[DAY: 22] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง

(17) THE "OW" SOUND



📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 22

มาเรียนโฟนิกส์กันต่อเลย ตอนนี้เรากำลังอยู่ที่ “ด่านสุดท้าย” ของเสียงสระครับ มันคือกลุ่มที่เรียกว่า diphthongs หรือสระประสมนั่นเอง สระประสมในภาษาอังกฤษมีอยู่ทั้งหมด 8 เสียง มาถึงวันนี้เราได้เรียนไปแล้ว 4 เสียงคือ...

1) “The Long A” หรือสระเอ(อิ) (📌เรียนโฟนิกส์วันที่ 1)
2) “The Long I” หรือสระอาย(อิ) (📌เรียนโฟนิกส์วันที่ 3)
3) “The Long O” หรือสระโอว(อุ) (📌เรียนโฟนิกส์วันที่ 5)
4) “The OY sound” หรือสระออย(อิ) (📌เรียนโฟนิกส์วันที่ 21)

ถ้าเราสงสัยว่าทำไมเราเรียนสระประสมตั้งแต่วันแรก ๆ เลย (แล้วก็เว้นช่วงซะไกลมาโผล่อีกทีก็วันที่ 21) ก็เพราะ A I O (รวมถึง E U) มันเป็นสระพื้นฐาน และเป็นสระที่ “ชื่อ” กับ “เสียง” เหมือนกัน (ทำให้จำง่ายและเหมาะต่อการฝึกออกเสียงในช่วงแรก ๆ ครับ)

👉🏻 ตัวอักษรชื่อ “A” —> เสียงสระ “-ay” (เอ)
👉🏻 ตัวอักษรชื่อ “I” —> เสียงสระ “-ie” (อาย)
👉🏻 ตัวอักษรชื่อ “O” —> เสียงสระ “-ou” (โอว)
(แต่สำหรับตัว “E” —> สระ “-ee” และตัว “U” —> สระ “-oo” ไม่ใช่สระประสม แต่เป็นสระเสียงยาวปกติครับ)

สระประสมที่เหลือเราจะเรียกตามเสียงเลย ดังที่เราเจอไปในวันที่ 21 คือสระออยหรือ The OY sound (สระประสมตัวที่สี่) และสระประสมตัวต่อมาที่เราจะมาศึกษาในวันนี้ก็คือ The “OW” sound
_______________

17. “สระอาว” (The OW sound —> /aʊ/) มีตัวสะกดหลักอยู่ 2 แบบ

1) “-ow” เช่น now, how, cow, allow, plow

2) “-ou” เช่น shout, mouth, round, house, couch
. . . . . . . . . . . . . . .

📌 ข้อสังเกต

หากต้องการใช้สระอาวโดยไม่มีตัวสะกด (หรือที่เราเรียกว่า “open syllable”) ภาษาอังกฤษจะใช้ตัวสะกด -ow ครับ เช่นคำอย่าง now, how, cow ที่กล่าวไป แต่เราแทบจะไม่เจอ -ou ใช้เป็นพยางค์เปิดเลย เพราะมันจะกลายเป็นสระอู เช่นคำที่เราใช้กันทุกวันคือ “You” (ยู) แต่ในอดีตคำนี้มันเคยสะกดเป็น “Thou” และอ่านว่า "ธาว" โดยใช้สระอาวเหมือนกันครับ

แต่ภาษาอังกฤษในยุค modern ไม่อนุญาตให้ใช้ -ou เป็นพยางค์เปิดและอ่านเป็นสระอาวอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเราเลยเจอแต่คำที่มีตัวสะกด (หรือที่เราเรียกว่า closed syllable) ทั้งนั้นเลย เช่น shout, mouth, couch ตามที่ผมยกตัวอย่างไป
. . . . . . . . . . . . . . .

แต่ถ้าย้อนกลับไปที่การสะกดแบบ -ow มันมีกรณีที่มันตามด้วยตัวสะกดได้ครับ แต่มันจะเลือกแค่สามตัวคือ L, N (และ D นิดหน่อย) เช่นในคำว่า owl, growl, town, down และ crowd (สำหรับกรณีที่ลงท้ายด้วย -d ก็มักจะเติม -y ไปอีกด้วยคำว่า rowdy (ร๊าว-ดี) ที่แปลว่า เสียงดังโหวกเหวก) และเราจะใช้ -ow ในอีกกรณีด้วยคือเวลาที่มันตามด้วย -ER เช่น shower, flower, tower เป็นต้น แต่ก็มีแหวกมาหนึ่งคำคือ “powder” ที่เอาตัว -d มาแทรกก่อนที่จะเติม -er

ส่วนการสะกดแบบ -ou นั้นใช้ได้กับหลายตัวสะกดเลยครับ เช่น -SE ในคำว่า house, mouse, blouse (แต่มีหลุด -ow  + -SE มาบ้างเช่นคำว่า browse นั่นเอง) ตัวสะกดอื่น ๆ ที่เจอกับ -ou เช่น TH, CH, ND ในคำว่า mouth, south, couch, found, round เป็นต้น สังเกตว่า -ou จะชอบตัวสะกดที่เป็น digraph (มีสองตัวสะกด) ครับ แต่ก็มีที่เป็นตัวอักษรเดียวอยู่บ้าง เช่น -ou + ตัว T ในคำว่า shout, about, gout เป็นต้น (แต่มีไม่เยอะ)
________________

ข้อสังเกตไปเยอะเลย 555 (อ่านผ่าน ๆ ไม่ต้องจำก็ได้ครับ เดี๋ยวพอเราเจอบ่อย ๆ จะเริ่มสังเกตและจับจุดได้เอง) ขอจบด้วยอีกสองวิธีสระกดของ “สระอาว” ที่ไม่ค่อยเจอสักเท่าไร (แต่ถ้าเจอก็ต้องอ่านให้ถูก!)

3) “-au” เช่น Haus, Braun (ส่วนมากเป็นนามสกุลหรือชื่อที่มีมาจากภาษาเยอรมัน)

4) “-ough” เช่น plough (มันคือคำเดียวกันกับ plow ที่แปลว่า การไถนา นี่แหละครับ แต่คน UK สะกดแบบ fancy นิดนึง 😭) และคำว่า drought (ความแห้งแล้ง) รวมไปถึง bough (อ่าน "บาว" มันคือต้นไม้ชนิดหนึ่ง)

มีใครเจอตัวสะกดที่ประหลาดกว่านี้อีกไหมครับ?

รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน
JGC.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่