(16) THE "OY" SOUND
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 21
เข้าสู่การเรียนโฟนิกส์วันที่ 21 นี้เราจะมาเก็บเสียง “
สระประสม” (diphthongs) ที่เหลือครับ
ในภาษาอังกฤษมีสระประสมหรือ “diphthongs” อยู่ทั้งหมด 8 ตัว โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่...
1)
กลุ่มที่ประสมกับสระอิ
👉🏻 “เอะ-อิ” /eɪ/ รวมกันเป็น “สระ -ei” (เอ) ในคำว่า vein, rain, day
👉🏻 “อา-อิ” /aɪ/ รวมกันเป็น “สระ -ai” (อาย) ในคำว่า Thai, cry, pie
👉🏻 “ออ-อิ” /ɔɪ/ รวมกันเป็น “สระ -oi” (ออย)ในคำว่า coin, toy
2)
กลุ่มที่ประสมสระอุ
👉🏻 “เออะ-อุ” /əʊ/ รวมกันเป็น “สระ -ou” (โอว) ในคำว่า soul, go, low
👉🏻 ”อา-อุ” /aʊ/ รวมกันเป็น “สระ -ow” (อาว) ในคำว่า now, loud
3)
กลุ่มที่ประสมสระเออะ
👉🏻 “อิ-เออะ” /ɪə/ รวมกันเป็น “สระ -ier” (เอีย) ในคำว่า tier, deer, fear
👉🏻 “เอะ-เออะ” /eə/ รวมกันเป็น “สระ -ere” (แอ) ในคำว่า there, fair, care
👉🏻 “อุ-เออะ” /ʊə/ รวมกันเป็น “สระ -ure” (อัว) ในคำว่า sure, tour
. . . . . . . . . .
หลักการก็คือให้เราฝึกออกเสียงแบบประสม เช่น “เออะ-อุ” โดยพูดให้เร็ว ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ จนมันกลายเป็น “สระโอว” ให้คล่องครับ เพราะทุกครั้งที่เราออกเสียงสระประสมเหล่านี้ มันจะต้องมีสระอยู่ “สองเสียง” เสมอ
โดยเฉพาะในกรณีที่ "ไม่มี" ตัวสะกดลงท้าย จะได้ยินเสียงสระตัวที่สองชัดเจนเลย ประมาณนี้ครับ...
[กลุ่มที่ 1 (ลงท้ายด้วยอิ)]
—> “Say” จะออกเสียงว่า “เส้” และเสียง “อิ” เบา ๆ ต่อท้าย (มันคือเสียง “ริมฝีปาก” ปิดท้ายด้วยสระอิ)
—> “Pie” ออกเสียง “พ้าย” โดยมี “อิ” เบา ๆ ต่อท้าย
—> “Toy” ออกเสียง “ท้อย” โดยมี “อิ” เบา ๆ ต่อท้าย
(ลองอ่านตามด้วยนะครับ ลองพูดว่า “พาย” แล้วจบด้วย “อิ” ดูนะ!)
[กลุ่มที่ 2 (ลงท้ายด้วยอุ)]
—> “No” ออกเสียง “โน้ว” โดยมี “อุ” เบา ๆ ต่อท้าย
—> “Now” ออกเสียง “น้าว” โดย “อุ” เบา ๆ ต่อท้าย
(ลองพูดว่า “นาว” แล้วตามด้วย “อุ”)
[กลุ่มที่ 3 (ลงท้ายด้วยเออะ)]
***กลุ่มนี้จะต่างกันนิดหน่อย คนอเมริกันจะลงท้ายเสียงตัว R (เออรฺ) ส่วนคนอังกฤษลงท้ายด้วยสระเออะ (ผมอิงแบบอังกฤษนะครับ)***
—> “Fear” ออกเสียง “เฟีย-เออะ”
—> “Care” ออกเสียง “แค-เออะ”
—> “Lure” ออกเสียง “ลัว-เออะ”
(ลองพูดว่า “เฟีย” แล้วตามด้วย “เออะ”)
ตอนนี้ให้เข้าใจแบบนี้ไปก่อนครับ ไว้ผมจะเขียนถึงเพิ่มเติมในอนาคต ตอนนี้มาเข้าสู่สระประสมตัวที่ 4 ของเรากันเลย!
_______________
“เดี๋ยวก่อนนะ? นี่เรามาถึงสระประสมตัวที่ ‘4’ แล้วเหรอ?” (แล้วตัวที่ 1 2 3 ไปไหน?)
เราได้เจอสระประสมไปก่อนหน้านี้แล้วครับ ได้แก่...
1) “The Long A” หรือสระเอ(อิ) (เจอตั้งแต่วันที่ 1 ของการเรียน Phonics เลยนะ!)
