*
(สามคำที่ผม * ไว้คือมีเฉพาะสำเนียงอเมริกันที่อ่านเป็นสระเออ สำเนียงอังกฤษอ่าน วะ-รี, คะ-ริดจฺ, นะ-ริช โดยใช้สระอะ)
_______________
ตัวสะกดแปลก ๆ ของสระเออ (ที่เราอาจจะไม่ได้เจอเลยในชีวิตนี้) คือ
-yr เช่นในคำว่า "
myrtle" (ต้นเมอร์เทิล เป็นไม้พุ่มชนิดหนึ่ง) หรือบางทีนามสกุลฝรั่งสะกดว่า "
Byrd" ก็ให้อ่านออกเสียงว่า “เบิด” เหมือนคำว่า bird เลย
อีกตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือคำว่า "
colonel" ที่อ่าน “
เคอ-เนิ่ลฺ” (KER-nuhl) มีการสะกดที่ประหลาดคือ
-olo มันกลายเป็นเสียงสระเออในคำนี้ ไม่อ่านโคโลเนล แต่เป็นเคอร์เนล (สาเหตุที่อ่านแบบนี้เพราะภาษาอังกฤษยืมคำนี้มาจาก “Coronel” ในภาษาฝรั่งเศสและพยายามออกเสียงตาม ก่อนจะเปลี่ยนจากตัว r มาสะกดเป็นตัว l ในภายหลัง ตามต้นกำเนิดของคำนี้มาจากภาษาละติน Columna ครับ)
และอีกข้อที่สำคัญมาก ๆ สำหรับ “สระเออ” ในวันนี้คือ... สำเนียงอเมริกันต้องออกเสียง r เสมอครับ เนื่องจาก The “er” sound มันเป็น
r-controlled vowel ในสำเนียงอเมริกัน และตัวโฟเนติกส์สำหรับสระเออสำเนียงอเมริกันคือ /
ɝː/
เช่นคำว่า “
Person” คนอังกฤษอ่าน “
เพอ-เซิ่น” /ˈpɜː.sən/ แต่คนอเมริกันอ่าน “
เพอรฺ-เซิ่น” /ˈpɝː.sən/ หรือคำว่า “
Hurt” ที่คนอังกฤษอ่าน “
เฮิท” /hɜːt/ แต่คนอเมริกันอ่าน “
เฮิรฺท” /hɝːt/ เป็นต้น
_________________
“
รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧
[DAY: 18] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 18
ก่อนเริ่มวันนี้ สรุปสระเสียงยาวที่เราเรียนกันไปแล้ว...
1. "สระอี" ที่สะกดเป็น -ee, -ea, -ie (และอื่น ๆ) เช่น agree, leave, believe
2. "สระอู" ที่สะกดเป็น -oo, -ue, -ew เช่น food, blue, new
3. "สระอา" ที่สะกดเป็น -ar, -a, -ear เช่น far, father, heart
4. "สระออ" ที่สะกดเป็น -or, -aw, -oar เช่น chord, law, board
สระเสียงยาวตัวที่ 5 (เป็นสระเสียงยาวตัวสุดท้าย และเป็นสระลำดับที่ 13 ในซีรีส์ Phonics นี้) ที่เราจะศึกษากันวันนี้คือ “สระเออ” (The “er” sound) ที่มีสัญลักษณ์โฟเนติกส์ /ɜː/
_______________
13. “สระเออ” (The “er” sound —> /ɜː/) มีวิธีสะกด 6 แบบ
📌 ตัวสะกดหลัก 3 แบบ
👉🏻 “-er” เช่น person, serve, her, verb, nerd
(อ่าน เพอ-เซิ่น, เซิฟ, เฮอ, เฟิบ, เนิด)
คำอื่น ๆ เช่น germ, term, verse, mercy, servant
👉🏻 “-ir” เช่น first, bird, girl, third, shirt
(อ่าน เฟิสทฺ, เบิด, เกิล, เธิด, เชิท)
คำอื่น ๆ เช่น dirt, stir, birth, skirt, sir
👉🏻 “-ur” เช่น turn, nurse, church, hurt, fur
(อ่าน เทิน, เนิส, เชิทชฺ, เฮิท, เฟอ)
คำอื่น ๆ เช่น blur, curve, burn, purse, surface
. . . . .
📌 ตัวสะกดรอง 1 แบบ
👉🏻 “-ear” เช่น learn, yearn, early, pearl, search
(อ่าน เลิน, เยิน, เออ-ลี, เพิล, เสิช)
คำอื่น ๆ เช่น earth, heard, rehearse, earn
. . . . .
📌 ตัวสะกดพิเศษ 2 แบบ (เจอแค่ไม่กี่คำ)
👉🏻 “wor-” (-or ที่ขึ้นต้นด้วย w) เช่น word, work, world
(อ่าน เวิด, เวิค, เวิลดฺ)
รวมไปถึง worm, worth, worse, worry*
👉🏻 “-our” เช่น journey, courtesy, adjourn
(อ่าน เจอ-นี, เคอ-เทอะ-สี, เออะ-เจิน)
รวมไปถึง scourge, courage*, nourish*
(สามคำที่ผม * ไว้คือมีเฉพาะสำเนียงอเมริกันที่อ่านเป็นสระเออ สำเนียงอังกฤษอ่าน วะ-รี, คะ-ริดจฺ, นะ-ริช โดยใช้สระอะ)
_______________
ตัวสะกดแปลก ๆ ของสระเออ (ที่เราอาจจะไม่ได้เจอเลยในชีวิตนี้) คือ -yr เช่นในคำว่า "myrtle" (ต้นเมอร์เทิล เป็นไม้พุ่มชนิดหนึ่ง) หรือบางทีนามสกุลฝรั่งสะกดว่า "Byrd" ก็ให้อ่านออกเสียงว่า “เบิด” เหมือนคำว่า bird เลย
อีกตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือคำว่า "colonel" ที่อ่าน “เคอ-เนิ่ลฺ” (KER-nuhl) มีการสะกดที่ประหลาดคือ -olo มันกลายเป็นเสียงสระเออในคำนี้ ไม่อ่านโคโลเนล แต่เป็นเคอร์เนล (สาเหตุที่อ่านแบบนี้เพราะภาษาอังกฤษยืมคำนี้มาจาก “Coronel” ในภาษาฝรั่งเศสและพยายามออกเสียงตาม ก่อนจะเปลี่ยนจากตัว r มาสะกดเป็นตัว l ในภายหลัง ตามต้นกำเนิดของคำนี้มาจากภาษาละติน Columna ครับ)
และอีกข้อที่สำคัญมาก ๆ สำหรับ “สระเออ” ในวันนี้คือ... สำเนียงอเมริกันต้องออกเสียง r เสมอครับ เนื่องจาก The “er” sound มันเป็น r-controlled vowel ในสำเนียงอเมริกัน และตัวโฟเนติกส์สำหรับสระเออสำเนียงอเมริกันคือ /ɝː/
เช่นคำว่า “Person” คนอังกฤษอ่าน “เพอ-เซิ่น” /ˈpɜː.sən/ แต่คนอเมริกันอ่าน “เพอรฺ-เซิ่น” /ˈpɝː.sən/ หรือคำว่า “Hurt” ที่คนอังกฤษอ่าน “เฮิท” /hɜːt/ แต่คนอเมริกันอ่าน “เฮิรฺท” /hɝːt/ เป็นต้น
_________________
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