(14) THE SHORT "OO" SOUND
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 19
เรามาศึกษา “
เสียงสระ” กันต่อครับ
มาสรุปกันก่อนว่าเราได้เรียนสระตัวไหนไปบ้างแล้ว...
—>
DAY 1 - 10: สระเสียงยาวพื้นฐาน 5 ตัว (เอ อี อาย โอว อู) พร้อมข้อยกเว้นตัวสะกด
—>
DAY 11 - 15: สระเสียงสั้นพื้นฐาน 5 ตัว (แอะ เอะ อิ เอาะ อะ)
—>
DAY 16 17 18: สระเสียงยาวที่เหลือ 3 ตัว (อา ออ เออ)
ดังนั้นตอนนี้เราได้เก็บวิธีสะกด “
สระเสียงยาวแท้” (True Long Vowels) ไปจนครบทุกตัวแล้วนะ (ภาษาอังกฤษมีสระเสียงยาวทั้งหมด 13 ตัว แบ่งเป็นสระเสียงยาวแท้ 5 ตัว และสระประสม 8 ตัว) ได้แก่ “
อี” (EE) “
อู” (OO) “
อา” (AR) “
ออ” (OR) “
เออ” (ER) เราเก็บครบหมดแล้วใน DAY 2, 5, 16, 17, 18
ส่วนสระเสียงยาวที่เป็นสระประสม ได้แก่ “
เอ” (AY) “
อาย” (IE) “
โอว” (OA) เราศึกษาไปใน DAY 1, 3, 4 และจะมาเก็บอีก 5 ตัวที่เหลือใน DAY 21 - 25 ครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
และก็ดำเนินมาถึง DAY 19 ในวันนี้ ซึ่งเราจะมาเก็บ “
สระเสียงสั้น” (Short vowels) ให้ครบกันครับ โดยสระเสียงสั้นที่เราได้ศึกษาไปแล้วได้แก่ “
แอะ” (A), “
เอะ” (E), “
อิ” (I), “
เอาะ” (O), “
อะ” (U) ใน DAY 11, 12, 13, 14, 15
ดังนั้นเราเหลือสระเสียงสั้นอีก 2 ตัวคือ “
อุ” (OO) และ “
เออะ” (unstressed) ซึ่งเราจะมาดูกันใน DAY 19 และ 20
ดังนั้นมาเข้าสู่สระเสียงสั้นตัวที่ 6 (และเป็นสระลำดับที่ 14) กันเลย!
_______________
14. “
สระอุ” (The short “oo” sound —> /ʊ/) มีวิธีสะกด 4 แบบ
📌 วิธีสะกดหลัก 2 แบบ
1) “
-oo” เช่น
foot, wood, good, book, look
(ฟุท, วุด, กุด, บุค, ลุค)
อันนี้คือตัวสะกดที่เจอบ่อยที่สุดสระอุเลย แตมันดันทับซ้อนกับสระอู (ด้วยความที่ตัวสะกด -oo ส่วนมากเป็นสระอูมากกว่าครับ เช่น food, tool, boot) แต่เรามีวิธีสังเกตคือถ้ามันสะกดด้วย -ook (ลงท้ายด้วย k) ก็มีแนวโน้มที่มันจะเป็นสระอุบ่อย ๆ เช่น book, look, cook, took, hook, shook เหล่านี้ก็เป็นสระอุทั้งหมดเลย
ส่วนในกรณีของ -ood นี่จะมี 4 คำสำคัญที่ป็นสระอุ คือ good, wood, hood, stood และมีสระอูสองคำคือ food และ mood
ตัวสะกดที่เราจะไม่เจอเป็นสระอุเลยคือ -oom และ -oon ครับ เช่น room, bloom, zoom และ moon, spoon, baboon จะเป็นสระอูเสมอ รวมไปถึง -oof ด้วย (ถึงจะฟังแล้วเหมือนสระอุ เพราะมันลงท้ายด้วย -f ที่กักเสียงสระให้สั้นลง แต่มันคือสระอูครับ) เช่น roof, proof, aloof เป็นต้น
ส่วน -ool ก็จะมี wool ที่เป็นสระอุอยู่หนึ่งคำ นอกนั้นเป็นสระอู เช่น tool, pool, fool, school, cool เป็นต้น เช่นเดียวกับ -oot ที่มี foot เป็นสระอุหนึ่งคำ ส่วนนอกนั้นเช่น boot, root, shoot, loot เป็นสระอู
ที่ผมอยากจะย้ำกับตัวสะกด -oo ก็คือ...