2) “The Long I” หรือสระอาย(อิ) (เจอในวันที่ 3)
3) “The Long O” หรือสระโอว(อุ) (เจอในวันที่ 5)
ต้องบอกว่าเราเจอประสมไปตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เลย (แต่ตอนนั้นอาจจะยังไม่เข้าใจวิธีการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง) ดังนั้นวันนี้เราจึงมาถึงสระประสมตัวที่ 4 (และเป็นสระตัวที่ 16 ของเรา) คือ “สระออย” หรือ The “OY” sound นั่นเอง
_______________
16. “
สระออย” (The OY sound —> /ɔɪ/) มีตัวสะกดหลักอยู่ 2 แบบ
1) “
-oi” ในตำแหน่งขึ้นต้นหรือตรงกลางคำ เช่น
oil, coin, boil, join, point
(ออยลฺ, คอยลฺ, บอยลฺ, จอยนฺ, พอยนฺทฺ)
2) “-oy” สำหรับลงท้ายคำ เช่น
toy, boy, enjoy, annoy, soy
(ทอย, บอย, อิน-จอย, เออะ-นอย, ซอย)
. . . . . . . . . .
📌 ข้อสังเกต
—> ตัวสะกด -oi จะต้อง "มีตัวสะกด” เสมอ จะอยู่ท้ายคำโดด ๆ ไม่ได้ เช่น “coin” แปลว่า เหรียญ แต่ไม่มีการเขียนว่า coi
—> ในกรณีที่ "ไม่มีตัวสะกด" จะต้องเขียนเป็น “coy” (คำนี้แปลว่า เอียงอาย, ไม่กล้าสู้หน้า)
—> และในทางเดียวกัน การสะกด -oy ก็ห้ามมีตัวสะกดต่อท้าย มันจะต้องอยู่ท้ายคำโดด ๆ เสมอ เช่น “joy” แปลว่า ความสุข แต่ไม่มีการเขียนว่า joyn
—> ถ้าต้องการจะเติมตัวสะกด เช่นตัว -n จะต้องเขียนเป็น “join”
เราจึงมักเห็นชื่อแบรนด์ หรือชื่อเล่น (หรือชื่ออะไรก็ตาม) ที่สะกดประมาณ “Boi” หรือ “Boyd” คือเป็นการตั้งใจแหกกฎการสะกดสระออย (ที่บอกว่าห้ามลงท้ายด้วย -oi และห้ามมีตัวสะกดต่อท้าย -oy) เพื่อความเท่หรือน่าจดจำครับ
ดังนั้นคนที่ชื่อ ทอย, ก้อย, จอย ก็อาจจะเลือกสะกดชื่อตัวเองเป็น “Toi” “Koi” “Joi” เพื่อให้มันดูเป็นชื่อเฉพาะมากกว่าจะเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษก็ได้
_______________
“
รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧
[DAY: 21] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง
📌 เรียนโฟนิกส์วันที่ 21
เข้าสู่การเรียนโฟนิกส์วันที่ 21 นี้เราจะมาเก็บเสียง “สระประสม” (diphthongs) ที่เหลือครับ
ในภาษาอังกฤษมีสระประสมหรือ “diphthongs” อยู่ทั้งหมด 8 ตัว โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่...
1) กลุ่มที่ประสมกับสระอิ
👉🏻 “เอะ-อิ” /eɪ/ รวมกันเป็น “สระ -ei” (เอ) ในคำว่า vein, rain, day
👉🏻 “อา-อิ” /aɪ/ รวมกันเป็น “สระ -ai” (อาย) ในคำว่า Thai, cry, pie
👉🏻 “ออ-อิ” /ɔɪ/ รวมกันเป็น “สระ -oi” (ออย)ในคำว่า coin, toy
2) กลุ่มที่ประสมสระอุ
👉🏻 “เออะ-อุ” /əʊ/ รวมกันเป็น “สระ -ou” (โอว) ในคำว่า soul, go, low
👉🏻 ”อา-อุ” /aʊ/ รวมกันเป็น “สระ -ow” (อาว) ในคำว่า now, loud
3) กลุ่มที่ประสมสระเออะ
👉🏻 “อิ-เออะ” /ɪə/ รวมกันเป็น “สระ -ier” (เอีย) ในคำว่า tier, deer, fear
👉🏻 “เอะ-เออะ” /eə/ รวมกันเป็น “สระ -ere” (แอ) ในคำว่า there, fair, care
👉🏻 “อุ-เออะ” /ʊə/ รวมกันเป็น “สระ -ure” (อัว) ในคำว่า sure, tour
. . . . . . . . . .
หลักการก็คือให้เราฝึกออกเสียงแบบประสม เช่น “เออะ-อุ” โดยพูดให้เร็ว ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ จนมันกลายเป็น “สระโอว” ให้คล่องครับ เพราะทุกครั้งที่เราออกเสียงสระประสมเหล่านี้ มันจะต้องมีสระอยู่ “สองเสียง” เสมอ
โดยเฉพาะในกรณีที่ "ไม่มี" ตัวสะกดลงท้าย จะได้ยินเสียงสระตัวที่สองชัดเจนเลย ประมาณนี้ครับ...
