ดู “ไตรกลีเซอไรด์” คู่กับผลเลือดตัวไหน ช่วยบอกความเสี่ยงโรคอะไรได้บ้าง

เวลาคนไข้ถือผลเลือดมาให้ผมดู

หลายคนจะโฟกัสแค่ตัวเดียวเลยครับ คือ Triglyceride (ไตรกลีเซอไรด์)
แล้วก็จะถามว่า

“หมอครับ ค่า 220 แบบนี้อันตรายไหม?”
จริง ๆ แล้วในทางการแพทย์
เราไม่ค่อยดูตัวเลขเดียวแบบโดด ๆ ครับ

เพราะ ไตรกลีเซอไรด์มันเหมือนเป็นสัญญาณหนึ่งของระบบเผาผลาญ
ถ้าเราดูมันคู่กับผลเลือดตัวอื่น
มันจะช่วยให้เห็นภาพสุขภาพชัดขึ้นว่า
ร่างกายเรากำลังมีแนวโน้มเสี่ยงอะไรอยู่หรือเปล่า
วันนี้ผมสรุปแบบง่าย ๆ ให้ 5 ข้อครับ

1. ไตรกลีเซอไรด์สูง + น้ำตาลในเลือดสูง
อาจเกี่ยวกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ถ้าเราดูผลเลือดแล้วพบว่า
• Triglyceride สูง
• Fasting glucose หรือ HbA1c สูง
สองค่านี้มักพบร่วมกับ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance)
อธิบายง่าย ๆ คือ
ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดีเหมือนเดิม
พอเป็นแบบนี้
• น้ำตาลในเลือดจะเริ่มสูงขึ้น
• ตับจะสร้างไขมันมากขึ้น
• ไตรกลีเซอไรด์ก็จะสูงตาม
ภาวะแบบนี้พบได้บ่อยในช่วงก่อนเป็นเบาหวาน
เพราะฉะนั้นบางครั้ง ไตรกลีเซอไรด์ที่สูง ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของระบบเผาผลาญได้ครับ
2. ไตรกลีเซอไรด์สูง + HDL ต่ำ
อาจสัมพันธ์กับ metabolic syndrome
อีกคู่หนึ่งที่หมอชอบดูมากคือ
• Triglyceride สูง
• HDL ต่ำ (ไขมันดีต่ำ)
ถ้าสองค่านี้มาคู่กัน
มักพบในคนที่มี metabolic syndrome
ซึ่งเป็นกลุ่มภาวะที่เกี่ยวกับ
• ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
• ไขมันในเลือดผิดปกติ
• ความดันสูง
• ไขมันสะสมที่หน้าท้อง
คนที่มีลักษณะแบบนี้
ความเสี่ยงโรคเรื้อรังจะเพิ่มขึ้น เช่น
• โรคหัวใจ
• โรคหลอดเลือดสมอง
• เบาหวาน
หมอบางคนยังดูค่า อัตราส่วน Triglyceride / HDL
เพื่อช่วยประเมินสุขภาพระบบเผาผลาญด้วยครับ

3. ไตรกลีเซอไรด์สูง + เอนไซม์ตับสูง
อาจทำให้นึกถึงไขมันพอกตับ
ถ้าผลเลือดพบว่า
• Triglyceride สูง
• AST หรือ ALT สูง
หมอก็มักจะเริ่มคิดถึงเรื่อง ไขมันพอกตับ ได้ครับ
สาเหตุหนึ่งคือ
เวลาร่างกายได้รับพลังงานเกิน โดยเฉพาะจาก
• น้ำตาล
• แป้งขัดขาว
• เครื่องดื่มหวาน
ตับสามารถเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินเหล่านี้
ให้กลายเป็นไขมันได้
ไขมันบางส่วนจะถูกปล่อยออกมาเป็น
Triglyceride ในเลือด
และอีกส่วนหนึ่งจะสะสมในตับ
จนกลายเป็นไขมันพอกตับได้
ซึ่งปัจจุบันเจอได้บ่อยมาก
แม้ในคนที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ครับ

4. ไตรกลีเซอไรด์สูงมาก
ต้องระวังตับอ่อนอักเสบ
ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูงมาก เช่น
• มากกว่า 500 mg/dL
• หรือสูงมาก ๆ ระดับ 1000 mg/dL ขึ้นไป
ภาวะที่แพทย์จะระวังคือ
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
กลไกคร่าว ๆ คือ
เมื่อไขมันในเลือดสูงมาก
ไขมันบางชนิดอาจไปกระตุ้นการอักเสบของตับอ่อนได้
อาการที่ต้องระวังคือ
• ปวดท้องรุนแรง
• คลื่นไส้อาเจียน
• ปวดร้าวไปด้านหลัง
ถ้ามีอาการแบบนี้
ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีครับ

5. ไตรกลีเซอไรด์สูง + LDL สูง
ความเสี่ยงโรคหัวใจอาจเพิ่มขึ้น
ถ้าผลเลือดพบว่า
• Triglyceride สูง
• LDL สูง
อันนี้จะเริ่มสะท้อนถึง
ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
เพราะไขมันหลายชนิดที่สูงร่วมกัน
อาจเกี่ยวข้องกับ
• การสะสมไขมันในผนังหลอดเลือด
• การเกิดคราบพลัคในหลอดเลือด
• การตีบของหลอดเลือด
ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่
• หลอดเลือดหัวใจตีบ
• กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
• โรคหลอดเลือดสมอง
เพราะฉะนั้นเวลาเราดูผลไขมัน
หมอจะไม่ดูแค่ค่าเดียวครับ
แต่จะดู ภาพรวมไขมัน

สรุปแบบสั้นๆนะ
ไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขไขมันธรรมดา
แต่มันเหมือน หน้าต่างที่สะท้อนสุขภาพระบบเผาผลาญของร่างกาย
ถ้าเราดูร่วมกับผลเลือดตัวอื่น เช่น
• น้ำตาลในเลือด
• HDL
• LDL
• เอนไซม์ตับ
มันจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า
ร่างกายกำลังมีแนวโน้มเสี่ยงอะไรอยู่ เช่น
• เบาหวาน
• ไขมันพอกตับ
• metabolic syndrome
• โรคหัวใจ
• หรือในบางกรณีอาจเสี่ยงตับอ่อนอักเสบ
เพราะฉะนั้นเวลาตรวจเลือด
อย่าดูแค่ตัวเลขตัวเดียวครับ

Cr. FB  หมอเจด คุยเฟื่องเรื่องปากท้อง


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่