แม้ -oo มันจะเป็น “ตัวสะกดหลัก” ของสระอุ แต่คำศัพท์ส่วนใหญ่ที่สะกดด้วย -oo จะเป็นสระอู (ดังนั้นให้ฝึกออกเสียงคำที่มี -oo แต่เป็นสระอุ ให้คล่องจะได้ไม่โดนหลอก)
. . . . . . . . . . . . . . .
2) “
-u” เช่น
pull, bush, full, push, sugar
(พุล, บุช, ฟุล, พุช, ชุก-เกอะ)
สำหรับตัว -u ที่เป็นสระอุก็ต้องระวังไม่ให้สับสนกับสระอะ เช่น “but” “cut” “shut” “nut” “hut” เหล่านี้เป็นสระอะทั้งหมดเลย แต่พอมาเป็นคำว่า “put” มันอ่านเป็น “พุท” ด้วยสระอุ (มีแค่คำเดียว)
สำหรับ -ull ที่เป็นสระอุ คือ pull, full, bull (ส่วน mull, dull, gull อ่านเป็นสระอะ) เช่นเดียวกับ -ush ที่มี bush, push, ambush เป็นสระอุ (แต่ rush, brush, crush, flush เป็นสระอะ)
ส่วนคำอย่าง truth, flu, ruby หรือคำที่มี split digraph “-e” ด้านหลัง เช่น rule, June, flute จะเป็นสระอูส่วนใหญ่ (คำที่คนไทยอ่านผิดเป็นอันดับหนึ่งคือ fluke (แปลว่า บังเอิญโชคดี) มันไม่ได้อ่าน ฟลุ๊ค ครับ แต่อ่าน “ฟลูค” ด้วยสระอู)
_______________
📌 ตัวสะกดรอง 2 แบบ
3) “
-ou” มีแค่สี่คำ คือ
could, should, would, courier
(คุด, ชุด, วุด, คุ-รี-เออะ)
อยากให้ระวังสองคำนี้เป็นพิเศษ “group” และ “soup” เพราะคนไทยทับศัพท์มาเป็นสระอุ แต่ภาษาอังกฤษต้องออกเสียงเป็นสระอู (เช่นเดียวกับคำว่า youth, coupon ที่สะกดด้วย -ou แต่เป็นสระอู)
และระวังคือ -ou ในหลาย ๆ คำก็เป็นสระอะ เช่น touch, cousin, enough หรือเป็นสระอาว เช่น house, mouse, trouser (-ou ที่เป็นสระอาวมักจะมี -e ต่อท้าย ยกเว้นบางคำเช่น shout, scout, ground)
. . . . . . . . . . . . . . .
4) “
-o” มีแค่สองคำ คือ
wolf, woman
(วุฟ, วุม-เมิ่น)
ไม่รู้หลุดมาได้ไงครับ 555 แต่เราเจอ -o เป็น อุ อยู่ในสองคำนี้แหละ จะว่าไปแล้วก็คล้าย ๆ กับกรณีที่ -o เป็นสระอู คือมันมีไม่กี่คำ เช่น to, who, two, do เป็นต้น (แต่ถ้าเป็นกรณีที่มี -e ต่อท้าย มันจะเป็นสระอูเสมอเลย เช่น lose, prove, move)
สุดท้ายลองอ่านสองคำนี้ครับ “woman —> women” อันนี้มัน tricky นิดหน่อยนะ เพราะตอนคำศัพท์เป็นเอกพจน์มันอ่านว่า “วุม-เมิ่น” (woman) แต่พอเป็นพหูพจน์ก็จะเปลี่ยนเสียงสระเป็น “วิม-มิน” (women) แทน
_______________
ในวันถัดไปเราจะมาดูสระเสียงสั้นตัวสุดท้าย และเป็นตัวที่สำคัญที่สุดเลยคือ “
สระเออะ” หรือ “
schwa sound” (ชวา)
“
รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC.
