(10) SHORT "O"
Phonics วันที่ 15 เรามาจบกับสระเสียงสั้น (พื้นฐาน) ตัวสุดท้ายคือ “
The Short O” หรือ
สระเอาะ
📌
Reminder:
—>>>
The Long O คือสระโอว
—>>>
The Short O คือสระเอาะ
Important note: “สระเอาะ” คือสระที่เราเจอในคำว่า not, stop, boss, ox เป็นต้น แม้ผมจะเขียนตัวอ่านเป็น “นอทฺ”, “สตอพฺ”, “บอสฺ”, “ออคสฺ” (เขียนด้วย -อ) เวลาอ่านออกเสียงให้เราอ่านเป็นเสียง “เอาะ” สั้น ๆ ไม่ใช่เสียง “ออ” นะครับ (สำหรับสระออ เช่นในคำว่า law, north, board, for เราจะได้ศึกษากันในภายหลัง)
_______________
10.
สระเอาะ (The Short O) สะกดได้ 4 แบบคือ -o, -a, -au, -ua
เรียงลำดับตามความสำคัญดังนี้
📌 ตัวสะกดหลัก มีแค่หนึ่งตัว
👉🏻 “
-o” เช่น
hot, god, sock, object, pocket
(อ่าน ฮอทฺ, กอดฺ, สอคฺ, อ๊อบ-เจ่คทฺ, พ๊อค-คิทฺ)
. . . . .
📌 ตัวสะกดรองมี 3 ตัว
👉🏻 "
-a” เช่น
watch, wand, was, swan, yacht
(อ่าน วอทชฺ, วอนดฺ, วอซฺ, สฺวอนฺ, ยอทฺ)
***คำว่า yacht ไม่ต้องออกเสียง -ch
👉🏻 “
-au” เช่น
fault, assault, vault, laurel, Australia
(ฟอลทฺ, เออะ-สอลทฺ, ฝอลทฺ, ลอ-เริ่ลฺ, ออสฺ-เตร-เลีย)
👉🏻 “
-ua” เช่น
quality, equality, quantity
(อ่าน คว๊อลฺ-เลอะ-ที, อี-คว๊อล-เลอะ-ที, คว๊อน-เทอะ-ที)
. . . . . . . . . . . . . . .
ย้ำอีกทีว่ามันคือ “สระเอาะ” ไม่ใช่ออ ถ้าอ่านเป็นสำเนียงไทยอาจจะไม่ต่างกันมาก แต่ในภาษาอังกฤษถ้าเป็นสระออ มันจะลากเสียงยาวกว่าเอาะเยอะเลยครับ ในตัวอย่างคำศัพท์ที่ผมยกมา จะไม่ลากเสียงยาว แต่เป็นเสียง
เอาะสั้น ๆ เท่านั้น (ตัวโฟเนติกส์คือ /
ɒ/)
และข้อที่สำคัญที่สุด... ทุกคำที่กล่าวมา ในสำเนียงอเมริกันจะออกเสียงเป็นสระ
กึ่ง ๆ ระหว่างอะ/อา เช่น hot อ่าน "
ฮัทฺ" หรือ watch อ่าน "
วาทชฺ" รวมไปถึง quality อ่าน "
ควา-เลอะ-ดี" เป็นต้น (สระเอาะของคนอเมริกันจะอ้าปากกว้าง)
ดังนั้นเสียง “Short O” สำหรับคนอังกฤษ (เอาะ) และคนอเมริกัน (อะ/อา) จะต่างกันมากครับ (ผมสอน Phonics โดย based on สำเนียงอังกฤษ (Standard English Pronunciation) เป็นหลัก)
_______________
“
ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างในวันนี้ แค่รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧
[DAY: 15] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
Phonics วันที่ 15 เรามาจบกับสระเสียงสั้น (พื้นฐาน) ตัวสุดท้ายคือ “The Short O” หรือสระเอาะ
📌 Reminder:
—>>> The Long O คือสระโอว
—>>> The Short O คือสระเอาะ
Important note: “สระเอาะ” คือสระที่เราเจอในคำว่า not, stop, boss, ox เป็นต้น แม้ผมจะเขียนตัวอ่านเป็น “นอทฺ”, “สตอพฺ”, “บอสฺ”, “ออคสฺ” (เขียนด้วย -อ) เวลาอ่านออกเสียงให้เราอ่านเป็นเสียง “เอาะ” สั้น ๆ ไม่ใช่เสียง “ออ” นะครับ (สำหรับสระออ เช่นในคำว่า law, north, board, for เราจะได้ศึกษากันในภายหลัง)
_______________
10. สระเอาะ (The Short O) สะกดได้ 4 แบบคือ -o, -a, -au, -ua
เรียงลำดับตามความสำคัญดังนี้
📌 ตัวสะกดหลัก มีแค่หนึ่งตัว
👉🏻 “-o” เช่น hot, god, sock, object, pocket
(อ่าน ฮอทฺ, กอดฺ, สอคฺ, อ๊อบ-เจ่คทฺ, พ๊อค-คิทฺ)
. . . . .
📌 ตัวสะกดรองมี 3 ตัว
👉🏻 "-a” เช่น watch, wand, was, swan, yacht
(อ่าน วอทชฺ, วอนดฺ, วอซฺ, สฺวอนฺ, ยอทฺ)
***คำว่า yacht ไม่ต้องออกเสียง -ch
👉🏻 “-au” เช่น fault, assault, vault, laurel, Australia
(ฟอลทฺ, เออะ-สอลทฺ, ฝอลทฺ, ลอ-เริ่ลฺ, ออสฺ-เตร-เลีย)
👉🏻 “-ua” เช่น quality, equality, quantity
(อ่าน คว๊อลฺ-เลอะ-ที, อี-คว๊อล-เลอะ-ที, คว๊อน-เทอะ-ที)
. . . . . . . . . . . . . . .
ย้ำอีกทีว่ามันคือ “สระเอาะ” ไม่ใช่ออ ถ้าอ่านเป็นสำเนียงไทยอาจจะไม่ต่างกันมาก แต่ในภาษาอังกฤษถ้าเป็นสระออ มันจะลากเสียงยาวกว่าเอาะเยอะเลยครับ ในตัวอย่างคำศัพท์ที่ผมยกมา จะไม่ลากเสียงยาว แต่เป็นเสียงเอาะสั้น ๆ เท่านั้น (ตัวโฟเนติกส์คือ /ɒ/)
และข้อที่สำคัญที่สุด... ทุกคำที่กล่าวมา ในสำเนียงอเมริกันจะออกเสียงเป็นสระกึ่ง ๆ ระหว่างอะ/อา เช่น hot อ่าน "ฮัทฺ" หรือ watch อ่าน "วาทชฺ" รวมไปถึง quality อ่าน "ควา-เลอะ-ดี" เป็นต้น (สระเอาะของคนอเมริกันจะอ้าปากกว้าง)
ดังนั้นเสียง “Short O” สำหรับคนอังกฤษ (เอาะ) และคนอเมริกัน (อะ/อา) จะต่างกันมากครับ (ผมสอน Phonics โดย based on สำเนียงอังกฤษ (Standard English Pronunciation) เป็นหลัก)
_______________
“ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างในวันนี้ แค่รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