[กลุ่มที่ 1 (ลงท้ายด้วยอิ)]
—> “Say” จะออกเสียงว่า “เส้” และเสียง “อิ” เบา ๆ ต่อท้าย (มันคือเสียง “ริมฝีปาก” ปิดท้ายด้วยสระอิ)
—> “Pie” ออกเสียง “พ้าย” โดยมี “อิ” เบา ๆ ต่อท้าย
—> “Toy” ออกเสียง “ท้อย” โดยมี “อิ” เบา ๆ ต่อท้าย
(ลองอ่านตามด้วยนะครับ ลองพูดว่า “พาย” แล้วจบด้วย “อิ” ดูนะ!)
[กลุ่มที่ 2 (ลงท้ายด้วยอุ)]
—> “No” ออกเสียง “โน้ว” โดยมี “อุ” เบา ๆ ต่อท้าย
—> “Now” ออกเสียง “น้าว” โดย “อุ” เบา ๆ ต่อท้าย
(ลองพูดว่า “นาว” แล้วตามด้วย “อุ”)
[กลุ่มที่ 3 (ลงท้ายด้วยเออะ)]
***กลุ่มนี้จะต่างกันนิดหน่อย คนอเมริกันจะลงท้ายเสียงตัว R (เออรฺ) ส่วนคนอังกฤษลงท้ายด้วยสระเออะ (ผมอิงแบบอังกฤษนะครับ)***
—> “Fear” ออกเสียง “เฟีย-เออะ”
—> “Care” ออกเสียง “แค-เออะ”
—> “Lure” ออกเสียง “ลัว-เออะ”
(ลองพูดว่า “เฟีย” แล้วตามด้วย “เออะ”)
ตอนนี้ให้เข้าใจแบบนี้ไปก่อนครับ ไว้ผมจะเขียนถึงเพิ่มเติมในอนาคต ตอนนี้มาเข้าสู่สระประสมตัวที่ 4 ของเรากันเลย!
_______________
“เดี๋ยวก่อนนะ? นี่เรามาถึงสระประสมตัวที่ ‘4’ แล้วเหรอ?” (แล้วตัวที่ 1 2 3 ไปไหน?)
เราได้เจอสระประสมไปก่อนหน้านี้แล้วครับ ได้แก่...
1) “The Long A” หรือสระเอ(อิ) (เจอตั้งแต่วันที่ 1 ของการเรียน Phonics เลยนะ!)
2) “The Long I” หรือสระอาย(อิ) (เจอในวันที่ 3)
3) “The Long O” หรือสระโอว(อุ) (เจอในวันที่ 5)
ต้องบอกว่าเราเจอประสมไปตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เลย (แต่ตอนนั้นอาจจะยังไม่เข้าใจวิธีการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง) ดังนั้นวันนี้เราจึงมาถึงสระประสมตัวที่ 4 (และเป็นสระตัวที่ 16 ของเรา) คือ “สระออย” หรือ The “OY” sound นั่นเอง
_______________
16. “สระออย” (The OY sound —> /ɔɪ/) มีตัวสะกดหลักอยู่ 2 แบบ
1) “-oi” ในตำแหน่งขึ้นต้นหรือตรงกลางคำ เช่น oil, coin, boil, join, point
(ออยลฺ, คอยลฺ, บอยลฺ, จอยนฺ, พอยนฺทฺ)
2) “-oy” สำหรับลงท้ายคำ เช่น toy, boy, enjoy, annoy, soy
(ทอย, บอย, อิน-จอย, เออะ-นอย, ซอย)
. . . . . . . . . .
📌 ข้อสังเกต
—> ตัวสะกด -oi จะต้อง "มีตัวสะกด” เสมอ จะอยู่ท้ายคำโดด ๆ ไม่ได้ เช่น “coin” แปลว่า เหรียญ แต่ไม่มีการเขียนว่า coi
—> ในกรณีที่ "ไม่มีตัวสะกด" จะต้องเขียนเป็น “coy” (คำนี้แปลว่า เอียงอาย, ไม่กล้าสู้หน้า)
—> และในทางเดียวกัน การสะกด -oy ก็ห้ามมีตัวสะกดต่อท้าย มันจะต้องอยู่ท้ายคำโดด ๆ เสมอ เช่น “joy” แปลว่า ความสุข แต่ไม่มีการเขียนว่า joyn
—> ถ้าต้องการจะเติมตัวสะกด เช่นตัว -n จะต้องเขียนเป็น “join”
เราจึงมักเห็นชื่อแบรนด์ หรือชื่อเล่น (หรือชื่ออะไรก็ตาม) ที่สะกดประมาณ “Boi” หรือ “Boyd” คือเป็นการตั้งใจแหกกฎการสะกดสระออย (ที่บอกว่าห้ามลงท้ายด้วย -oi และห้ามมีตัวสะกดต่อท้าย -oy) เพื่อความเท่หรือน่าจดจำครับ
ดังนั้นคนที่ชื่อ ทอย, ก้อย, จอย ก็อาจจะเลือกสะกดชื่อตัวเองเป็น “Toi” “Koi” “Joi” เพื่อให้มันดูเป็นชื่อเฉพาะมากกว่าจะเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษก็ได้
_______________
“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC. ✌🏻🇬🇧