[DAY: 19] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 19
เรามาศึกษา “เสียงสระ” กันต่อครับ
มาสรุปกันก่อนว่าเราได้เรียนสระตัวไหนไปบ้างแล้ว...
—> DAY 1 - 10: สระเสียงยาวพื้นฐาน 5 ตัว (เอ อี อาย โอว อู) พร้อมข้อยกเว้นตัวสะกด
—> DAY 11 - 15: สระเสียงสั้นพื้นฐาน 5 ตัว (แอะ เอะ อิ เอาะ อะ)
—> DAY 16 17 18: สระเสียงยาวที่เหลือ 3 ตัว (อา ออ เออ)
ดังนั้นตอนนี้เราได้เก็บวิธีสะกด “สระเสียงยาวแท้” (True Long Vowels) ไปจนครบทุกตัวแล้วนะ (ภาษาอังกฤษมีสระเสียงยาวทั้งหมด 13 ตัว แบ่งเป็นสระเสียงยาวแท้ 5 ตัว และสระประสม 8 ตัว) ได้แก่ “อี” (EE) “อู” (OO) “อา” (AR) “ออ” (OR) “เออ” (ER) เราเก็บครบหมดแล้วใน DAY 2, 5, 16, 17, 18
ส่วนสระเสียงยาวที่เป็นสระประสม ได้แก่ “เอ” (AY) “อาย” (IE) “โอว” (OA) เราศึกษาไปใน DAY 1, 3, 4 และจะมาเก็บอีก 5 ตัวที่เหลือใน DAY 21 - 25 ครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
และก็ดำเนินมาถึง DAY 19 ในวันนี้ ซึ่งเราจะมาเก็บ “สระเสียงสั้น” (Short vowels) ให้ครบกันครับ โดยสระเสียงสั้นที่เราได้ศึกษาไปแล้วได้แก่ “แอะ” (A), “เอะ” (E), “อิ” (I), “เอาะ” (O), “อะ” (U) ใน DAY 11, 12, 13, 14, 15
ดังนั้นเราเหลือสระเสียงสั้นอีก 2 ตัวคือ “อุ” (OO) และ “เออะ” (unstressed) ซึ่งเราจะมาดูกันใน DAY 19 และ 20
ดังนั้นมาเข้าสู่สระเสียงสั้นตัวที่ 6 (และเป็นสระลำดับที่ 14) กันเลย!
_______________
14. “สระอุ” (The short “oo” sound —> /ʊ/) มีวิธีสะกด 4 แบบ
📌 วิธีสะกดหลัก 2 แบบ
1) “-oo” เช่น foot, wood, good, book, look
(ฟุท, วุด, กุด, บุค, ลุค)
อันนี้คือตัวสะกดที่เจอบ่อยที่สุดสระอุเลย แตมันดันทับซ้อนกับสระอู (ด้วยความที่ตัวสะกด -oo ส่วนมากเป็นสระอูมากกว่าครับ เช่น food, tool, boot) แต่เรามีวิธีสังเกตคือถ้ามันสะกดด้วย -ook (ลงท้ายด้วย k) ก็มีแนวโน้มที่มันจะเป็นสระอุบ่อย ๆ เช่น book, look, cook, took, hook, shook เหล่านี้ก็เป็นสระอุทั้งหมดเลย
ส่วนในกรณีของ -ood นี่จะมี 4 คำสำคัญที่ป็นสระอุ คือ good, wood, hood, stood และมีสระอูสองคำคือ food และ mood
ตัวสะกดที่เราจะไม่เจอเป็นสระอุเลยคือ -oom และ -oon ครับ เช่น room, bloom, zoom และ moon, spoon, baboon จะเป็นสระอูเสมอ รวมไปถึง -oof ด้วย (ถึงจะฟังแล้วเหมือนสระอุ เพราะมันลงท้ายด้วย -f ที่กักเสียงสระให้สั้นลง แต่มันคือสระอูครับ) เช่น roof, proof, aloof เป็นต้น
ส่วน -ool ก็จะมี wool ที่เป็นสระอุอยู่หนึ่งคำ นอกนั้นเป็นสระอู เช่น tool, pool, fool, school, cool เป็นต้น เช่นเดียวกับ -oot ที่มี foot เป็นสระอุหนึ่งคำ ส่วนนอกนั้นเช่น boot, root, shoot, loot เป็นสระอู
ที่ผมอยากจะย้ำกับตัวสะกด -oo ก็คือ... แม้ -oo มันจะเป็น “ตัวสะกดหลัก” ของสระอุ แต่คำศัพท์ส่วนใหญ่ที่สะกดด้วย -oo จะเป็นสระอู (ดังนั้นให้ฝึกออกเสียงคำที่มี -oo แต่เป็นสระอุ ให้คล่องจะได้ไม่โดนหลอก)
. . . . . . . . . . . . . . .
2) “-u” เช่น pull, bush, full, push, sugar
(พุล, บุช, ฟุล, พุช, ชุก-เกอะ)
สำหรับตัว -u ที่เป็นสระอุก็ต้องระวังไม่ให้สับสนกับสระอะ เช่น “but” “cut” “shut” “nut” “hut” เหล่านี้เป็นสระอะทั้งหมดเลย แต่พอมาเป็นคำว่า “put” มันอ่านเป็น “พุท” ด้วยสระอุ (มีแค่คำเดียว)
สำหรับ -ull ที่เป็นสระอุ คือ pull, full, bull (ส่วน mull, dull, gull อ่านเป็นสระอะ) เช่นเดียวกับ -ush ที่มี bush, push, ambush เป็นสระอุ (แต่ rush, brush, crush, flush เป็นสระอะ)
ส่วนคำอย่าง truth, flu, ruby หรือคำที่มี split digraph “-e” ด้านหลัง เช่น rule, June, flute จะเป็นสระอูส่วนใหญ่ (คำที่คนไทยอ่านผิดเป็นอันดับหนึ่งคือ fluke (แปลว่า บังเอิญโชคดี) มันไม่ได้อ่าน ฟลุ๊ค ครับ แต่อ่าน “ฟลูค” ด้วยสระอู)
_______________
📌 ตัวสะกดรอง 2 แบบ
3) “-ou” มีแค่สี่คำ คือ could, should, would, courier
(คุด, ชุด, วุด, คุ-รี-เออะ)
อยากให้ระวังสองคำนี้เป็นพิเศษ “group” และ “soup” เพราะคนไทยทับศัพท์มาเป็นสระอุ แต่ภาษาอังกฤษต้องออกเสียงเป็นสระอู (เช่นเดียวกับคำว่า youth, coupon ที่สะกดด้วย -ou แต่เป็นสระอู)
และระวังคือ -ou ในหลาย ๆ คำก็เป็นสระอะ เช่น touch, cousin, enough หรือเป็นสระอาว เช่น house, mouse, trouser (-ou ที่เป็นสระอาวมักจะมี -e ต่อท้าย ยกเว้นบางคำเช่น shout, scout, ground)
. . . . . . . . . . . . . . .
4) “-o” มีแค่สองคำ คือ wolf, woman
(วุฟ, วุม-เมิ่น)
ไม่รู้หลุดมาได้ไงครับ 555 แต่เราเจอ -o เป็น อุ อยู่ในสองคำนี้แหละ จะว่าไปแล้วก็คล้าย ๆ กับกรณีที่ -o เป็นสระอู คือมันมีไม่กี่คำ เช่น to, who, two, do เป็นต้น (แต่ถ้าเป็นกรณีที่มี -e ต่อท้าย มันจะเป็นสระอูเสมอเลย เช่น lose, prove, move)
สุดท้ายลองอ่านสองคำนี้ครับ “woman —> women” อันนี้มัน tricky นิดหน่อยนะ เพราะตอนคำศัพท์เป็นเอกพจน์มันอ่านว่า “วุม-เมิ่น” (woman) แต่พอเป็นพหูพจน์ก็จะเปลี่ยนเสียงสระเป็น “วิม-มิน” (women) แทน
_______________
ในวันถัดไปเราจะมาดูสระเสียงสั้นตัวสุดท้าย และเป็นตัวที่สำคัญที่สุดเลยคือ “สระเออะ” หรือ “schwa sound” (ชวา)
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC.